public transportation chiang mai
          เชียงใหม่เป็นเมืองที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่ถึงเวลาจะผ่านไปกี่ปีๆ ก็ยังเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยือนได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นอากาศเย็นๆในหน้าหนาว ทะเลหมอกบนยอดดอยสูงหรือวิถีชีวิตแบบต๊ะต่อนยอนไม่เหมือนที่ใด แต่ปัญหาหนึ่งที่นักท่องเที่ยวรวมถึงคนเชียงใหม่ต่างพากันกุมขมับ นั่นก็คือการเดินทางไปไหนมาไหนที่ยากแสนยาก หลายๆครั้งแม้อยากจะไปเที่ยวให้ทั่วแต่ก็ต้องตัดใจเพราะไม่มีรถส่วนตัว แต่วันนี้ทั้งนักท่องเที่ยวและคนเชียงใหม่จะไม่ต้องรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนโดนทิ้งไว้กลางทางอีกต่อไป เพราะตอนนี้ระบบคมนาคมขนส่งได้ถูกพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก จะเป็นยังไงบ้างนั้น Review Chiang Mai ไปหาคำตอบมาให้แล้วนะเทอว์

1. “รถแดง/สี่ล้อแดง

พาหนะที่หากพลาดไปคงถือว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ติดโผสำหรับเจ้ารถสองแถวสีแดงจัดจ้านที่คอยวิ่งไปทั่วตัวเมืองคันนี้ แม้จะมีสไตล์การขับที่ค่อนข้างกวนอารมณ์เพื่อนร่วมถนน แบบนึกจะจอดตรงไหนก็จอด นึกจะเลี้ยวตรงไหนก็เลี้ยว ชนิดที่ทั้งถนนเป็นของข้าเพียงผู้เดียว แถมค่าโดยสารก็ไม่แน่นอนสักเท่าไร โบกแล้วจะไปส่งยังสถานที่นั้นๆไหม เราก็ไม่อาจเดาใจได้ แต่รถแดงหรือรถสี่ล้อแดงนี้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีใช้ได้ เพราะหาง่ายและไม่ต้องคอยนานนั่นเอง
ปัจจุบันหน่วยงานรัฐก็ได้เข้ามาพยายามควบคุมราคาโดยสารให้เป็นธรรมและเป็นมาตรฐานเดียวกันมากขึ้น คือ ราคาค่าโดยสารตลอดสายเพียง 15 บาทสำหรับบุคคลทั่วไป และ 10 บาทสำหรับนักเรียน นักศึกษาและพระภิกษุสงฆ์ เริ่มเดินรถตั้งแต่ 07.00 – 16.30 น. (วิ่งทุก 30 นาที) ที่เจ๋งกว่านั้นคือมี GPS ติดรถทุกคัน พร้อมด้วยแอพพลิเคชั่น CMTRANSIT ให้เราดาวน์โหลดไว้ใช้ดูเส้นทางเดินรถและคำนวณเวลารอรถได้เลย
สีแดงคือเส้นทางที่เปิดให้บริการ ส่วนสีดำยังไม่เปิดให้บริการ
แผนที่รถแดงจะโชว์ให้เราเห็นว่าขณะนี้รถเดินทางถึงไหนแล้ว
รถที่ร่วมโครงการจะติดป้ายแบบนี้ไว้ชัดเจน
ตารางเวลาเดินรถ
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังคงต้องผ่านการปรับโครงสร้างอีกมาก โดยจากเดิมที่มีเส้นทางนำร่อง 5 สาย ตอนนี้มีความจำเป็นต้องปิดปรับปรุงบางสายชั่วคราว จึงเหลือเพียงสาย 2 และสาย 4 เท่านั้นที่ยังให้บริการ และกำลังจะเปิดตัวสาย 8 ในเร็วๆนี้ ส่วนรถแดงที่ไม่ได้อยู่ในโครงการนั้น เราสามารถพบได้ทั่วเมืองเชียงใหม่ พร้อมให้ลุ้นค่าโดยสารและทดลองใช้บริการกันเช้าจรดค่ำเลยทีเดียว
เส้นทางนำร่อง
สาย 1 : หลังมช. – เซ็นทรัลเฟสติวัล
สาย 2 : ห้วยแก้ว – ขนส่งอาเขต
สาย 4 : ขนส่งช้างเผือก – นิมมานฯ – สนามบิน
สาย 7 : ขนส่งช้างเผือก – ยุพราช – เซ็นทรัลเฟสติวัล
สาย 8 : กาดหลวง – นิมมาน – ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ – รพ.นครพิงค์
สาย 9 : ขนส่งช้างเผือก – กาดหลวง
ข้อมูลเพิ่มเติม : Chiang Mai Bus

