ร้านอาหาร คาเฟ่ ในเชียงใหม่เดี๋ยวนี้นอกจากจะมีดีเรื่องของอาหารแล้ว เรื่องการตกแต่งร้านยังไม่มีใครยอมใครอีกต่างหาก แต่ละคนปลดปล่อยพลังแห่งจินตนาการ รสนิยม ความชื่นชอบของตัวเอง ออกมาเป็นสไตล์ที่เก๋ไก๋ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร กลายเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของในเชียงใหม่ ที่ใครๆ ต่างก็พูดกันว่ามีร้านสวยๆ มากมาย ไปแต่ละทีก็ต้องถ่ายรูปอวดและแชร์กันสุดฤทธิ์ เหล่านี้คือร้านที่เรียกได้ว่าสวยจัด สวยจริง สวยสุดพลัง สวยเว่อร์วัง ไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน


1. L’éléphant Bistro Gourmet

พิกัด ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 11
เวลาเปิด-ปิด ประมาณ 16.00-22.30 น. (ครัวปิด 21.00 น.) หยุดวันพฤหัส
โทรศัพท์ 097-9708947
Facebook เลเลฟอง – L’éléphant

มุมทานอาหารส่วนตัวที่ตกแต่งราวกับอยู่ในบ้านหรูหลังใหญ่

ใครที่คุ้นเคยกับร้านสุริยันจันทราที่ขายของตกแต่งบ้าน งานแฮนด์เมด เฟอร์นิเจอร์ และข้าวของเก๋ไก๋ในซอยนิมมานเหมินท์ 1 มาก่อน มาเห็นร้านอาหารแห่งนี้จะต้องร้องอ๋อ เพราะว่าเจ้าของคือคนเดียวกัน แถมยกคอนเซ็ปท์ Make Yourself At Home ของสุริยันจันทรามาต่อยอดในการตกแต่ง โดยจัดโต๊ะให้ได้บรรยากาศหรูเหมือนอยู่ในคฤหาสน์จริงๆ เน้นอารมณ์ส่วนตัว ซึ่งโต๊ะแต่ละตัว มุมแต่ละมุมจะไม่เหมือนกัน โต๊ะที่นี่มีทั้งหมด 9 ตัว บางตัวอายุมากกว่าร้อยปี มีทั้งในส่วนอาคารที่แยกเป็น 3 ห้อง และนอกอาคารบริเวณในสวน แล้วแต่ว่าชอบบรรยากาศแบบไหน และหากใครถูกใจเฟอร์นิเจอร์ งานศิลปะ ภาพเขียน ซีดีเพลง น้ำมันหอม ชิ้นไหน สามารถสอบถามราคาเพื่อหิ้วกลับบ้านได้

หน้าร้านที่แฟนๆ สุริยันจันทราน่าจะคุ้นกันดี ภายในบริเวณสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

อีกหนึ่งห้องที่จัดตกแต่งเป็นพิเศษ โต๊ะใหญ่สำหรับแขกหลายคน

ทางเข้าห้องน้ำยังสวยขนาดนี้ ส่วนซีดี เฟอร์นิเจอร์ ข้าวของต่างๆ ยังคงจำหน่ายตามปกติ

ใช่ว่าร้านนี้จะมีดีตรงที่การตกแต่งร้านเท่านั้น เมนูอาหารฝรั่งเศสยังขึ้นชื่อลือเลื่องอีกต่างหาก เพราะเน้นวัตถุดิบอย่างดี นำเข้าจากฝรั่งเศสทุกวันอังคารและวันศุกร์ ทั้งอาหารทะเล พืชผักที่หาทานได้ยาก ปรุงด้วยเชฟฝีมือดี เชฟอ้น-ปฐพี มูลก้อนแก้ว ที่ขับรสชาติความอร่อยออกมาให้ถูกปากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสร้างความหฤหรรษ์ด้วยเมนูใหม่ทุกวันและทุกสัปดาห์ ใครอยากลองมาชิมอาหารและชื่นชมร้านสวยๆ แนะนำว่าให้จองล่วงหน้า เนื่องจากจำนวนโต๊ะมีจำกัด ถ้าเต็มแล้วคือเต็มเลย เพื่อรับประกันความผิดหวัง โทร. จองก่อนดีที่สุด และหากใครที่ตั้งใจจะไปแค่ถ่ายภาพแต่เพียงอย่างเดียวอาจจะต้องแสดงความเสียใจ เพราะทางร้านสงวนสิทธิ์เฉพาะลูกค้าที่มารับประทานอาหารและไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้อื่นเท่านั้น

เชฟอ้น-ปฐพี มูลก้อนแก้ว เชฟคนเก่งผู้ปรุงอาหารรสเลิศ

Tartar Steak (Raw Beef Steak) เนื้อสันในดิบหั่นลูกเต๋า ทานกับเครื่องเคียง และไข่ไก่ดิบสดสะอาด 480 บาท

