ชื่อ คือสิ่งที่เอาไว้บ่งบอกความมีตัวตนของคนหรือสิ่งนั้นๆ เอาไว้ใช้เป็นสรรพนามแทนคน สัตว์ หรือสิ่งของ หากเป็นคน ชื่อก็เอาไว้เรียกแทนตัว มีทั้งชื่อจริง ชื่อเล่น หรือชื่อที่คนอื่นๆตั้งให้ เรียกว่าชื่อนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งเลยทีเดียว ในบรรดาร้านรวงต่างๆก็เช่นกัน ชื่อเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะตั้งไว้ให้คนเรียกและจำแล้ว ชื่อยังบ่งบอกเอกลักษณ์ของร้าน สิ่งที่ร้านนั้นมีหรือขาย โดยส่วนใหญ่ชื่อร้านมักจะตั้งให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย อ่านแล้วรู้ทันทีว่าร้านนี้มีอะไร

        ในทางกลับกันก็มีบางร้านที่เกิดไอเดียอาศัยการตั้งชื่อร้านเป็นจุดขาย ทำให้คนสงสัย สนใจ และดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นว่าร้านนั้นมีอะไร โดยมักจะตั้งเป็นชื่อเฉพาะ ชื่อแปลกๆ ชื่อที่ไม่สามารถเข้าใจความหมายได้ทันที ซึ่งปัจจุบันมีคนมากมายให้ความสนใจกับร้านเหล่านี้ ทั้งยังทำให้ร้านเหล่านี้เป็นที่สนใจ และเป็นกระแส วันนี้เราจึงรวบรวมร้านชื่อแปลก แหวก แนว ในจังหวัดเชียงใหม่มา 8 อันดับ จะมีร้านไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลย

1. นมบ่ะเล่น

ที่ตั้ง : นิมมานเหมินทร์ ซ.17
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 16.00 – 00.00
เบอร์โทร : 091-8532348
Facebook : นมบ่ะเล่น

        ชื่อร้านนี้หากเอ่ยขึ้นมารับรองว่าชาวเหนือต้องลูบปากร้องอ๋อแน่นอน แต่หากเป็นพี่น้องภาคอื่นๆ อาจจะสงสัยเล็กน้อย ซึ่งเราจะเฉลยให้ฟังว่า คำว่า บ่ะเล่น มาจากภาษาเหนือที่พูดว่า บ่ะเล่ะบ่ะเล่น ที่แปลว่า ใหญ่มาก (เติม ก ไปอีกสัก 4-5 ตัว จะได้อารมณ์มากขึ้น) ซึ่งคุณกุ๊กกิ๊ก 1ใน 3 ของหุ้นส่วนร้านนี้บอกกับเราว่า “ชื่อนี้มีที่มาคือตอนแรกอยากได้ชื่อร้านที่เกี่ยวข้องกับนมเพียวๆ นมจริงๆ พอคุยกับเพื่อน เพื่อนก็พูดกันเล่นๆว่า นมบ่ะเล่น ฟังแล้วเข้าท่า เพราะอยากได้อารมณ์ทะลึ่งทะเล้นหน่อยๆ จะได้โดนใจวัยรุ่น จึงนำมาตั้งในที่สุด” กุ๊กกิ๊กเล่าให้ฟังอีกว่า ตอนแรก แชมป์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทำร้านชามุกอยู่แล้ว และมีสูตรนมเด็ด ประกอบกับอยากเปิดร้านแถวนิมมานซึ่งคนเยอะ แต่ร้านอาหาร ร้านกาแฟก็มีเยอะแล้ว แต่ยังไม่มีร้านที่จะขายเฉพาะนมอย่างเดียว จึงเกิดไอเดียเปิดร้านขายนมแบบโอเพ่น กล่าวคือเหมือนร้านเหล้า เปิดดึก นั่งสบาย แต่ขายนม ให้คนมาดื่มนม พูดคุยกัน “คนที่เค้าอยากสังสรรค์ พูดคุยพบปะกับเพื่อน แต่ไม่อยากดื่มเหล้าก็มี เราเลยได้ไอเดียมาเปิดร้าน” กุ๊กกิ๊กบอก

        ปัจจุบันร้านเปิดมาได้ 1 เดือนครึ่งแล้ว ซึ่งที่ร้านแน่นอนว่าต้องขายนม รสต่างๆ ทั้งนมสด นมชมพู นมส้ม นมวานิลลา รวมไปถึงเครื่องดื่มพิเศษอย่าง โกโก้ และชาเขียว นอกจากนั้นก็มีขนมปังต่างๆให้สั่งกินกับนมได้ด้วย

2. สหายหมื่นจอก

ที่ตั้ง : 1269, ตำบล บ้านปง (ขับมาตามเส้นสะเมิง)  50230
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 10.00 – 22.00
เบอร์โทร : 089-6362495
Facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