2. “รถเมล์ขาว

ผลงานสุดเจ๋งอีกชิ้นหนึ่งของโครงการ Chiang Mai Bus โครงการเดียวกันกับที่เข้ามาจัดระเบียบรถแดง ขณะเดียวกันก็ได้ฟื้นคืนชีพเจ้ารถเมล์ขาวซึ่งเคยปิดตัวไปให้กลับมาอวดโฉม พร้อมใช้บริการได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากรถจะใหม่เอี่ยมและแอร์จะเย็นฉ่ำแล้ว ยังอินเทรนด์กับกระแสปั่นจักรยานที่กำลังมาแรง ด้วยการติดตั้งจุดแขวนจักรยานไว้หน้ารถอีกด้วย ช่างสะดวกสบายสำหรับคนที่ต้องเดินทางต่อจริงๆ ได้ใจคนรุ่นใหม่ไปเต็มๆเลยสำหรับเจ้าเมล์ขาวคันนี้ ส่วนอัตราค่าโดยสารก็เพียงแค่ 15 บาท(ผู้ใหญ่) และ 10 บาทตลอดสาย (นักเรียน นักศึกษา พระภิกษุสงฆ์) เท่านั้น โดยปัจจุบันทดลองวิ่ง 1 เส้นทาง คือ สาย 14
สำหรับเส้นทางเดินรถ เริ่มตั้งแต่ สถานีขนส่งอาเขต ผ่านร.ร.ดาราวิทยาลัย รพ.แมคคอร์มิค ตลาดต้นลำไย  ประตูท่าแพ ร.ร.ยุพราชวิทยาลัย วัดพระสิงห์ ประตูเชียงใหม่ จนถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่
เส้นทางขากลับ ผ่านทางเส้นถนนวัวลาย ร.ร.วัฒโนทัยพายัพ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ อาชีวะศึกษาเชียงใหม่ ถนนช้างม่อย ร.ร.ดาราวิทยาลัย และสถานีขนส่งอาเขต
โครงการนี้อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างเล็กน้อย คือ การเดินทางแต่ละเที่ยวใช้เวลานานมาก ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีธุระเร่งรีบ อย่างน้อยก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางไว้ไม่ต่ำกว่า 40 นาทีหรืออย่างมากก็ 2 ชั่วโมงนั่นเอง ต๊ะต่อนยอนมั้ยล่ะ
เบาะนุ่มๆนั่งสบาย สภาพภายในสะอาดใหม่เอี่ยม
เวลาเดินรถเริ่มตั้งแต่ 06.00-18.00 น.
เห็นป้ายแบบนี้ ก็ไปยืนรอได้เลย

3. “รถคิว

ความน่ารักของเชียงใหม่อีกอย่างก็คงจะเป็นเรื่องสีรถโดยสารนี้เอง เพราะนอกจากรถแดง/สี่ล้อแดงแล้ว ก็ยังมีรถคิวที่มีสีสันสดใสไม่แพ้กัน เพียงแต่รถคิวจะวิ่งเส้นทางระหว่างตัวเมืองและอำเภอรอบนอกเท่านั้น ซึ่งการขึ้นรถคิวนอกจากจะช่วยเปิดประสบการณ์ในการเดินทางร่วมกับคนพื้นที่ ทั้งคนเมือง คนดอยแล้ว บางครั้งหากที่นั่งเต็มและเราเป็นผู้ชายที่ยังฟิตเปรี๊ยะอยู่ล่ะก็ อย่าแปลกใจถ้าจะต้องระเห็จตัวเองออกมายืนโหนราวอยู่นอกรถ เพราะนี่คือธรรมเนียมการโดยสารของรถคิวเชียงใหม่นั่นเอง
ส่วนราคาเมื่อเทียบกับระยะทางแล้วก็ถูกอย่างกับให้เปล่า เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตของคนพื้นเมืองอย่างแท้จริง ผู้รักการผจญภัยและคนที่ต้องการประหยัดค่าเดินทาง แต่ต้องศึกษาเส้นทางและสอบถามคนขับรถให้ชัดเจนเท่านั้น ซึ่งรถคิวจะจอดประจำอยู่ 3 คิวหลักๆ คือ สถานีขนส่งช้างเผือก/คิวรถช้างเผือก ตลาดวโรรส/คิวรถกาดหลวง และตลาดประตูเชียงใหม่/คิวรถประตูเชียงใหม่ โดยเราขอยกตัวอย่างรถคิวที่จะนำไปสู่อำเภอรอบนอกที่น่าสนใจและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ เช่น
เชียงใหม่ – แม่วาง
ลักษณะ : รถสองแถวสีเหลือง
เวลาบริการ : 05.00 – 17.30 น.
คิวรถ :  สถานีขนส่งช้างเผือก, ประตูเชียงใหม่
เส้นทาง : มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่วาง
ค่าโดยสาร : 35 บาทตลอดสาย
สถานที่ท่องเที่ยว : น้ำตกแม่วาง ปางช้างแม่วาง ล่องแพไม้ไผ่ หมู่บ้านชาวเขา นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางต่อไปดอยอินทนนท์อีกด้วย

