ผมต้องเดินทางกรุงเทพ-เชียงใหม่อยู่เป็นประจำด้วยเรื่องของงานที่ทำอยู่ เดือนละประมาณ 3-4 ครั้งหรือจะพูดให้เข้าใจง่ายเข้า ก็คือต้องไปเชียงใหม่ทุกสัปดาห์ ต้องเดินทางไปกับบัดดี้ทีทำงานด้วยกัน ซึ่งก็เป็นผู้ชายเหมือนกันอายุอานามก็ไล่เลี่ยกัน ไอ้ครั้นจะไปถึงเชียงใหม่แล้วจะไปหาที่โรแมนติค หรือไปไหนมาไหนกันก็คงใช่เหตุ ทุกครั้งที่ไปถึงเชียงใหม่เราจึงรู้สึกเบื่อๆเพราะหลังเสร็จงานก็ได้แค่ไปดื่มกิน บริเวณใกล้ๆโรงแรมที่พัก พอให้รื่นเริงกันกันก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้องแล้วหลับกันคนละตื่น …

แรกๆที่มาทำงานที่เชียงใหม่ ก็รู้สึกสนุกและตื่นเต้นกันดี แต่พอมาบ่อยเข้าๆ ทั้งผมกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกันก็เริ่มเบื่อ จะดื่มกินร้านไหน นอนโรงแรมอะไรก็ซ้ำๆซากๆอยู่ในบรรยากาศแบบเดิมๆ … ไปเชียงใหม่เที่ยวนี้ผมจึงเรคอมเม้นต์กับฝ่ายประสานงานว่า ผมขอพักโรงแรมอะไรก็ได้ที่อยู่ในเมือง และทำให้ผมสนุกกับบรรยากาศบ้างได้ไหม

และเมื่อผมมาถึงเชียงใหม่ทีแรกก็รู้สึกเดิมๆเบื่อๆเหมือนไร้วิญญาณอีกเหมือนเคย แต่มารู้สึกตัวกันอีกทีว่า “เฮ้ย นี่มันสวรรค์ของเราเลยนี่หว่า” ก็ตอนที่ผมกับเพื่อนมานั่งยิมพรายน้ำลายย้อยกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์บนชั้น 17 ของโรงแรมฟูราม่าแล้วนั่นเอง

ที่พักเชียงใหม่ โรงแรมฟูราม่า

คุณนุ่น ฝ่ายการตลาดของโรงแรมฟูราม่า เล่าให้เราฟังว่า ฟูราม่าเป็นภาษาสิงคโปร์ เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่รองรับทัวร์ชาวจีนและชาวเอเชียเป็นหลักและที่นี่ก็เพิ่งเปิดมาได้เพียง 5 ปี บรรยากาศและการตกแต่งจึงยังดูใหม่และดูหรูตามสไตล์จากบูติคโฮเตลที่อื่น คือเน้นที่ความโอ่อ่าและสบายเป็นหลัก

บรรยากาศหรูหราในห้องพัก

มุมเอนหลังพักผ่อน ภายในห้อง นอกจากเตียงคู่

รวมถึงการให้บริการที่บริเวณดาดฟ้าชั้น 17 ซึ่งตกแต่งบรรยากาศแบบบาร์บีคิว ปาร์ตี้ ให้แขกที่มาพักรวมถึงบุคคลภายนอกก็สามารถเข้ามาใช้บริการดื่มกินกันได้ในราคาที่ไม่แพงมากอย่างที่คิด เช่นราคาบาร์บีคิวที่ราคาอยู่เฉลียอยู่ที่ไม่ละประมาณ 40 บาท แต่ถ้าไปหลายคนสั่งมาแค่สามสี่ไม้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

บาร์บีคิวหลากชนิดให้คุณเลือกลิ้มชิมรส จะทานเป็นกับแกล้ม หรือทานเล่นก็ถือว่าใช้ได้ แต่ไคลแม๊ก ผมเข้าใจว่าน่าจะอยู่ที่อกไก่ตะไคร้ กับไส้กรอกเนื้อลูกวัว

บรรยากาศโปร่งบนชั้น 17 ณ ลานบาร์บีคิว

… ทีแรกผมว่าจะนั่งดื่มเบียร์สักเหยือกแกล้มบาร์บีคิวกันตรงนี้  แต่บัดดี้ที่ทำงานด้วยกัน เขาบอกผมว่า เราน่าจะเดินดูกันให้ทั่วๆก่อน เผื่อจะมีอะไรเด็ดๆกว่านี้  ผมจึงเดินตามเขาไปตรงใกล้ๆสระน้ำ และสอบถามกับน้องพนักงานที่ยืนคอยให้บริการอยู่ว่า นอกจากลานเบียร์แกล้มบาร์บีคิวตรงนี้ ที่นี่ยังมีอะไรพิเศษอีกไหม

