การใช้ชีวิตให้เนิบช้าหรือที่เรียกกันว่า Slow Life เป็นรูปแบบไลฟสไตล์อีกอย่างหนึ่งที่คนนิยมนำไปผูกกับการท่องเที่ยว เพื่อให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศของพื้นที่ วิถีชีวิต และผู้คน อย่างเต็มอิ่ม ซึ่งหากการเที่ยวเชียงใหม่อย่างเขตอำเภอเชียงดาว ที่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 72 กิโลเมตร หรือใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึงนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ของใครที่อยากลองเที่ยวแบบ Slow Life ดูก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะเมืองถ้ำสวย ดอยสูง ต้นกำเนิดสายแม่ปิงแห่งนี้ มีมุมดีๆ ให้ลองเที่ยวแบบเนิบช้าอยู่เพียบ ลองสักครั้งอาจจะติดใจไปนานเลย


1. ตลาดผลไม้

พิกัด หมู่บ้านแก่งปันเต๊า เลยด่านตรวจแก่งปันเต๊ามาไม่ไกล

ผัก ผลไม้ และบรรดาผลิตภัณฑ์จากป่าในท้องถิ้นทั้งหลาย ให้เลือกเป็นของฝากเพียบ

จากหมู่บ้านแรกของอำเภอเชียงดาวที่อยู่บริเวณด่านตรวจแก่งปันเต๊า ที่ซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยเพิงร้านค้าแบบเรียบง่าย ชาวบ้านที่เป็นคนท้องถิ่นทั้งป้ออุ้ยแม่อุ้ย และบรรดาพ่อบ้านแม่บ้านทั้งหลาย มาทำหน้าที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า จำหน่ายพืชผลทางการเกษตร ที่ปลูกในท้องที่ตามฤดูกาล ทั้งผลไม้ เช่น เสาวรส เงาะ อะโวคาโด ส้มโอ เซียนท้อ ของป่า เช่น หน่อไม้ ไม้เกี๊ยะ เห็ดตับเต่าหรือเห็ดห้า บัวหิมะ รวมทั้งอาหารแปรรูป เช่น หน่อไม้ดอง น้ำพริกข่า ในช่วงหลังเข้าพรรษามีด้วงกว่าง แมลงปีกแข็งที่คนท้องถิ่นนิยมนำมาแข่งสู้กันเพื่อเกมกีฬา เป็นความบันเทิงในอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งมีมาแต่โบราณ ตลาดแห่งนี้มีมานานกว่า 50-60 ปี ขายกันตั้งแต่เช้าจนถึงตะวันตกดิน ใครที่เคยชินกับการเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตติดแอร์ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเลือกผลไม้ด้วยตัวเอง ลองจับ ลองชิม ลองดมกลิ่นของผลไม้สดๆ ที่เพิ่งเด็ดจากต้นดูบ้าง ของบางอย่างถ้าไม่รู้จะเอาไปปรุงอย่างไร ก็สอบถามแม่ค้าได้ อาจจะได้เมนูพื้นบ้านเด็ดๆ ไว้กลับไปลองปรุงดูก็ได้

เห็ดตับเต่าหรือเห็ดห้า หน่อไม้ และเซียนท้อ มีจำหน่ายตามฤดูกาล

อะโวคาโดจากต้นมีให้เห็นในตลาดผลไม้ ขณะที่แม่ค้านั่งสานชะลอมรอลูกค้า ให้เราเดินเที่ยวช้าๆ


2. มะขามป้อม Art Space

พิกัด บ้านดง ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว

เวลาเปิด-ปิด 09.00-17.30 น. ทุกวัน

โทรศัพท์ 089-6883978

Facebook มะขามป้อมเชียงดาว Art Space

พื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์ให้ชีวิตได้ฉุกคิดไอเดียดีๆ ขึ้นบ้าง