เชียงใหม่ – แม่ริม

ลักษณะ : รถสองแถวสีเหลือง
เวลาบริการ  : 06.00 – 19.30 น.
คิวรถ :  สถานีขนส่งช้างเผือก,  ตลาดวโรรส
เส้นทาง : ผ่านศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่, รพ.นครพิงค์ มุ่งหน้าสู่อำเภอแม่ริม
ค่าโดยสาร : 16 บาทตลอดสาย
สถานที่ท่องเที่ยว : น้ำตกแม่สา บ้านม้ง (แม้ว) แม่สาใหม่ สวนกล้วยไม้และฟาร์มผีเสื้อ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

เชียงใหม่ – สันกำแพง

ลักษณะ : รถสองแถวสีขาว
เวลาบริการ  : 6.00 – 19.30 น.
คิวรถ :  สถานีขนส่งช้างเผือก,  ตลาดวโรรส
เส้นทาง : ผ่านสถานีรถไฟ ไปบ้านบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง
ค่าโดยสาร : 16 บาทตลอดสาย
สถานที่ท่องเที่ยว : บ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง วัดป่าตึง พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ น้ำตกแม่ตะไคร้ ร่มบ่อสร้าง

เชียงใหม่ – สารภี – ลำพูน

ลักษณะ : รถสองแถวสีฟ้า
เวลาบริการ  : – น.
คิวรถ :  ตลาดวโรรส (หรือขึ้นรถต้นทางที่สะพานเหล็ก)
เส้นทาง : ผ่านเวียงกุมกาม ถนนต้นยางเชียงใหม่ – ลำพูน อำเภอสารภี ไปจนถึงจังหวัดลำพูน
ค่าโดยสาร : 12 บาทตลอดสาย
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอสารภี : เวียงกุมกาม ถนนต้นยางเชียงใหม่-ลำพูน

เชียงใหม่ – ทุ่งเสี้ยว – สันป่าตอง

ลักษณะ : รถสองแถวสีเหลือง
เวลาบริการ  : 05.00 – 20.00 น.
คิวรถ :  ประตูเชียงใหม่
เส้นทาง : ผ่านอำเภอหางดง, สันป่าตอง จนถึงทุ่งเสี้ยว
ค่าโดยสาร : 19 บาทตลอดสาย
สถานที่ท่องเที่ยว : พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาเชียงใหม่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยเขิน คุ้มเจ้าแก้วนวรัฐ หนองสะเรียม เวียงท่ากาน

4. “รถแท็กซี่ (Taxi)”

