อยู่เมืองเหนือในหน้าหนาวทั้งที หากไม่ขึ้นดอยเห็นทีคงจะพลาด โดยเฉพาะดอยที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่อย่างดอยอ่างขาง จากระดับความสูงเหนือน้ำทะเล 1,400 เมตร และภายในพื้นที่รวมทั้งหมดถึง 16,577 ไร่นั้น มีทีเด็ดที่ชื่อว่า “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” ตั้งอยู่ และ ณ ที่นี่เองเราได้ค้นพบ 10 สิ่ง Things To Do จาก ” กูรู” ดอยอ่างขาง ที่ทำแล้วอวดได้ยันหลานโตแน่นอน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

1. คอนนิจิวะ สวัสดีซากุระญี่ปุ่น

        มาถึงดอยอ่างขาง ต้องมาทักทายกับหนึ่งเดียวในประเทศไทยตอนนี้ นั่นก็คือซากุระญี่ปุ่นพันธุ์แท้ซึ่งถูกเพาะพันธุ์อยู่รอบสถานีฯอ่างขางเป็นจำนวนมากถึง 5,000 ต้น และกำลังอยู่ในช่วงอายุประมาณ 10 กว่าปี ซึ่งเป็นวัยขบเผาะสำหรับต้นซากุระที่พร้อมจะผลิดอก อวดโฉมต่อสายตาชาวโลกได้พอดี ซึ่งซากุระที่นี่จะบานสะพรั่งเพียงช่วงเวลาสั้นๆคือ เดือนธันวาคม – มกราคมเท่านั้น โดยดอกซากุระญี่ปุ่นนั้นจะแตกต่างจากดอกนางพญาเสือโคร่งตรงที่ดอกซากุระจะมีขนาดใหญ่และมีสีชมพูเข้มกว่า และนอกจากซากุระญี่ปุ่นแล้วที่สถานีฯอ่างขางนี้ก็ยังมีซากุระไต้หวันหรือเชอร์รี่ไต้หวันไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

บานสะพรั่งเหมือนภาพวาดบนผืนฟ้ากว้าง

ความงดงามของมันเหมือนบทกวี
ก่อนดอกผลิบานจะยืนต้นเหลือแค่กิ่งก้าน หลังบานสะพรั่งแล้วดอกจึงร่วงโรยลงพร้อมกัน

ต้นซากุระญี่ปุ่นต้นนี้ยืนต้นอยู่ใกล้ๆแปลงกุหลาบอังกฤษ

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

2. สตรอว์เบอร์รีจ๋า พี่มาหาแล้ว

       สตรอว์เบอร์รีที่ขึ้นชื่อ นอกจากที่อำเภอสะเมิงแล้ว ก็คือสตรอว์เบอร์รีจากดอยอ่างขาง โดยสตรอว์เบอร์รีที่นี่ทางสถานีฯอ่างขางได้ควบคุมอย่างเข้มงวดตั้งแต่ขั้นตอนการวิจัยสายพันธุ์ใหม่ การเพาะปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว รับประกันได้ว่านอกจากจะหวาน หอมและอร่อยแล้ว ยังปลอดสารพิษแน่นอน ซึ่งเราสามารถเที่ยวชมได้ตั้งแต่แปลงวิจัยภายในสถานีฯอ่างขาง ไปจนถึงหมู่บ้านสตรอว์เบอร์รีนอแลที่อยู่ใกล้ๆกัน ไม่เพียงแค่ได้เด็ด กิน ชิม ดมสตรอว์เบอร์รีสดๆจากต้นเท่านั้น แต่ยังมีทัศยนีภาพของไร่สตรอว์เบอร์รีแบบขั้นบันไดเป็นของแถมอีกด้วย

สตรอว์เบอร์รีพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่ออกสู่ท้องตลาด เห็นผลเล็กๆแบบนี้แต่กลิ่นหอมมาก แถมหวานมากด้วย

ไร่สตรอว์เบอร์รีแบบขั้นบันได ที่เห็นแล้วอยากทิ้งตัวลงกลางใจเธอ

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

3. เดิมดมชมดอกไม้ มโนไว้ว่าเราอยู่สวิตฯ

       อยากเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาว ไม่ต้องไปไกลถึงสวิตเซอร์แลนด์ เพราะที่สถานีฯอ่างขางเต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวที่บานสะพรั่งได้ทุกฤดู เนื่องจากมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นดอกดาเลีย, พิทูเนีย, เจอราเนียม, แมกโนเลีย, มอร์นิ่งกลอรี่ หรือลาเวนเดอร์ ไม่ใช่แค่สีสันสดใสเท่านั้น แต่ไม้ดอกเหล่านี้ยังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆอบอวลไปทั้งสถานีฯอ่างขาง ทำให้เราเพลิดเพลินจนลืมเวลาได้เป็นอย่างดีทีเดียว

ดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันแบบนี้พบได้อยู่ทั่วสวน 80

ดอกกุหลาบอังกฤษช่อโต กลิ่นหอมชื่นใจในสวนกุหลาบอังกฤษ

นั่งชิลกลางสวน ล้อมวงด้วยแปลงดอกลาเวนเดอร์สีม่วง

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

4. หยุดพักดูผักสวยบ้านVeggies

        Veggies House นี้เป็นเสมือนโรงเรียนอนุบาลสำหรับผัก เพื่อแสดงให้เห็นว่าผักที่จำหน่ายในโครงการหลวงนั้นมีที่มามาจากที่นี่นั่นเอง ซึ่งคงจะเป็นมุมโปรดของสมาคมคนไม่กินเนื้อแน่นอน เพราะนอกจากจะมีผักเมืองหนาวนานาพรรณให้เดินชมกันอย่างถึงใจแล้ว ที่นี่ยังโชว์เหนือด้วยการปลูกผักสวยๆแบบปลอดสารพิษอีกซะด้วย แม้แต่คนไม่ชอบกินผักก็ยังใช้เวลาเดินเพลินๆได้ เพราะผักบางชนิดที่นี่ก็หากินได้ยากตามท้องตลาดแถมยังผลโตสุดๆ

หน้าทางเข้า Veggies House

 พืชผักที่นี่ใหญ่ยักษ์ไหมล่ะ แต่ห้ามเด็ด ห้ามชิมเด็ดขาด ดูอย่างเดียว

พริกหวานสีแดงผลโต สีสวยน่าทาน

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

5. เรื่องบ๊วยๆบนผืนดิน

       ติดๆกันกับ Veggies House อย่ามองข้ามต้นไม้ทรงเตี้ยที่ทิ้งใบจนร่วงโกร๋น เหลือแต่กิ่งก้านคล้ายกับยืนต้นตาย เพราะมันคือต้นบ๊วยนั่นเอง ในช่วงฤดูดอกบ๊วยบานนั้น ทั้งต้นจะเต็มไปด้วยดอกเล็กๆสีขาว พร้อมให้เก็บเกี่ยวผลผลิตในเวลาต่อมา ซึ่งผลบ๊วยจากสวนก็จะถูกนำไปทำบ๊วยสามรสและบ๊วยเค็มเพื่อวางจำหน่ายในร้านโครงการหลวงต่อไป และนอกจากบริเวณสวนผักแล้ว เรายังสามารถเดินเที่ยว เดินชมสวนบ๊วยได้อีกจุดหนึ่งที่สโมสรอ่างขางนั่นเอง มาเที่ยวคราวนี้ เราก็จะได้เห็นที่มาของบ๊วยเม็ดอร่อยที่ชอบกินมาตั้งแต่เด็กๆสักที

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

6. แวะชิมยำสตรอว์เบอร์รี อยากจะหลีแม่ครัวสโมสร

       เค้าว่าเสน่ห์ของผู้หญิงอยู่ที่ปลายจวัก และเสน่ห์ของแม่ครัวสโมสรสถานีฯอ่างขางที่มีมากจนอยากหลีและสีไปอยู่ที่บ้านก็คือ ยำสตรอว์เบอร์รีจานเด็ด ที่คุณพี่ไปเก็บสตรอว์เบอร์รีสดๆมาจากต้นก่อนนำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำรสชาติจัดจ้าน ความหวานกรอบของสตรอว์เบอร์รีเข้ากันได้ดีกับรสเผ็ดของพริกและรสเปรี้ยวจากน้ำมะนาวอย่างเหลือเชื่อ นอกจากเมนูนี้แล้วก็อย่าลืมชิมปลาแอนโชวี่หมกสไตล์ชาวดอย สลัดอ่างขางที่เก็บผักสดๆมาจากแปลง รวมถึงขาหมูหมั่นโถว อร่อยจนแทบลืมบ้านเลขที่

ขาหมูหมั่นโถว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ!