Endives Salade เมนูพิเศษ สลัดผักเอ็นไดว์ ทานคู่กับแอปเปิ้ลสไลด์ ราดด้วยน้ำสลัดชีสร็อคฟอร์ท สอบถามราคาที่ร้าน

Tuna Brik อาหารตูนีเชียที่เป็นพัฟกรอบสอดไส้ปลาทูน่า ชีส ไข่ขาว บิให้แตกแล้วบีบเลมอน 240 บาท


2. Koland Cafe

พิกัด ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1
เวลาเปิด-ปิด 10.00-19.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 094-6396344, 061-2742112
Facebook Koland Cafe

เฟอร์นิเจอร์ไม้ ของเก่าหลากหลายสไตล์ บวกกับต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น รวมกันแล้วกลับลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

จากเดิมที่เป็นร้านขายของตกแต่งบ้านในย่านนิมมานเหมินท์ซอย 1 ที่เปิดบริการมานานกว่า 8 ปี แต่เมื่อลองปรับเป็นคาเฟ่เมื่องาน NAP ปีที่แล้ว กลับได้ผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะจากคนไต้หวันและฮ่องกง ที่แห่แหนกันมาหลังจากนิตยสารของที่โน่นมาถ่ายรูปร้านทำสกู๊ป หรือคนกรุงเทพฯ ที่ตามรอยจากกระแสในอินเตอร์เน็ต และคนเชียงใหม่ที่ค่อยๆ ทยอยมากันมากขึ้น ซึ่งของที่เห็นทั้งหมดในร้าน ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของเก่า ของวินเทจ ของสะสม ไปจนกระทั่งต้นไม้ ล้วนเป็นสินค้าจำหน่ายที่ถูกใจสามารถซื้อกลับบ้านได้

หน้าร้านสังเกตให้ดี บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยข้าวของและสีสันหลากหลาย

มุมคาเฟ่ชั้นล่าง ตกแต่งเต็มเหนี่ยวสุดพลัง

บรรยากาศชั้น 2 สีสันสดใส เหมาะกับใครที่ชอบอะไรจี๊ดจ๊าด

นอกจากสไตล์การตกแต่งแบบผสมผสานที่สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์และรสนิยมส่วนตัวแล้ว เมนูอาหารยังบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตและความชื่นชอบของเจ้าของร้านอีกด้วย ซึ่งเมนูส่วนมากเป็นเมนูสุขภาพแบบเดียวที่เจ้าของร้านทานเป็นประจำ อย่างสเต็กเต้าหู้ โยเกิร์ตผลไม้รวม นอกจากนี้ยังมีเมนูเด่นของร้านอย่างข้าวหมูเค็มไข่ลวกน้ำ ยำส้มโอสูตรโบราณ น้ำบ๊วยซากุระ ให้ลองเลือกทานด้วย พูดได้เต็มปากเลยว่าที่นี่มีเอกลักษณ์ทั้งร้านและอาหารจริงๆ

โยเกิร์ตผลไม้รวม 120 บาท และน้ำบ๊วยซากุระโซดา 95 บาท


3. The Flowery Home

พิกัด ถนนริมปิง
เวลาเปิด-ปิด 10.00-19.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 053-247212
Facebook The Flowery Home

สวยหวานดอกไม้บานสะพรั่ง ตกแต่งสไตล์วินเทจ ถูกใจใช่ไหมล่ะ

หวานแสนหวานกับคาเฟ่ที่สาวๆ ต้องกรี๊ดซึ่งตกแต่งสไตล์วินเทจด้วยดอกไม้และข้าวของเครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์แสนสวย พร้อมโซนที่นั่งหลากหลายที่ให้ความรู้สึกและมุมสวยต่างกันไป ทั้งในมุมห้องส่วนตัวอันแสนสว่างหน้าใส มุมริมกระจกที่มีม่านสีขาวบางพริ้วๆ หรือโซนด้านในที่ตกแต่งราวกับนั่งอยู่ในบ้านแสนสวย ทุกโซน ทุกมุมมีพร็อบแต่งบ้านสวยๆ เป็นองค์ประกอบภาพอย่างสวยงาม ทั้งของแต่งบ้าน ดอกไม้ ใครที่ชอบอารมณ์ภาพสวยหวานไม่ผิดหวังแน่นอน