ออกจะดูดีมีฐานะขึ้นมาอีกขั้น สำหรับการเดินทางในเชียงใหม่ด้วยรถแท็กซี่ ข้อดีนั้นมีมากมาย เช่น ความสะดวกกรณีที่มีสัมภาระเยอะ ความสบายกับเบาะนุ่มๆและแอร์เย็นฉ่ำ ความมั่นใจ (แท็กซี่ที่นี่ไปส่งทุกที่และไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร) และความรวดเร็ว เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางด้วยแท็กซี่เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในจังหวัดเชียงใหม่ จนทำให้นอกจากแท็กซี่ภายในสนามบินแล้ว ก็ยังมีผู้ให้บริการเอกชนรายใหม่ๆเกิดขึ้นอีกหลายเจ้าเลยทีเดียว
แท็กซี่สนามบิน
เป็นบริการรถสาธารณะจากบริษัท เจ็ดยอด บราเทอร์ จำกัด โดยเคาท์เตอร์จะอยู่ภายในอาคารสนามบิน มีค่าบริการออกจากสนามบิน 50 บาท และค่าโดยสารแบบนับมิเตอร์หรือเหมาจ่ายอีกต่างหาก อัตราค่าบริการล่าสุด คือ ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก ราคา 50 บาท, ระยะทาง 2-12 กิโลเมตร คิดกิโลเมตรละ  10 บาท, ระยะทางเกิน 12 กิโลเมตร ใช้วิธีตกลงราคา
อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเมืองเชียงใหม่ในขณะนี้ ก็คือแท็กซี่เวียงพิงค์ จากสหกรณ์แท็กซี่เชียงใหม่ ซึ่งมีการตั้งราคาที่ถูกกว่าแท็กซี่จากสนามบิน และมีการกดมิเตอร์พร้อมออกใบเสร็จให้อย่างโปร่งใส อัตราค่าบริการ คือ ระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก ราคา 40 บาท, กิโลเมตรที่ 2 – 10 คิดกิโลเมตรละ 6 บาท, กิโลเมตรที่  10  ขึ้นไป คิดกิโลเมตรละ 10 บาท และอย่าลืมโหลดแอพพลิเคชั่น GRAB Taxi ไว้สำหรับเรียกแท็กซี่ให้มารับ ตรวจสอบข้อมูลพนักงานขับรถและระยะทางด้วยนะ โดยการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพพลิเคชั่นจะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นอีกแค่  50 บาทเท่านั้น
แท็กซี่เอกชนทั่วไป
แท็กซี่เอกชนทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นแท็กซี่แบบเหมาจ่าย มีรถให้บริการทั้งประเภท 4 ที่นั่งและ 6 ที่นั่ง สามารถเรียกรถได้โดยการโทรศัพท์ไปยังศูนย์แท็กซี่ แล้วรถจะมารับเราภายใน 20 – 40 นาที (ขึ้นอยู่กับระยะทาง) ส่วนในชั่วโมงเร่งด่วนตั้งแต่เวลา 06.30 – 08.00 น.และ 16.30 – 18.30 น. ควรโทรแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถเหมาไปเที่ยวบนดอยหรือต่างจังหวัดได้อีกด้วย ค่าบริการประมาณ 120 – หลักพันบาท
ศูนย์แท็กซี่เชียงใหม่ : 095 – 7101113 / 084 – 0401113
Taxi – Empire 093 – 1409528
Taxi – Kingdom 053 – 214025 (เจ้านี้การันตีตัวเองว่าค่าบริการถูกที่สุด คิดค่าบริการทั้งแบบเหมาจ่ายและมิเตอร์)
Tip : การขอนามบัตร/เบอร์โทรศัพท์ของแท็กซี่ไว้ จะช่วยได้มากเมื่อต้องการใช้บริการฉุกเฉิน

5. “รถตู้ BTTS เชียงใหม่

แทบไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรมากสำหรับรถตู้ BTTS คันนี้ เพราะว่าแค่วางแผนการเดินทางดีๆแล้วก้าวขึ้นรถ ก็สามารถเดินทางไปได้ทั่วเชียงใหม่เลยทีเดียว โดยรถตู้ BTTS จะให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. ขับผ่านสถานที่สำคัญถึง 42 จุดด้วยกัน ทั้งห้างสรรพสินค้า สถาบันการศึกษา สถานที่ราชการ ตลาด โรงพยาบาล แหล่งท่องเที่ยวและสิ้นสุดสายที่อำเภอสารภี ทั้งหมดนี้จ่ายเงินเพียง 30 บาทตลอดสาย ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเปิดตัวใหม่ จึงมีโปรโมชั่นมาเอาใจกันชนิดที่ว่าลดค่าโดยสารเหลือ 20 บาทเท่านั้น คุ้มเหลือเชื่อมาก งานนี้อ้อมไม่อ้อมไม่ว่าแต่ทั่วถึงไว้ก่อน ผมนี่เตรียมลิสต์ไว้เป็นรายการในดวงใจเลยครับ
เส้นทางเดินรถและสถานที่สำคัญทั้ง 42 จุด

ตกแต่งคันรถด้วยลายแกะสลัก เอกลักษณ์ของบ้านถวาย
เพราะโครงการนี้ต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวบ้านถวายเป็นพิเศษนั่นเอง
ภายในรถกว้างขวาง นั่งสบาย
ข้อมูลเพิ่มเติม : บ้านถวาย Taxi , 052 – 014909 / 095 – 4521229

6. “รถตุ๊กตุ๊ก”

แท็กซี่สไตล์ไทยที่ไม่ว่าใครได้ลองต้องร้องแว๊นท์ เอ้ย ว้าว เพราะรวดเร็วทันใจ แถมมีลีลาการขับหวาดเสียวสะใจ เชียงใหม่เราก็ไม่พลาดที่จะมีไว้ให้ใช้บริการเช่นกัน ทั้งนี้นอกจากจะวิ่งหาผู้โดยสารไปทั่วเมืองแล้ว เรายังสามารถพบกับสถานที่จอดประจำของรถตุ๊กตุ๊กได้ที่สถานีขนส่งอาเขต สถานีขนส่งแห่งที่ 3 สถานีรถไฟ ตลาดประตูเชียงใหม่ ตลาดวโรรสและห้างสรรพสินค้า รวมถึงสถานบันเทิงยามราตรีชื่อดังต่างๆอีกด้วย ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 60 – 80 บาท มากน้อยขึ้นอยู่กับระยะทาง และตุ๊กตุ๊กไม่ใช่รถแดง ถึงอู้กำเมืองก็ไม่ค่อยลดราคานะ
จุดบริการตุ๊กตุ๊ก สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 2