ด้วยความเชื่อที่ว่าศิลปะสามารถสะท้อนความงาม ความจริง และปลุกเร้าแรงบันดาลใจ ความใส่ใจในตัวมนุษย์ให้เกิดการรับรู้ขึ้น พื้นที่ศิลปะสร้างสรรค์สังคมแห่งนี้จึงเป็นเหมือนสะพานเชื่อมโยงระหว่างคนในชุมชนและคนภายนอกให้มาพบปะกันทางความคิด ผ่านการเสพงานศิลป์ในรูปแบบของละคร สวนประติมากรรม นิทรรศการภาพวาดและภาพถ่าย ภายใต้บ้านไม้สีสันสดใสหลังนี้ โดยพื้นที่ภายในเป็นโถงกว้างสำหรับทำกิจกรรมและงานเวิร์กช้อปต่างๆ ส่วนชั้น 2 เป็นแกลลอรี่สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียน ทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือนจะมีการจัด แสดงละครโรงเล็กกับเด็กๆ ในเชียงดาว และจัดแสดงกายกรรมเด็กชนเผ่าดาระอั้งทุก 2 เดือน สำหรับคนที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนที่นี่ยังสามารถสนุกกับการลงมือสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยตัวเอง หรือจะนั่งชิลล์ตรงมุมคาเฟ่ นอนเอกเขนกที่เปลริมน้ำ พร้อมสั่งเกี๊ยวซ่าสไตล์ยูนานอันขึ้นชื่อ บราวนี่ และเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบพลางชมวิวทุ่งนาสักหน่อยก็ได้ ด้านหลังเป็น Gooseberry Shop จำหน่ายสินค้าที่เป็น Recycle Art และงานฝีมือต่างๆ ใครอยากสัมผัสเวลาที่ช้าลงของเชียงดาว แวะมาดื่มด่ำกับบรรยากาศของพื้นที่ศิลปะแห่งนี้ได้

บ้านไม้ 2 ชั้นที่เป็นทั้งพื้นที่เวิร์กช้อป นิทรรศการศิลปะ คาเฟ่ และมุมพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ

ใครอยากสัมผัสท่วงทำนองเนิบช้าแห่งเชียงดาว แวะมาที่นี่ไม่มีผิดหวัง


3. ชมรมอนุรักษ์สมุนไพรถ้ำเชียงดาว

พิกัด ถนนบายพาส (เส้นเลี่ยงเมือง) เดินทางจากหมู่บ้านแก่งปันเต๊าประมาณ 30 นาที

สมุนไพรที่เป็นภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีให้เลือกมากมาย

ใครที่มาเที่ยวชมถ้ำเชียงดาว สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติบริเวณเชิงดอยหลวงเชียงดาวอันขึ้นชื่อแห่งนี้ น่าจะคุ้นเคยกับชมรมอนุรักษ์สมุนไพรที่มีคุณย่าคุณยายนั่งขายอยู่บริเวณหน้าถ้ำเชียงดาวกันบ้าง บรรดาพืชสมุนไพรหลากหลายชนิดนานาพันธุ์รูปร่างแปลกตา บางชื่อคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก บางชื่อไม่เคยเห็นเหล่านี้ เป็นภูมิปัญญาที่มีมานานตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย และสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน จนถูกคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ของเชียงดาว ที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ไร้สารสเตียรอยด์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ความรู้ของบรรพบุรุษไทยที่ใช้ในการรักษาสุขภาพ บำบัดโรคต่างๆ มากมาย รวมทั้งเพื่อความงามอีกด้วย ซึ่งทุกวันนี้ยาสมุนไพรไทยหลายชนิดได้ถูกรับรองให้อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้วเรียบร้อย คนที่สนใจสามารถแวะเลือกซื้อสมุนไพรเหล่านี้ได้ที่ชมรมอนุรักษ์สมุนไพร บริเวณหน้าถ้ำเชียงดาว รับรองว่าได้รับความรู้ไปเพียบ

การอนุรักษ์สมุนไพรท้องถิ่นของชาวบ้านเชียงดาวยังเป็นการหารายได้ให้แก่ชุมชมอีกด้วย

คุณภาพของสมุนไพรที่นี่ได้รับการยอมรับในระดับสินค้า OTOP อันเป็นที่เชิดหน้าชูตา


4. ตลาดเทศบาลเชียงดาว

พิกัด ถนนสายหลัก เชียงใหม่-ฝาง ห่างจากที่ว่าการทำเภอเชียงดาวไปประมาณ 500 เมตร

เวลาเปิด-ปิด 01.00-10.00 น. ทุกวัน

บรรยากาศของตลาดเช้าเทศบาลเชียงดาวที่ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของกัน

หากอยากรู้ว่าวิถีชีวิตผู้คนที่นั่นเป็นอย่างไร ลองตื่นแต่เช้าแล้วเข้าไปสัมผัสกับตลาดเช้าที่นั่นดู เราจะเห็นหลากหลายไลฟสไตล์ของผู้คนรวมอยู่ในที่เดียว ซึ่งตลาดเช้าหรือตลาดเทศบาลเชียงดาวแห่งนี้ นอกจากจะเป็นแหล่งรวมของบรรดาผักสดราคาถูกที่ปลูกในพื้นที่ ผักพื้นบ้าน ผักท้องถิ่น เช่น ผักบุ้ง ใบจันทร์ หน่อไม้ เนื้อสัตว์ ผลไม้ และอาหารแห้งอย่างทั้งแคบไข ถั่วเน่าแข็บแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมจำหน่ายอาหารพื้นเมืองและอาหารปรุงเสร็จพร้อมทานร้อนๆ สำหรับต้อนรับเช้าวันใหม่อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น จิ้นทอดสไตล์คนเมือง ตำขนุน กบย่าง ยำผักกาดดอง โจ๊ก ข้าวต้ม รวมทั้งขนมหวานต่างๆ แต่ถ้าใครอยากลิ้มรสบรรยากาศของสภากาแฟท้องถิ่น แนะนำให้แวะไปที่ร้านค้าเก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 30 ปี ติดป้ายว่า เค้ก กาแฟ คุ้กกี้ บริเวณนอกส่วนตลาดสดไม่ไกลมาก ซึ่งที่ร้านบริการกาแฟร้อน ไมโลร้อน และไข่ลวก ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยบรรดาคุณลุงคุณอาผู้สูงวัยมานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ และเสวนากันเรื่องปัญหาบ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจ ได้อารมณ์ไปอีกแบบหนึ่ง

กบปิ้ง จิ้นทอด แคบไข และโจ๊กร้อนๆ อาหารเช้าของคนเชียงดาว

ร้านกาแฟไข่ลวกที่เปิดมานานกว่า 30 ปี สำหรับสภากาแฟท้องถิ่น ส่วนในตลาดก็ทำกับข้าวเมืองร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟ


5. เชียงคำหลวงรีสอร์ท

พิกัด ถนนบายพาส (เส้นเลี่ยงเมือง) ห่างจากถ้ำเชียงดาวประมาณ 2-3 กิโลเมตร

โทรศัพท์ 053-388333, 081-671-9069, 085-0102929

ท่ามกลางทิวไม้สักที่ดัดให้ตั้งตรงกับสนามหญ้าสีเขียว ทำให้คนที่รักธรรมชาติชื่นชอบที่พักแห่งนี้

ด้วยพื้นที่ร่มรื่นกว่า 60 ไร่ ที่เต็มไปด้วยแมกไม้และธรรมชาติอันแสนร่มรื่น แต่จัดสรรห้องพักไว้เพียง 13 ห้อง เท่านั้น รีสอร์ทแห่งนี้จึงเหมาะเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่แสวงหาความสงบสุข ที่มีพื้นที่ส่วนตัวให้ดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างอย่างเต็มอิ่ม โดยห้องพักแบ่งเป็นห้อง Deluxe จำนวน 7 ห้อง ห้อง Grand Deluxe Double จำนวน 2 ห้อง และห้อง Grand Deluxe Triple สำหรับ 3 คน จำนวน 2 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องแบ่งพื้นที่ให้พักอย่างกว้างขวาง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัยครบครัน พื้นเป็นไม้สักสะอาดเนี้ยบ เตียงนุ่มนอนสบาย หมอนใช้หมอนขนเป็ด แถมมีระเบียงชมวิวส่วนตัวให้ใช้เวลาพิเศษอย่างเป็นสุข นอกจากนี้ยังมีบ้านพักหลังใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของเจ้าของรีสอร์ท เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เปิดเข้าไปเจอห้องโถงกว้างอันหรูหรา ตกแต่งอย่างสวยงาม มีเตาผิงที่ใช้ได้จริง ส่วนห้องพักมี 5 ห้อง ทั้งห้องเตียงเดี่ยว เตียงคู่ และ Triple Room ที่นอนได้ 3 คน เหมาะกับกลุ่มครอบครัวหรือกลุ่มคณะที่มาพักแบบเหมายกหลัง

ภายในห้องพักที่พื้นเป็นไม้สักแสนสะอาด เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย

บรรยากาศโดยรอบที่พักที่เงียบสงบ พร้อมมอบความสุขให้แก่ผู้มาเยือน


ท่านใดมีที่เที่ยว Slow Life เด็ดๆ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...