หน้าร้านบรรยากาศสวนก็มาเต็ม ภายในร้านที่ตกแต่งเหมือนอยู่ในบ้าน

มุมสวยที่เป็นเหมือนห้องสวยตัว สว่าง ถ่ายรูปออกมาหน้าใสทุกคน

อีกมุมหนึ่งของร้าน ให้ความรู้สึกส่วนตัวและชวนฝัน

บริเวณชั้น 2 ที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์

เมนูที่ร้านมีทั้งเครื่องดื่มอย่างกาแฟร้อน กาแฟเย็น ชาร้อน ชาเย็น อาหารจานเดียว สปาเก็ตตี้ กับข้าว แซนด์วิช สลัด และเค้กสีสวย และหากใครถูกใจสินค้า เฟอร์นิเจอร์ ดอกไม้ หรือของแต่งบ้านชิ้นไหน สามารถติดต่อสอบถามราคาได้ ชั้น 2 เป็นที่จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ทั้งของทางร้านทำเองและนำเข้า เหมาะกับคนที่มองหาของแต่งบ้านสวยเก๋สไตล์วินเทจ

Mango Cool Cheese 160 บาท และชา Wonder Garden กาละ 70 บาท


4. Into The Woods

พิกัด ถนนพระปกเกล้า ตรงข้ามกับสนามบอลหญ้าเทียม
เวลาเปิด-ปิด 09.00-20.00 น. หยุดวันจันทร์แรกของทุกเดือน
โทรศัพท์ 053-218101
Facebook Into The Woods

มุมชั้นหนังสือที่กลายเป็นมุมถ่ายรูปสวยเสียอย่างนั้น

มนต์เสน่ห์ของเทพนิยายในป่าใหญ่ในคาเฟ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยบรรยากาศแสนสบายและอาหารแสนอร่อยหลากหลายเมนูที่จะทำให้ใครๆ ตกหลุมรักเพียงครั้งแรกที่แวะเข้ามา ด้วยการใช้ธีมของวรรณกรรมเรื่อง Into The Woods ทำให้มีเรื่องราวของเทพนิยาย ตัวละครที่คุ้นเคยสมัยเด็ก อย่างหนูน้อยหมวกแดง เจ้าหญิง แฝงอยู่ในร้านให้สังเกตมองหา บวกกับความชื่นชอบงานแนวไม้ ทำให้ทั้งธีมและคอนเซ็ปท์ร้านแข็งแรงและลงตัว อย่างการตกแต่งเสาของที่ร้านให้ออกมาเป็นต้นไม้ การใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นองค์ประกอบหลัก ผนังฝั่งหนึ่งของร้านวาดเรื่องราวของ Into The Woods และบรรดาของตกแต่งร้านต่างๆ ที่เป็นของสะสมส่วนตัว ล้วนช่วยสร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในป่าแห่งเทพนิยายได้อย่างยอดเยี่ยม

บรรยากาศภายในร้าน กับผนังที่เล่าเรื่องราวของ Into The Woods

แต่ละองค์ประกอบที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าเทพนิยาย

ไม่ว่าวัยไหนก็ต้องมนต์เสน่ห์ของร้านนี้กันทั้งนั้น

สำหรับอาหารที่นี่มีบริการตั้งแต่ Breakfast Set อาหารจานเดียว เครื่องดื่ม ของหวาน เค้ก ให้เลือกทานกันให้เต็มอิ่ม ที่ร้านบริการฟรี Wi-Fi และมีมุมอ่านหนังสือที่มีทั้งการ์ตูน วรรณกรรมร่วมสมัย วรรณกรรมเยาวชน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้เลือกหยิบอ่านเองแบบไม่คิดเงินอีกด้วย

Earl Grey Roll With Honey Cream 75 บาท ข้าวไข่ข้นเบคอน 55 บาท และThai Tea Custard 100 บาท


5. Woo Cafe

พิกัด ถนนเจริญราษฎร์ วัดเกต
เวลาเปิด-ปิด 10.00-22.00 น. ทุกวัน (Last Order อาหาร 21.00 น. เครื่องดื่ม 21.30 น.)
โทรศัพท์ 052-003717-8
Facebook Woo – Cafe . Art Gallery . Lifestyle Shop

ร้านกาแฟที่ขึ้นชื่อว่าแต่งร้านสวยแห่งหนึ่งในเชียงใหม่

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าคาเฟ่แห่งนี้ที่อายุเกือบ 7 ปี เป็นร้านกาแฟสุดสวยแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ก็ว่าได้ ด้วยการตกแต่งสไตล์ Hominature ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้าน นั่งสบาย ร่มรื่นด้วยต้นไม้สีเขียว แต่จัดสรรให้มีพื้นที่ส่วนตัวให้ทำอะไรได้ตามใจ ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในร้านสั่งทำเองเป็นพิเศษ เนื่องจากคุณชัช-ชัชชัย จุลตามระ เจ้าของร้าน มีโรงงานเล็กๆ ใครถูกใจชิ้นไหนสามารถสอบถามซื้อต่อได้ นอกจากนี้ทางร้านยังมีส่วนแสดงแกลลอรี่ภาพวาดและงานศิลปะหมุนเวียนปีละ 3 ครั้ง บริเวณชั้น 2 และมีส่วนของร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่น สินค้าแฮนด์เมด เครื่องประดับ ทั้งที่เป็นของทางร้านและเป็นของดีไซเนอร์เชียงใหม่ให้ได้ช้อปปิ้งกันด้วย