7. “รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานนี้กับการเดินทางที่เร็วได้ยิ่งกว่าตุ๊กตุ๊ก ซอกแซกทันใจได้ทุกสถานการณ์ ไม่หวั่นแม้วันรถมาก พร้อมบริการรับส่งคนทุกกลุ่ม ทุกวัย แม้แต่ซุปตาร์ก็ยังเลือกใช้บริการ จะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง
ซึ่งเชียงใหม่มีวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำการอยู่ 4 จุดใหญ่ๆ ได้แก่ สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่, สถานีขนส่งช้างเผือก(08.30 – 18.30 น.), ตลาดต้นพยอม(06.00 – 18.00 น.) และข้างทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่(06.00 – 18.00 น.) โดยราคาจ้างเหมาเข้าตัวเมืองและไปยังสถานที่ต่างๆจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เริ่มต้นที่ 20 บาทจนถึง 400 บาท สามารถตกลงเส้นทางกับพี่วินมอเตอร์ไซค์ได้ตามอัธยาศัย แม้แต่ให้พาไปส่งขึ้นดอยสุเทพ ดอยปุยก็ยังพร้อมให้บริการ
สำหรับวินมอเตอร์ไซค์ที่มีการรับรองจากภาครัฐนั้นต้องมีเสื้อสีบานเย็นติดแถบสะท้อนแสงหน้า-หลัง มีหมายเลขเสื้อ ชื่อวินที่สังกัดชัดเจน มีชื่อนามสกุลและภาพถ่ายของผู้ขับขี่รถรับจ้างติดที่เสื้อทั้งด้านหน้าและหลัง อีกทั้งต้องมีหมวกกันน็อคให้ผู้โดยสารสวมใส่ เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจในการใช้บริการ
ป้ายแสดงราคาชัดเจน

8. “รถเช่า”