เธอจึงชี้ให้ผมเห็นบันไดวนตรงข้างสระน้ำ แล้วบอกผมว่าด้านบนจะมีบาร์เล็กๆ ที่มีค็อกเทลสูตรพิเศษหลากหลายชนิดให้ได้ลองดื่มกันค่ะ และไม่รอช้า เราคือผมกับบัดดี้ที่ทำงานจึงรีบเดินตามคำบอกของเธอขึ้นไปราวขี้เมาที่ต้องมนต์สะกดของหญิงสาว

ทันทีที่ขึ้นไปนั่งกันอยู่ตรงสตูลบาร์ พี่เดชา บาร์เทนเดอร์ท่าทางทะมัดทะแมงและเป็นกันเอง ก็กล่าวคำทักทายต้อนรับ … ผมเหลือบมองไปที่บาร์เหล้า บอกตรงๆว่าทีแรกไม่รู้จะสั่งอะไร ผมไม่รู้คนอื่นเคยเป็นแบบนี้ไหม คือ อยากดื่มค็อกเทล แต่ไม่รู้จักชื่อ ไม่รู้ราคากลัวแพง กลัวเมาและกลัวถูกบาร์เทนเดอร์แอบหัวเราะเยาะ ผมเข้าใจว่าพี่เดชา บาร์เทนเดอร์ของที่นี่แกคงเดาท่าทางเก้ๆกังๆของผมออก แกจึงแนะนำให้ว่าผมควรดื่มอะไร หลังจากที่ผมบอกพี่เดชาไปว่า ผมต้องการค็อกเทลที่ดื่มแล้ว รื่นรมย์และได้นั่งคุยกันยาวๆ สักห้าแก้ว พี่เดชาจึงบอกว่า “ งั้นเดี๋ยวผมจะจัดเซ็ทห้าแก้ว สำหรับพี่สองคนให้นะครับ โดยจะเรียงลำดับดีกรีและรสชาติให้มันไต่ระดับกันไปนะครับ ”  และไม่นานนัก ค๊อกเทลแก้วแรกที่สะดุดตาด้วยไอซ์บอลกับรสเหล้าจางๆ ก็วางอยู่ตรงหน้าเรา “แก้วนี้ชื่อโรสแมรี่ครับ เป็นค็อกเทลแก้วแรกสำหรับเรียกน้ำย่อย ถ้าต้องการพูดคุยกันนานๆ ” พี่เดชาอธิบาย

โรสแม่รี่แก้วนี้มีเทคเจอร์ให้ลิ้นสัมผัส เป็นไข่ขาวที่ไม่กลิ่นคาวระหว่างดื่ม เพราะถูกกลบด้วยลิ้นสัมผัสของเหล้าและหอมจางๆด้วยโรสแมรี่ที่ประดับบนขอบแก้ว

ลีลาการปรุงแต่งของพี่เดชา ขณะเพิ่มรสสัมผัสลงในแก้วเหล้า

… หลังผ่านโรสแมรี่แก้วแรกเรียกความสดชื่น เอฟ มิราเคิล แก้วถัดมาจึงถูกเสริฟ แบบเว้นระยะให้แก้วแรกหมดจด

แก้วนี้พี่เดชาบอกว่า เราเน้นที่สีสันและความสนุก คือมีเหล้าร่วมกับแยมหลากรส พี่เดชาอธิบายว่า เวลาดื่มเหล้ากับของหวานทำไมถึงรู้สึกว่าเมาเร็ว จริงๆแล้วคือ ที่เมาเร็วนั้นเกิดจากอาการท้องว่าง เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายจะดูดซับน้ำตาล ซึ่งผสมกับแอลกอฮอล์เข้าไปในร่างกายทันที และแก้วนี้คงเป็นแก้วที่สองสำหรับปลุกความรื่นรมย์ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวของเหล้ากับแยมหลารส เหมือนเป็นท๊อปปิ้งเพิ่มสีสันและความสนุก

ผมค่อยๆดูด เอฟ มิราเคิล อย่างรื่นเริงด้วยสนุกกับสีสันแยมและความเมา ระหว่างนั้นพี่เดชาก็เริ่มบรรเลงแก้วที่สามถัดไป ผมเห็นแกเหมือนนักโภชนาการทางด้านสุราศาสตร์ นักทดลองวิทยาศาสตร์เพื่อการดื่ม หรืออะไรสักอย่างในทางนั้น ระหว่างที่แกกำลังจุดไฟเบิร์นเบคอนจนกรอบหอม เพื่อประดับในเหล้าแก้วถัดมา แก้วนี้ดูมีลูกเล่น มีกลิ่นของผิวส้ม และมีเทกเจอร์ให้ขบเคี้ยวด้วยเบค่อนกรอบๆ แก้วนี้ชื่อทริปเปิ้ล แจม เป็นค๊อกเทลสูตรสามประสาน ที่สนุกและอร่ยพอสมควร ใช่ครับ ผมใช้คำว่าอร่อยกับเครื่องดื่มเพราะแก้วนี้มันมีอะไรให้ขบเคี้ยว