        “ข้าพเจ้ามิได้หลงใหลในรสสุรา แต่ข้าพเจ้าหลงใหลในบรรยากาศของการร่ำสุรา” คำพูดเท่ๆแต่แฝงไปด้วยคารมคำคายของ โกวเล้ง ในสุภาษิตจีน คือคำคมของร้าน สหายหมื่นจอก ซึ่ง คุณบรรจบ เจ้าของร้านบอกกับเราว่า ชื่อร้าน สหายหมื่นจอกนั้น ตั้งมาจากความรู้สึกที่นิยมชมชอบในการนั่งดื่ม นั่งพูดคุย ในบรรยากาศดีๆกับสหายที่รู้ใจ จึงเกิดเป็นชื่อนี้ขึ้นมา “ถ้านั่งคุยกับคนรู้ใจ หรือสหายที่รู้ใจ ก็นั่งคุยกันได้นาน” คุณบรรจบเล่าว่าสมัยเรียนหนังสือ ชอบเล่นฟุตบอล และได้ตั้งชื่อทีมกับเพื่อนฝูงไว้ว่า สหายหมื่นจอก หลังจากเรียนจบก็ได้เข้าทำงานที่โรงแรมแหงหนึ่งถึง 20 กว่าปี และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ด้วยความรู้ความสามารถด้านการบริการ และในเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม คุณบรรจบเลยตัดสินใจออกมาเปิดร้านอาหารท่ามกลางบรรยากาศที่ดีกลางขุนเขา

        ปัจจุบันร้านสหายหมื่นจอกเปิดบริการมา 3 ปี และย่างเข้าปีที่4แล้ว ซึ่งอาหารในร้าน เรียกได้ว่ามาทุกอย่าง ทั้งกับข้าว กับแกล้ม เครื่องดื่ม ซึ่งคุณบรรจบแนะนำ “ลาบทอด” เป็นลาบที่เอามาปั้นเป็นก้อน คลุกแป้งแล้วทอด จะกินเป็นกับแกล้มก็ได้ จะสั่งกินธรรมดาก็ดี หากมีโอกาสได้มาร้านนี้กับสหายที่รู้ใจ รับรองได้ว่าบรรยากาศคงเป็นใจให้พูดคุยกันได้ไม่รู้จบเป็นแน่แท้ ข้าน้อย ขอคาราเต้ ! เอ้ย ขอคารวะ !

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านสหายหมื่นจอก

3. โป๊กอี๊ด

ที่ตั้ง : ถนนเทวัญ (ย้ายไปอยู่สันติธรรม ซอยเนเน่ปลาเผา )พระสิงห์ , เมือง เชียงใหม่ , เชียงใหม่ 50200
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 16.00 – 02.00
เบอร์โทร : 081-7655693
Facebook : โป๊กอี๊ด ณ เชียงใหม่

        เชื่อว่าร้อยละแปดสิบ (หรือมากกว่านั้น) คงเดาไม่ได้เป็นแน่ หากจะถามถึงความหมายของชื่อร้าน โป๊กอี๊ด ที่ต่างคนก็ต่างเดากันไปนานา ซึ่งพี่นุช ภรรยาเจ้าของร้านมาเฉลยให้เราได้ฟังว่า “เวลาทุบหมูในโรงฆ่าสัตว์ ตอนใช้ค้อนปอนทุบหัวหมู หมูมันจะร้อง อี๊ด…อี๊ด” ดังนั้น โป๊ก จึงเป็นเสียงของค้อนปอนเวลาที่ทุบลงไปบนหัวหมู ส่วน อี๊ด ก็เป็นเสียงของหมูที่ร้องเมื่อโดนค้อนปอนทุบ ฟังดูแล้วหวาดเสียว แต่พี่นุชเล่าให้เราฟังว่า หากได้ทานอาหารของร้าน จะไม่มีความรู้สึกโหดร้ายเลย พี่นุชเล่าว่าชื่อร้านนี้ตั้งกันเองสมัยตอนที่ยังอยู่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งช่วงนั้นตกงาน แต่วันหนึ่งพี่เขยซึ่งเป็นสัตวแพทย์ได้มาชักชวนให้เปิดร้าน ตนจึงตัดสินใจมาเปิดกับคุณวัฒน์ซึ่งเป็นสามี ปัจจุบันร้านนี้เปิดมากว่า 23 ปี แล้ว คงการันตีถึงความเด็ดของอาหารซึ่งเป็นอาหารแบบพื้นเมือง อาทิ ลาบดิบ ลาบคั่ว หลู้ ไส้ทอด ส้มตำ ต้มแซบ และอีกหลากหลายเมนูได้เป็นอย่างดี

4. ตูบน้อย

ที่ตั้ง : 29/10 ถ.สามล้าน ซ.1 ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่, เทศบาลนครเชียงใหม่ 50200
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 8.30 – 17.30
เบอร์โทร : 053-277949
Facebook : ร้านตูบน้อย