ด้วยความที่เชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ใครๆก็รัก เลยพลอยทำให้มีบริการรถเช่าหลายร้านมากกกกกก (ก.ไก่ร้อยตัว) แถมยังมีให้เลือกเช่าแทบจะครบทุกประเภทพาหนะ เพื่อให้เหมาะสมกับรูปแบบการเดินทาง จำนวนคนโดยสารและรสนิยมส่วนตัวของผู้เช่า ซึ่งหลายๆคนเชื่อว่าการเช่ารถเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าการเหมารถโดยสาร เพราะสามารถเดินทางไปได้หลายที่โดยอิสระกว่า ส่วนในกรณีที่เราขับรถไม่เป็นหรือไม่เชี่ยวชาญเส้นทางนั้น ร้านรถเช่าหลายๆร้านก็ยังมีบริการให้เช่ารถพร้อมทั้งคนขับแล้วยังพ่วงประกันรถชั้น 1 เข้าไปอีก เอาเป็นว่ามาดูกันเลยดีกว่าว่าเชียงใหม่มีร้านเช่ารถอะไรบ้าง และร้านไหนดีร้านไหนเด่นชนิดที่ใครๆก็แนะนำกัน
รถยนต์
บอกเลยว่าร้านบริการเช่ารถเชียงใหม่ร้านนี้ใช่ว่าจะได้ A แค่ชื่อร้าน แต่มาตรฐานรถและบริการก็ A+++ สมชื่อ เพราะไม่ว่าจะเป็นคนพื้นที่ นักท่องเที่ยวทั่วไปหรือคนดังต่างก็ผ่านความประทับใจมาแล้วทั้งนั้น
– รถสภาพดีและใหม่มาก ไม่พบปัญหาขณะขับขี่ (ขับขึ้นดอยได้สบาย)
– ค่าเช่าไม่แพงและคุ้มค่า
– มีบริการรับ – ส่งรถถึงที่
– พนักงานเป็นกันเอง สุภาพและบริการดีมาก (ลูกค้าการันตีเป็นเสียงเดียวกัน บอกเลย)
– มีการจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจอยู่เรื่อยๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม : AA Lease And Rent – เอเอ รถเช่าเชียงใหม่ , 053 – 208425 / 094 – 6173939
LINE ID  aaleaseandrent
Budget
แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของวงการเช่ารถยนต์ที่ได้รับความนิยมติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก และมีสาขาถึง 26 สาขาในประเทศไทย
– บริการรับ-ส่งรถฟรีถึงที่พัก สนามบิน หรือสถานที่ใดๆก็ตามที่อยู่ในเขตใจกลางเมือง
– มีบริการรถเช่าพร้อมคนขับ
– ฟรี ! แผนที่ท่องเที่ยวพร้อมรายชื่อถนน
– บริการความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงจากพนักงานที่สามารถพูดได้หลายภาษา (อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน)
– อุปกรณ์เสริม เช่น ที่นั่งในรถสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี , เก้าอี้วีลแชร์
– มีประกันภัยชั้น 1
ข้อมูลเพิ่มเติม : Budget  , 053 – 202871 – 2
รถมอเตอร์ไซค์
ร้านเช่ารถร้านนี้รอต้อนรับเราตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบผืนดินเชียงใหม่ ณ สถานีขนส่งอาเขต และเพราะเป็นร้านที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าเก่าแก่ของเชียงใหม่ แน่นอนว่าจึงเป็นที่นิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมากมาย
– มีรถมอเตอร์ไซค์ให้เลือกมากกว่า 50 คัน อัพเดทรถรุ่นใหม่ๆเข้ามาตลอด
– รถทุกคันตรวจเช็คโดยศูนย์ตรวจเช็คสภาพรถเป็นประจำ
– รถมอเตอร์ไซค์ทุกคันมีประกัน พ.ร.บ.บุคคลที่ 3
– เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง
– มีบริการรับฝากรถในที่เดียวกัน ด้วยเนื้อที่กว่า 2.5 ไร่ (รับฝากมอเตอร์ไซด์ 1,000 คัน/รถยนต์ 200 คัน)
– มีบริการให้เช่ารถยนต์ด้วยเพื่อทางเลือกที่มากขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติม : อาเขตมอเตอร์ไซค์ให้เช่า Arcade Motorbike Rental , Facebook ,
Line ID : arcademotorbike , 053 – 241412 / 091 – 0719986
Bikky Chiang Mai
ร้านเช่ารถท้องถิ่นชื่อเสียงดีในหมู่นักท่องเที่ยวชนิดแนะนำกันแบบปากต่อปาก อันที่จริงมีรถยนต์ให้บริการเช่าด้วย แต่ที่โดดเด่นสุดๆก็คือมอเตอร์ไซค์นี่แหละ
– มี 3 สาขาในเชียงใหม่ คือ สาขาห้วยแก้ว สาขากาดสวนแก้ว และสาขาอาเขต ดังนั้นจึงสามารถคืนรถต่างสาขาได้ แต่ต้องแจ้งพนักงานขณะทำสัญญา
– บริการรับ – ส่งรถฟรีถึงที่พักในบางพื้นที่ เช่น นิมมานเหมินท์และสันติธรรม
– ไม่ต้องวางเงินมัดจำกรณีเช่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นทั่วไป เช่น Wave, Click และSuzuki
ข้อมูลเพิ่มเติม : Bikky Chiang Mai , 080 – 1220985 / 082 – 9027890 / 053 – 212322
รถจักรยาน
N&K Bicycle For Rent
ร้านนี้ก็ดีเด่นจนมีคนแนะนำอีกเช่นกัน ใครแนะนำ…ก็พวกเรา Review Chiang Mai เองนี่ไงล่ะ! (ฮ่าาา) อยากเที่ยวแบบปั่นจักรยาน บอกร้าน “N&K Bicycle For Rent”
– บริการเป็นเลิศ ใส่ใจลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำในการปั่นจักรยานเที่ยว
– จักรยานสภาพดี
– ราคาคุ้มค่า
– มีห้องพักให้เช่าด้วย
– เจ้าของร้านเป็นนักปั่น ย่อมเข้าใจนักปั่นด้วยกัน (เยี่ยม!)
ข้อมูลเพิ่มเติม : N&K Bicycle For Rent , 053 – 202460 / 086 – 6711330

9. “รถพ่วงข้าง”

ปกติเรามักจะเคยชินกับภาพรถพ่วงข้างขายอาหารและน้ำ หรือไม่ก็ใช้สำหรับส่งแก๊ส แต่รู้ไหมว่ารถพ่วงข้างก็ใช้ส่งคนได้ด้วย โดยรถพ่วงข้างรับจ้างนี้มีคิวอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอแม่ริม คอยรับ-ส่งผู้โดยสารไปยังสถานที่ต่างๆตามแต่ตกลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนที่โดยสารมากับรถคิวจากในตัวเมือง เมื่อรถคิววิ่งมาสุดสายที่หน้าที่ว่าการอำเภอจึงนั่งรถพ่วงข้างไปที่อื่นๆต่อไป บ้างก็เดินทางกลับบ้านและบ้างก็เป็นนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายในอำเภอแม่ริม ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 20 – 30 บาท ไปจนถึงหลักร้อย ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกลและวาทศิลป์ในการต่อรอง