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

7. ตะโกนทักฝั่งพม่า มองข้ามป่าเห็นวิวเมือง

        มีใครเคยลองตะโกนข้ามประเทศไหม? ถ้าหากยังไม่เคย ต้องลองสวมวิญญาณเหิรฟ้า(ตัวละครฮิตในยุคพ่อยังหล่อ)ขึ้นไปบนยอดดอย สูดอากาศหายใจให้ลึกๆแล้วลองตะโกนข้ามดอยไปทักทายเพื่อนบ้านฝั่งพม่าดู เพราะว่าเขตแดนระหว่างเราและเขาห่างกันเพียงร่องเขากั้น มองจากฝั่งไทยไปก็ทำให้เห็นสภาพบ้านเมืองของเพื่อนบ้านเเล้ว ถามว่าจะได้ยินกันไหม ไม่ลองก็คงไม่รู้ แต่ที่แน่ๆมันช่วยปลดปล่อยความเครียดได้ดีชะมัดเลยล่ะ

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

8. สอยดาวสาวดอยมาถ่ายรูป

       ไปเที่ยวทั้งที เราควรเก็บประสบการณ์ให้ครบรอบด้าน เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของแต่ละสถานที่ไม่ได้มีเพียงแค่ฉากที่ถูกจัดไว้ให้ถ่ายรูปเท่านั้น แต่คือวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนที่แตกต่างกันต่างหาก ลองอาศัยความกล้าสักนิด เดินเข้าไปทักทายสาวดอยดู ชวนเธอคุยได้ตั้งแต่เรื่องดินฟ้าอากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่านิยมและวัฒนธรรมของชนกลุ่มน้อย แล้วคุณอาจจะได้ความคิด มุมมองหรือทัศนคติใหม่ๆกลับมา พอเธอเผลอก็ขอถ่ายรูปไว้ซะเลย จะได้เก็บไว้อวดเพื่อนได้ ว่าการไปเที่ยวของเรามันได้เรียนรู้อะไรดีๆและให้รสชาติชีวิตได้แค่ไหน

สาวน้อยสองนางนี้เป็นนางงามดอยเลยนะ อายุแค่ 16 ปีเท่านั้นเอง

(เริ่ดเว่อร์..ใครบ้างจะเคยเจอนางงามดอยได้ง่ายๆ)

ส่วน 3 คนนี้ก็สาว……สาวในอดีต

– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

9. จิบชา กินไข่ ที่ไร่สูง

         ใครชอบดื่มชา ต้องแวะแหล่งผลิตชาขึ้นชื่อของโครงการหลวง นั่นก็คือไร่ชา2000 ดอยอ่างขาง ชมทัศนียภาพไร่ชาขั้นบันไดที่ปลูกลดหลั่นลงไปตามไหล่เขาสูงชัน บริเวณเดียวกันเป็นโรงอบชาที่ทำงานด้วยพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์จากการหมุนของกังหันลมและแผงโซลาเซลล์ซึ่งตั้งอยู่ที่นั่น และหากเดินเหนื่อยแล้วที่นี่ก็ยังมีร้านน้ำชาไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญอย่าลืมชิมเมนูไข่ชาเขียวเด็ดขาด แม้จะเป็นเพียงไข่ไก่ธรรมดาที่ต้มกับชาเขียว แต่กลิ่นหอมเหมือนอาหารประเภทตุ๋นยาจีนเลยทีเดียว กินไข่ไป ชมวิวไป ไม่ทันรู้ตัวก็หมดไปอย่างน้อยคนละ 2 ฟองแล้ว

ร้านน้ำชาที่นี่ไม่มีผนังกั้น มีเพียงหลังคามุงหญ้าง่ายๆ วิวสวยๆ แดดอ่อนๆและอากาศบริสุทธิ์เท่านั้น

ไข่ต้มชาเขียว ไข่ธรรมดาที่ต้องโดน

 – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

10. เที่ยวให้ครบ ไม่จบต้องกลับไป

        ข้อสุดท้ายนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ความจริงแล้วดอยอ่างขางยังมีสิ่งที่เราควรทำอีกมาก ชนิดที่พลาดไปแล้วคงน่าเสียดายไม่น้อย ซึ่งเฉพาะแค่ในส่วนของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนั้น เราเองก็ยังทำได้ไม่ครบและเที่ยวได้ยังไม่ทั่วเลย เนื่องจากเวลาที่มีจำกัด แต่ว่าเราจะกลับไปเยือนอ่างขาง ดินแดนมหัศจรรย์นี้อีกอย่างแน่นอน