ละเลียดลิ้มแก้วที่สามจนติ่มอิ่ม ตามสูตร คราวนี้ผมกับบัดดี้ที่ไปด้วยกัน เริ่มมองหน้ากับแบบแวบๆ เพราะคิดว่าเราควรตรวจสอบราคาเหล้ากันก่อนไหม ก่อนที่กระเป๋าของเราจะฉีกไปโดยไม่รู้ตัว เพราะแต่ละแก้วที่ผ่านมาและอีกสองแก้วที่กำลังจะผ่านไป มันดูอลังการมากมาย แต่ดูเหมือนพี่เดชาจะรู้ทันความคิด แกจึงบอกกับเราว่า ค๊อกเทลของที่นี่ราคาไม่แพงครับ ราคาอยู่ที่ ร้อยห้าสิบบาทบวกๆขึ้นไปถึงสองร้อยห้าสิบบวกๆ เพราะทางเราอยากให้คนเชียงใหม่หันมาลองดื่มค๊อกเทลกันมากขึ้น จริงๆเราอยากให้ราคาเบาลงกว่านี้ด้วยซ้ำแต่ถ้าเบากว่านี้ เครื่องดื่มที่นำมาผสมก็ต้องเป็นเกรดที่ลดลง มันก็จะไม่คุณภาพ จึงยืนยันอยู่ที่ราคาระดับนี้ ซึ่งไม่แพงเกินไปนัก สำหรับนักดื่ม

ได้ฟังพี่เดชาพูดแบบนี้ผมก็สบายใจสบายกระเป๋าตรียมลุ้นคอีกเทลแก้วต่อไปว่าจะออกมาน่าตื่นเต้นขนาดไหน และผมก็ไม่ผิดหวังจริงๆ

แก้วนี้ชื่ออัพไซด์ดาวน์ ความสนุกอยู่ตรงที่นำหลอดลาเกอร์เบียร์มาปักลงในเหยือกเหล้า แล้วค่อยๆดุดหวานของเหล้าและขมของเบียร์เข้าไปให้หน้าตึงๆเล่น รับลมบนดาดฟ้าชั้น 17

ระหว่างที่กำลังเพลินกับเหล้าและลาเกอร์เบียร์ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว พี่เดชาก็แนะนำว่าเราควรสั่งบาร์บีคิวมารองท้องสักหน่อย ก่อนนอนและเพื่อรองรับแก้วสุดท้ายไม้ตาย ที่ไม่ควรดื่มต้องท้องว่าง หรือไม่มีอะไรอยู่ในกระเพาะ บาร์บีคิวอกไก่ล้วนๆย่างตะไคร้กับไส้กรอกลูกวัว จึงถูกนำเสริฟเป็นกับแกล้มรองท้อง

และแก้วสุดท้ายที่ผมสงสัยว่าทำไม ต้องมีอะไรรองท้องก่อนก็ถูกนำมาเสริฟ พี่เดชาอธิบายและสอบถามว่ามีใครแพ้แอลกอฮอล์หรือมีใครเป็นโรคกระเพาะร่างกายไม่แข็งแรงบ้างไหม เพราะเจ้าแก้วสุดท้ายหน้าตาธรรมดาๆนี้ มีแอลกอฮอล์ถึง 69 เปอร์เซ็นต์ เป็นแก้งสุดท้ายสำหรับส่งเข้านอน แก้วนี้ชื่อ แอฟซิน

แอฟซิน ถูกเสริฟแบบเรียบง่าย ไม่มีลีลาหรือองค์ประกอบอะไรเหมือนแก้วอื่น แถมยังถูกเสริฟในปริมาณใกล้กับเหล้าตองหนึ่งตอง ครั้งแรกที่ได้กลิ่นจะรู้สึกหอมสมุนไพรเหมือนลูกอมแฮคส์ในยุคก่อน เมื่อจิบเข้าไปรสนวลๆจะอบอวลสมุนไพรอยู่ในกระพุ้งแก้ม ชุ่มชื่นเบาบางไม่เร่าร้อนดุดัน แต่ด้วยความแรง 69 ดีกรี จึงรู้สึกว่ามันอวลหอมและเมาอย่างช้าๆจนไต่ไปหาเพดานของความเมา และสิ้นสุดอยู่ที่ตรงนั้น … จึงถือเป็นการปิดท้ายและปิดฉากของความสนุกในค่ำคืนนี้ได้อย่างหมดจดงดงาม และเมาแบบสุขุมนุ่มๆให้ลงลิฟท์กลับไปพักผ่อนที่ห้องได้อย่างรื่นรมย์

ครั้งต่อไปถ้ามาเชียงใหม่อีก คงไม่ต้องบอกนะครับ ว่าผมจะให้เขาจองโรงแรมที่ไหนให้นอน ถ้าไม่ใช่ฟูราม่า


ฟูราม่า เชียงใหม่ (Furama Chiang Mai) 
พิกัด : 54 ถนนห้วยแก้ว ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง, ห้วยแก้ว, เชียงใหม่, ประเทศไทย 50300
โทร : 053-415222
Websitewww.furama.com/chiangmai
Facebookwww.facebook.com/furama.chiangmai

ฝากความคิดเห็น ...