หนึ่งในวิถีชีวิตที่เหล่าวัยรุ่นเชียงใหม่หลายๆคนที่ ไม่ชิน หรืออาจลืมไปแล้ว สถานที่นี้เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของการดื่มกินข้างถนน เพื่อพานพบเพื่อนใหม่ต่างอายุ ต่างนิสัย ต่างความฝัน  แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันภายในไม่กี่ชั่วโมงหรืออาจไม่กี่นาทีก่อนจะล่ำลาไปทำภารกิจของตัวเอง

ที่นี่อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องซะทีเดียวสำหรับคนที่ต้องการไปปลดปล่อยอารมณ์ไปกับดนตรีมันส์ๆร็อคๆ หรือในเลาจ์แอร์เย็นเฉียบเคล้าด้วยเสียงดนตรีแจ๊ส อาจเหมาะกับคนที่ชีวิตกำลังต้องเดินผ่าขวากหนามความยากลำบาก เหมือนกับโอเอซิสกลางทะเลทราย เติมพลังให้กับแรงงานหนุ่มสาวเพื่อที่จะใช้สู้ชีวิตต่อไป          มันไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่สำหรับชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป แต่ก็ยังสามารถเป็นสถานที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจของเหล่าคนรุ่นใหม่อย่าง นักศึกษา นักธุรกิจ สถาปนิก และศิลปิน ยุคใหม่อย่างเราๆได้เช่นกันไม่เชื่อก็ลองไปดูสิ สั่งปิ้งย่างกิน


1. ร้านซุ่มเซียนบาร์ – “เที่ยวคนเดียวไม่กลัวเหงาเราดูแลคุณ”

มาร้านนี้ไม่เคยมีเหงา มีคนนั่งคุยด้วยเพียบ อิอิๆ
เจ้าของสถานที่ร้านซุ่มเซียร์บาร์เปิดกิจการมาแล้วมากกว่า 20 ปี ผมมีโอกาสเล็กน้อยได้นั่งคุยกับพี่เชาว์เจ้าของร้านและนี่คำประโยคที่เขาพูดกับผมครับ “ ผมเปิดร้านนี้มาแล้ว 20 ปี ย้ายไปย้ายมาอยู่หลายครั้งลูกค้าก็มีหมดทั้งนักศึกษา คนทำงาน และคนมีเงิน ทุกคนมาเที่ยวแตกต่างกันทางฐานะแต่พอกินเหล้าตองก็กลายเป็นเพื่อนกัน อีกอย่างร้านเหล้าตองมันดีกว่าร้านเหล้าธรรมดาตรงที่ว่า คนไม่มีเงินมากก็กินได้ 20 30 บาทก็แวะมากินได้ ไม่เหมือนร้านเหล้าหรือผับทั่วไป ต้องเสียเงินเป็นหลายร้อยในการเปิดเหล้าแต่ละโปร ลูกค้าบางคนก็มาคนเดียว เราก็มีเด็กไปนั่งคุยเป็นเพื่อนให้ ไม่ต้องสั่งเยอะเด็กก็ไปคุย ไม่ต้องกลัวเหงา ”

ฟังแล้วร้านซุ่มเซียนบาร์ก็เป็นสถานที่น่าสนใจเป็นยิ่งนอกจากบรรยกาศร้านแนวๆ ที่ทำให้คนนั่งกินดูเท่ขึ้น ก็ยังมีอากาศเย็นๆที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายอีกด้วยครับ

พิกัด : ร้านอยู่ตรงกันข้ามกับโรงแรม B2 เจ็ดยอด สาขาสันติธรรม
เวลาเปิดปิด : 17.00 – 00.00 น.

 


2. ร้านหมูย่างป่าตัน – “พี่โน๊สอุดมหลบไป เพราะเจ๊หมูมาแล้ว!!”

ร้านนี้นอกจากไส้ย่างจะเด็ดแล้วคารมคนหอกของแม่ค้าก็เด็ดไม่แพ้กัน

ดูลีลาการย่างไส้ของเจ้หมูแกซะก่อน แบบนี้เขาเรียกสวยมุมมืด!!