กิจกรรมอื่นๆที่ควรทำ

1.ขี่ล่อชมธรรมชาติ = สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีการจัดกลุ่มชาวบ้านนำล่อมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ขี่ชมสถานที่บริเวณแปลงต่างๆ ผู้สนใจสามารถติดต่อเช่าขี่ล่อได้ที่สถานีฯอ่างขาง (ใช้เวลา 45 นาที ต่อ 1 รอบ)
2.เดินป่าเส้นทางศึกษาธรรมชาติ = เป็นเส้นทางเดินในแปลงปลูกป่าของสถานีฯอ่างขางซึ่งเป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศไต้หวัน นักท่องเที่ยวสนใจเดินในเส้นทางของสถานีฯอ่างขางสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ข้อมูลได้ (ระยะทางโดยเฉลี่ย 45 นาที – 1.30 ชม.)
3.ขี่จักรยานชมธรรมชาติ = นักท่องเที่ยวสามารถนำจักรยานมาปั่นภายในสถานีฯ หรือเช่าจักรยานที่สโมสรอ่างขางปั่นชมจุดต่างๆ ภายในสถานีฯอ่างขาง ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการเที่ยวชม
4.ดูนก = ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ดูนกที่มีนกหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่จะมีนกอพยพหาดูยากมายังบริเวณสถานีฯอ่างขางรวมถึงพื้นที่บริเวณใกล้เคียง ซึ่งชมรม “ ฅนรักษ์นกอ่างขาง ” โดยสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีข้อมูลไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจดูนกที่อ่างขาง

 – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –

        น่าเสียดายที่เรามีเวลาเที่ยวชมเพียงวันเดียวเท่านั้น แต่สำหรับคนที่ต้องการจะใช้เวลาพักผ่อนต่อนั้น ที่สถานีฯอ่างขางก็ยังมีบ้านพักไว้พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย และก่อนกลับเจ้าหน้าที่ยังได้กระซิบบอกกับเราอีกว่า ในอนาคตทางสถานีฯอ่างขางจะมีการจัดเทศกาล”ฮานามิเมืองไทย” หรือเทศกาลชมดอกไม้แบบประเทศญี่ปุ่นขึ้นอีกด้วย เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ พวกเราคงต้องสวมวิญญาณโกโบริมานั่งจิบชาชมแม่ดอกซากุระ ท่องแดนมหัศจรรย์อ่างขางกันอีกครั้งแล้วล่ะ เตรียมตัวไว้ได้เลย

สิ่งอำนวยความสะดวก : บ้านพัก, ลานกางเต็นท์, หอประชุม, สโมสร, ร้านกาแฟและเบเกอร์รี, ร้านขายของที่ระลึก

ติดต่อ
www.angkhangstation.com
www.facebook.com/angkhangstation
สำนักงานสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง
โทร : 053-969-489
สำหรับจองที่พัก หรือสอบถามร้านอาหารสถานีฯ อ่างขาง
โทร : 053-969-476-78 ต่อ 114
ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอ่างขาง
โทร : 053-969-489

การเดินทาง

รถยนต์ส่วนตัว :
จากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) เดินทางเรื่อยมาจนถึงอำเภอเชียงดาวบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 79 จะพบทางแยก(หมายเลข 1) ถ้าเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกจะผ่าน ต.เมืองงาย บ้านอรุโณทัย บ้านหลวง เส้นทางจะค่อนข้างแคบแต่จะไม่ค่อยลาดชันเท่าใดนัก (ควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อป้องกันกรณีฉุกเฉินแล้วไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ เพราะเส้นทางนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์)
หากยังไม่เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกหมายเลข 1 ให้ขับรถจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 137 จะถึงเส้นทางหมายเลข 2 ตามที่แสดงในแผนที่ เมื่อมาถึงปากทางขึ้นดอยอ่างขางจะมีป้ายบอกด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับรถตามถนนขึ้นมาเลย ทางเส้นนี้จะค่อนข้างลาดชันมาก จึงมีบริการเช่าเหมารถคิวสองแถวหน้าปากทางให้ขึ้นมาส่งได้ แต่หากจะนำรถขึ้นมาเองก็ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

รถโดยสารประจำทาง :
ในกรณีที่เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ให้ขึ้นรถสาย เชียงใหม่-ฝางที่คิวรถช้างเผือกในตัวเมืองเชียงใหม่ มีทั้งรถตู้และรถบัสคันใหญ่ และมาลงที่หน้าวัดหาญสำราญ(ตรงหลักกิโลเมตรที่ 137) จะมีบริการรับ-ส่ง คิวรถสองแถว ซึ่งสามารถเหมารถต่อเพื่อขึ้นมาถึงดอยอ่างขางได้

ติดต่อรถคิวปากทางขึ้นดอยอ่างขาง : 053-884848 / 086-1947484 คุณส้ม

ฝากความคิดเห็น ...