ร่มรื่น สดชื่น แสนสบาย เหมือนกับอยู่ในบ้านในฝัน เข้ามาแล้วไม่อยากกลับเลยทีเดียว

เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นทำเอง ใครชอบก็สอบถามราคาได้ มุมที่นั่งที่ปรับเปลี่ยนตลอด

โซนรับลมเย็นๆ ด้านนอก ก็ยังใส่รายละเอียดการตกแต่งมาด้วย

ในส่วนของเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ด้วยความที่ร้านเปิดตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ เมนูจึงลากยาวครบถ้วนตลอดทั้งวัน ตอนเช้ามีชา กาแฟที่ใช้เมล็ดกาแฟอย่างดี ให้จิบร้อนๆ เริ่มต้นวันสวยๆ พร้อมด้วยเค้ก ขนม และเบเกอรี่โฮมเมดที่ทางร้านทำเอง เน้นชิ้นใหญ่ให้เต็มอิ่มกันไปเลย ตอนเที่ยงทานอาหารจานเดียวทานง่าย เช่น ข้าวซอย พาสต้า และสลัดชามโต ยามค่ำชวนเพื่อนฝูงมานั่งสังสรรค์จิบเบียร์ ไวน์ แชมเปญ กันให้เฮฮา เครื่องดื่มราคาเริ่มต้นที่ 60-100 บาท อาหารราคาเริ่มต้นที่ 100-300 บาท ใครสะดวกมาช่วงไหนแวะมาได้ รับรองติดใจบรรยากาศร้านที่นี่แน่นอน

ซีซาร์สลัด 190 บาท เค้กส้ม 120 บาท และลาเต้ร้อน 70 บาท


6. Daddy’s Antique Cafe and Restaurant

พิกัด ถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี แม่เหียะ
เวลาเปิด-ปิด 17.00-23.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ 053-105557-9
Facebook Daddy’s Antique Cafe and Restaurant

ภายในอาคารสถาปัตยกรรมยุโรป จะพบกับการตกแต่งอันลงตัว

สถาปัตยกรรมแนวยุโรปสไตล์สวิตเซอร์แลนด์อันโดดเด่นทำให้ร้านนี้มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเที่ยวชมบรรยากาศที่ได้อารมณ์ราวกับนั่งอยู่ที่ต่างประเทศ ภายในร้านแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนวินเทจที่ฝาผนังตกแต่งด้วยนาฬิกาโบราณ ได้อารมณ์ยุคเก่าอยู่ไม่น้อย กับโซนนั่งสบายๆ ที่มีโซฟายาวให้พักเอนกายด้วย ของตกแต่งภายในร้านเป็นของสะสมของเจ้าร้านทั้งหมด ใครที่ชื่นชอบสไตล์ยุโรปอย่าลืมแวะไปถ่ายรูปกันได้ สวยแน่นอน

โซนนาฬิกาโบราณที่คนชอบของวินเทจจะต้องปลื้ม

อีกมุมหนึ่งของร้านที่ผนังเป็นลวดลายของป่าไม้หลากสี

2 มุม 2 อารมณ์ ชอบมุมไหนเลือกนั่งได้ตามใจชอบเลย

ทางด้านเมนูอาหารมีทั้งอาหารตะวันตกและอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็น อาหารทานเล่น สเต็ก อาหารทะเล พิซซ่า ต้มยำ เมนูขึ้นชื่อมีทั้งขาหมูเยอรมัน แกะย่างกระเทียมและโรสแมรี่กับซอสมิ้นท์ แด๊ดดี้พิซซ่าทาโก้ สเต็กเนื้อโคขุนกับซอสพริกไทย ส่วนเครื่องดื่มมีทั้งน้ำผลไม้ ม็อกเทล ค็อกเทล และเบียร์ ลูกค้าส่วนมากมาทานมื้อค่ำกัน มีทั้งกลุ่มครอบครัวและวัยทำงาน ใครอยากชิลล์ยามดึกในร้านสวย บรรยากาศดี แวะมาที่นี่เลย

อาคารสไตล์สวิตเซอร์แลนด์ และเมนูเด็ด แด๊ดดี้พิซซ่าทาโก้ 249 บาท


ท่านใดมีร้านถ่ายรูปสวยที่น่าสนใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...