นี่ไงมีสาวๆน่ารักๆ ไปนั่งกินกันด้วยน่ะ!!

 

ทันทีที่ผมเดินเข้าไปในร้านแห่งนี้ก็ได้เจอผู้หญิงท่าทางมีอายุคนหนึ่งเธอกำลังยืนประจำตำแหน่งตัวเองที่เคาท์เตอร์แรกตอนที่ผมเดินเข้าไปแนะนำตัวนั้น เราทั้งสองต่างมีท่าทางเกร็งอย่างเห็นได้ชัดจนกระทั่งผมเริ่มนั่งลงและพูดคุยกับเธออย่างจริงจังผมจึงเริ่มรู้ว่า เธอพูดเก่งมากจริงๆ  ร้านนี้ดูแล้วน่านั่งดื่มเป็นอย่างมากเพราะบรรยากาศของร้านที่ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าไม้ ลมเย็นๆที่คอยพัดผ่าน ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายตลอดเวลา และอีกอย่างคือร้านกว้างมาก ย้ำเลยครับว่ากว้างมาก ไม่มีส่วนไหนของร้านที่มองแล้วรู้สึกอึดอัดเลย  เจ้าของร้านนี้เชื่อว่าพี่หมู เธอบอกกับผมว่าร้านนี้เปิดมา 10 ปีแล้ว ลูกค้าส่วนมากก็คือนักศึกษา และคนวัยทำงาน แต่พี่หมูบ่นว่าพักนี้ลูกค้าไม่ค่อยเข้าเพราะเศรษฐกิจประเทศไทยตอนนี้ไม่ค่อยดีมากนัก ใครว่างๆล่ะก็ไปอุดหนุนร้านสไตล์ลูกทุ่งร้านนี้ด้วยละกันนะครับพิกัด : ขี่รถตรงมายังแยกข่วงสิงห์เลี้ยวไปทางแม่ริม ตรงไปเรื่อยๆ จะเจอตึกของกรมการศึกษาอยู่ด้านขวา ให้ไปยูเทิร์นรถแล้วเลี้ยวเข้าซอยข้างๆไป  จากนั้นตรงไปเรื่อยๆ ข้ามสะพานเลี้ยวขวาตรงไปอีกนิดหน่อย ร้านอยู่ทางด้านซ้าย
เวลาเปิดปิด : 19.00 – 00.00 น.

3. ร้านสภาเหล้าตอง (หน้ากาดสันป่าขอย) – “ ที่แคบแต่ใจกว้าง”

ถึงร้านนี้จะมีเนื้อที่แคบแต่น้ำใจคนไม่ได้แคบไปด้วยน่ะ

สาเหตุที่เรียกว่าสภาเหล้าตองคงเพราะทุกคนนั่งโต๊ะเดียวกันและหันหน้าเข้าหากันทั้งหมด

หากผู้อ่านคนไหนที่เลิกงานตอนเย็นเหนื่อยๆ แล้วต้องขี่รถผ่านทางหน้ากาดสันป่าขอย ก็เชิญมาแวะเติมพลังกันสักนิดสักหน่อยก่อนกลับบ้านได้ ผมรับรองได้เลยว่าจะสดชื่นกระปี้กระเปร่าอย่างแน่นอน ร้านนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งร้านเล็กๆ ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยที่เป็นเพียงซุ้มเล็กๆ อัดแน่นไปด้วยเหล้ายาดองผลไม้ดองและหมูย่าง ไก่ย่าง ไส้ย่าง ที่วางเรียงรายไว้ล่อน้ำลาย ไม่เพียงแต่ลูกค้าแต่รวมกับผู้คนที่ขับขี่สัญจรไปมาแถวนั้นด้วย สำหรับร้านนี้ต้องขออภัยที่ผมไม่ค่อยได้คุยกับแม่ค้ามากเท่าไหร่ เพราะมัวแต่คุยอยู่กับลูกค้ามากกว่า มีเสียงฝากมาว่า “ร้านๆ นี้ ไม่มีวัยรุ่นมากินเลย มีแต่วัยจะร่วง เบื่อกันจะตายอยู่แล้ว” ลุงแว่นพูดเสร็จก็หัวเราะ ความแตกต่างระหว่างร้านแห่งนี้กับที่อื่นอาจไม่ใช่เพราะไม่มีคนหนุ่มสาว แต่คงเป็นน้ำใจที่มีมากมายของคนในพื้นที่