มีอีกคิวคือนั่งรถสี่ล้อแม่แตงมาลงปากทางเข้าเขื่อนแม่งัด สังเกตุอาคารสีแดงทั้งหลังของนิ่มซีเส็ง มีรถมอเตอร์ไซค์พ่วง 3 ล้อรับจ้างจอดอยู่  ถ้าข้ามถนนเดินเข้าไปในทางเข้าเขื่อนจะมีร้านอาหารเล็กๆ ด้านซ้ายมือ ที่นั่นมีมอเตอร์ไซต์รับจ้างบริการ


10. “รถสามล้อถีบ”

ลองนึกภาพในละครย้อนยุคหลายๆเรื่อง จะเห็นรถสามล้อถีบถูกใช้เป็นพาหนะที่คอยรับส่งผู้คนในอดีต ขณะที่ความจริงนั้นพาหนะชนิดนี้แทบจะสูญหายไปตามกาลเวลา ทว่ารถสามล้อถีบจะไม่ได้เป็นเพียงฉากในละครที่รอวันถูกลืมเลือนจากผู้คนเท่านั้น เพราะตอนนี้มีโครงการนั่งสามล้อแอ่วเวียงเจียงใหม่ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวถึง 3 เส้นทางด้วยกัน
เส้นทางที่ 1
– วัดบุพพาราม
– วัดเจดีย์หลวง
– วัดพันเตา
– วัดพระสิงห์
– วัดเชียงมั่น
– อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
– ตลาดวโรรส
เส้นทางที่ 2
– อนุสาวรีย์สามกษัตริย์
– หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่
– หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่
– พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา
– วัดอินทขีลสะดือเมือง
– วัดดวงดี
– หอพญามังราย
– วัดพันอ้น
– วัดอุโมงค์มหาเถระจันทร์
– ตลาดวโรรส
เส้นทางที่ 3
– วัดเกตการาม
– พิพิธภัณฑ์วัดเกต
– ชุมชนวัดเกต
– ตลาดวโรรส
– ตลาดต้นลำไย
นั่งสามล้อแอ่วเวียงเจียงใหม่มีบริการทุกวัน วันละ 3 รอบ เริ่มเวลา 10.00 – 12.30 น. / 14.00 – 16.30 น. / 13.00 – 15.30 น. ใช้เวลารอบละ 2.00 – 2.30 ชั่วโมง ซึ่งการนั่งรถสามล้อถีบ นอกจากจะช่วยให้เราได้ซึมซับความงดงามของย่านเมืองเก่าอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีส่วนในการช่วยรณรงค์และยืดลมหายใจให้กับวัฒนธรรมที่ใกล้จะสูญหายไปอีกด้วย
ส่วนคิวรถสามล้อถีบรับจ้างอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในโครงการนี้ เช่น คิวรถสามล้อถีบรับจ้างตลาดต้นลำไย คิวรถสามล้อถีบรับจ้างตลาดประตูเชียงใหม่ เป็นต้น เราก็สามารถไปใช้บริการรับส่งไปยังสถานที่ต่างๆได้ตามแต่กำลังขาพ่ออุ๊ยจะอำนวย ส่วนใหญ่ราคาโดยสารจะเริ่มต้นที่ 20 บาทนั่นเอง
ข้อมูลเพิ่มเติม : ติดต่อทัวร์นั่งสามล้อแอ่วเวียงเจียงใหม่ 085 – 1066319

11. “รถราง”

ปัจจุบันรถรางในเมืองต่างๆมักถูกใช้เพื่อการนำเที่ยว รถรางในเมืองเชียงใหม่ก็เช่นกัน โดยมีเป้าหมายนำเที่ยวย่านเมืองเก่า ชมนิเวศประวัติศาสตร์เวียงพิงค์ซึ่งมีความเป็นมาถึง 700 ปี พร้อมฟังตำนานที่ถูกถ่ายทอดมาต่อๆกันไปด้วย ซึ่งจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่อยากรู้จักเชียงใหม่ให้มากกว่าการเป็นแค่ทางผ่าน เพราะเรื่องบางเรื่องแม้แต่คนพื้นที่หลายๆคนก็ไม่รู้มาก่อน แล้วเราจะทั้งอึ้ง ทั้งทึ่งว่าอาณาจักรนี้เคยยิ่งใหญ่แค่ไหน คนที่เคยหลงรักเชียงใหม่มาแล้ว อาจจะตกหลุมรักลึกยิ่งกว่าเดิมก็ได้
ปกติรถรางจะนำเที่ยวทุกวัน วันละ 2 รอบ คือรอบเช้า(09.00 – 10.30 น.) และรอบบ่าย(13.00 – 14.00 น.) แต่ช่วงนี้เพิ่มรอบพิเศษเฉพาะวันจันทร์ – ศุกร์ พาชมเมืองแบบโรแมนติกใต้แสงไฟในเวลา 18.30 – 19.30 น. เพื่อต้อนรับลมหนาวและเทศกาลแห่งความสุขนั่นเอง (รอบพิเศษหมดเขต 15 มกราคม 2016) ใครสนใจการเดินทางเที่ยวนี้ก็ไปเจอกันได้เลยที่โครงการ Think park กลัวหาไม่เจอให้สังเกตรูปปั้นแมวยักษ์เอาไว้
ราคาค่าบริการและเส้นทางเดินรถ