พิกัด : ร้านอยู่หน้ากาดสันป่าขอย ตรงใกล้ๆ ทางเข้าค่ายกาวิละอยู่ติดกับร้านโชห่วยต้องมองดีๆ บางทีมีรถจอดบังร้านอยู่
เวลาเปิดปิด : 17.00 – 22.00 น.


4. ร้านป้าบัวลอยซอยวัดร่ำเปิง (วัวน้อยคอยรัก)

ป้าบัวลอยผู้อารมณ์ดีทั้งวัน

วัวน้อยคอยรัก คอยก่อนน่ะเดียวรีบไปหา

อาจด้วยเพราะรอยยิ้มพิมพ์ใจและเสน่ห์ในการรินเหล้าอย่างพิถีพิถันของป้าบัวลอยเจ้าของร้านไม่รู้อย่างไร ลูกค้าถึงได้ติดใจกันนักกันหนา และด้วยบรรยากาศของการพูดคุยอย่างออกรส ของชาวบ้านย่านวัดร่ำเปิง ทำให้เราได้รู้ถึงความรู้สึกสนุกสนาน จนอยากจะเข้าไปร่วมแจมกับบทสนทนาอย่างช่วยไม่ได้ ทีเด็ดของร้านนี้คือลูกวัวย่างรสเด็ด ที่รับรองว่าใครมากินที่ร้านนี้แล้วไม่ได้สั่งล่ะก็ถือว่าพลาดมากๆเลยละครับ

พิกัด : ร้านอยู่เยื้องๆกับกาแฟร่ำเปิง
เวลาเปิดปิด : –


5. ร้านพี่หล้ากาดอุ๊ยทา บ่อสร้าง สันกำแพง – “ร้านเหล้าตองสารพัดประโยชน์”

ของฟรีทั้งนั้นเห็นแล้วเปรี้ยวปากจริงๆ แต่ยกเว้นเนื้อปิ้งนะครับไม้ห้าบาท

ได้รับเกียรติให้อุ้ยปอสอนทำยาเส้นด้วยครับ

หลายๆคนอาจสงสัยว่าว่าทำไมเราถึงเรียกร้านนี้ว่า ร้านเหล้าตองสารพัดประโยชน์มันมีเหตุผลอยู่ที่ว่า ปรกติร้านนั่งดื่มก็จะมีแต่สุราของแกล้มของดองอะไรว่ากันไปแต่ร้านนี้ไม่ใช่ครับ เพราะพี่แกเล่นมีเครื่องเขียนขายอยู่หลังร้านเลยด้วย!!  เรียกได้ว่าผู้ปกครองท่านไหนอยากมากิน แต่บังเอิญต้องพาลูกๆไปซื้อข้าวของเครื่องใช้ในการเรียน ก็สามารถพามาร้านนี้ได้ เมื่อจอดรถถึงปุ้บก็จูงมือลูกเดินเข้าร้านเครื่องเขียนไป ตบไหล่ลูกตัวเองเบาๆ ” ค่อยๆเลือกก็ได้น๊า พ่อไม่รีบ” จากนั้นจึงค่อยปลีกตัวออกจากร้านเครื่องเขียนมานั่งกงก๊งอยู่ด้านหน้าก็ได้ (ผมล้อเล่นนะ กินเหล้าต่อหน้าลูกแบบนี้มันไม่ดีนะครับคนไทยถือ เพราะฉะนั้นพาลูกไปช็อปปิ้งให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาแวะก็ได้ อ่าว! ฮาๆๆ)
สำหรับท่านผู้อ่านท่านใดสนใจอยากไปซื้อเครื่องเขียน เอ้ย! ไปนั่งดื่มสังสรรค์กับชาวบ้านแถวนั้นก็เชิญได้เลยนะครับ

ท่านใดมีร้านนั่งดื่มที่น่าสนใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...