12. “รถฟรี !!!!!”

ว่าไงนะ ! รถฟรี ???
ใช่เลย ! ของฟรียังมีในโลก ถ้าหาที่ไหนไม่ได้ แน่นอนว่าใกล้ตัวเราก็ยังมี ซึ่งรถฟรีที่ว่านี้ก็คือ Shuttle Bus หรือรถรับ – ส่งลูกค้าของห้างสรรพสินค้านั่นเอง แม้ว่าอาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่มากนัก แต่ก็ช่วยย่นระยะทางในการเดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียง แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าแบบเห็นๆ
ห้างสรรพสินค้าเมญ่า
เส้นทาง : เมญ่า(ฝั่งประตูห้วยแก้ว) – มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(หอหญิง 2)
เวลา : 11.00 – 19.00 น.
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า แอร์พอร์ต(โรบินสัน)
เส้นทาง 1 : สนามบิน – โรงแรมอโมรา(ท่าแพ) – โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง – โรงแรมสุริวงศ์ – โรงแรมดวงตะวัน – โรงแรมเลอ เมอริเดียน – โรงแรมแชงกรีลา – โรงแรมดิเอ็มเพรส – โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ – รติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท – โรบินสัน
เส้นทาง 2 : สนามบิน – เซ็นทรัลเฟสติวัล – โรบินสัน
เส้นทาง 3 : สนามบิน – โรบินสัน – รติล้านนา – โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ – ศิริปันนา รีสอร์ท – เซ็นทรัลเฟสติวัล
เวลา : 10.30 – 19.00 น.
ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล
เส้นทาง 1 : ไนท์บาซาร์ – เซ็นทรัลเฟสติวัล
เส้นทาง 2 : นิมมานเหมินท์ – เซ็นทรัลเฟสติวัล
เส้นทาง 3 : ย่านเมืองเก่า(่คูเมือง) – เซ็นทรัลเฟสติวัล
เส้นทาง 4 : โรบินสัน – เซ็นทรัลเฟสติวัล
เวลา : 10.30 น. / 13.00 น. / 15.00 น. / 17.00 น. / 19.00 น.

13. “หน้าเดิน”

จบสิ้นทุกกระบวนท่า หมดทางที่จะไปต่อ หากสุดท้ายแล้วเรายังหลงหรือถูกทิ้งไว้กลางทางล่ะก็ คงต้องพึ่งตัวช่วยสุดท้ายที่พระเจ้าสร้างให้ นั่นคือสองขาสองเท้าของเราเอง อันที่จริงในระยะทางที่ไม่ไกลมาก เราขอสนับสนุนให้ทุกคนลองเดินดู นอกจากจะทำให้เราดูมีค่านิยมดีๆที่มีกลิ่นอายแบบชาติที่พัฒนาแล้ว การเดินยังช่วยลดปัญหาการจราจรคับคั่ง ลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม แถมยังช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงขึ้นอีกด้วยนะ
สุดท้ายนี้ไม่ว่าเราจะเลือกเดินทางด้วยวิธีการใด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและการเคารพกฎจราจร
เพราะว่าท้องถนนไม่ได้เป็นของเราเพียงผู้เดียว
Bon voyage ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ้ะ
สายด่วนศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่  1584 (24 ชั่วโมง)
**เพิ่มเติมจากแฟนเพจรีวิวเชียงใหม่ คุณ Sirapob Ongvasith แจ้งว่า ยังขาดอีกหนึ่งบริการครับ ตอนนี้มีรถรับส่งจากสนามบินเชียงใหม่ เป็นรถฟอร์จูนเนอร์สีขาว จำนวน 200 คัน(เห็นเค้าบอก) สามารถเรียกใช้บริการได้เหมือนแท็กซี่ ค่าบริการเท่ากัน แต่หรูกว่า
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
ท่านใดมีขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่เพิ่มเติม แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...