        ร้านตูบน้อย พูดชื่อขึ้นมาหลายคนอาจจะนึกไปถึง สุนัขตัวน้อยๆน่ารัก ตัวเล็ก ขนปุกปุย ส่ายหาง วิ่งเข้ามาคลอเคลีย แต่หยุดเพียงเท่านั้น เพราะความจริงแล้วร้าน ตูบน้อย มีชื่อมาจาก ตูบ ที่ภาษาเหนือแปลว่า กระท่อมเล็กๆที่ทำจากหญ้าคา ซึ่งสมัยก่อนร้านทำจากหญ้าคา เป็นซุ้มๆ “แต่ปัจจุบันทำไม่ได้แล้ว เพราะเกรงว่าจะเกิดไฟไหม้ ร้านนี้ก็เปิดมานาน 30 กว่าปีแล้ว ซึ่งในร้านก็จะโปร่ง โล่งสบาย และมีต้นไม้ในร้านด้วย” คุณสุพัฒน์ ลูกสาวของ คุณอนุรักษ์ หรือ เฮียตูบ เจ้าของร้าน บอกกับเรามา ซึ่งจุดเริ่มของร้านนี้คุณสุพัฒน์บอกเราว่า มาจากอาหารจานเด็ดคือ มักกะโรนีผัดสูตรพิเศษ ซึ่งจะไม่ใส่ซอส แต่จะผัดแห้งใส่ไข่ และใส่เครื่อง ไก่ กุ้ง หรืออื่นๆแล้วแต่จะสั่ง และตบท้ายด้วยซอสพริกสูตรพิเศษ ที่สำคัญราคาถูก นอกจากนั้นก็ยังมี อาหารจานเดียว ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาหารเส้น นี่เองเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร้านชื่อแปลก แต่อาหารไม่แปลกตาม ครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านตูบน้อย

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : ร้านตูบน้อย

5. หมาในซอย / หมาอินซอย

ที่ตั้ง :  ห้วยแก้ว ซอย 2 (อยู่ติดกับร้าน 8days A Week(กาแฟสถาน)) ช้างเผือก, เมือง, เชียงใหม่ 50000
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 21.00 – 23.59
เบอร์โทร : 089-8219354
Facebook : Maa in Soi

        แค่ได้ยินชื่อร้านก็แทบสะดุ้งเสียวสันหลังวาบว่าจะโดนหมาไล่รึเปล่า นับว่าเป็นอีกร้านที่ตั้งชื่อได้ค่อนข้างแปลก เพราะชื่อนี้คุณชลธิชา เจ้าของร้านบอกกับเราว่า ไม่ได้เลือกตั้งเป็นชื่อเฉพาะเหมือนร้านอื่นๆ แต่เลือกชื่อนี้เพราะในซอยที่ร้านตั้งอยู่หมามันเยอะ! “แต่ก่อนในซอยหมามันเยอะ เพราะมันมีแคมป์คนงานใกล้ๆนั้นเขาเลี้ยงหมาไว้ อีกอย่างตอนแรกๆที่ร้านขายเหล้าหมาใจดำด้วยค่ะ” ถือว่าเป็นไอเดียที่แปลกและน่าสนใจที่นำเอาบรรยากาศของบริเวณร้านมาตั้งเป็นชื่อร้าน ส่วนชื่อก็แล้วแต่คนจะเรียก คือได้ทั้ง หมาในซอย และหมาอินซอย

        ปัจจุบันร้านนี้เปิดบริการมากว่า 5 ปี แล้ว ซึ่งคุณชลธิชาก็บอกว่าร้านนี้ตั้งใจให้เป็นร้านที่ไว้สำหรับคนมานั่งชิวๆ และไม่วุ่นวาย เพราะร้านด้านนอกในแถบย่านดังๆคนเยอะ อีกอย่างส่วนตัวเป็นคนชอบฟังเพลงเก่า ที่ร้านจึงจะเปิดเพลงเก่าเป็นส่วนใหญ่ ทั้งไทย สากล สลับกันไป และบวกกับบรรยากาศแถวร้านค่อนข้างเงียบสงบ ทำให้มีลูกค้าคอเดียวกันแวะมานั่งพูดคุยสัพเพเหระกันเป็นประจำ ที่ร้านนี้ก็จะขายเฉพาะเหล้าแสงโสม เบียร์ลีโอ และ เบียร์สิงห์ เท่านั้น ส่วนกับแกล้มเด็ดของร้านที่คุณชลธิชากระซิบมาว่าต้องสั่งให้ได้นั่นคือ ถั่วปึ๋งปั๋ง แว่วๆมาว่าลูกค้าที่มาต้องสั่งทุกรายไป หากใครสนใจร้านเหล้านั่งชิว บรรยากาศสบาย สงบ ไม่วุ่นวาย มีเพลงเก่าฟัง ก็สามารถมาที่ร้านนี้ได้ รับรองตอนนี้หมาไม่เยอะอย่างที่คิด ไม่ต้องกลัว

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : Maa In Soi

ขอขอบคุณรูปภาพจาก facebook : Maa In Soi

6. แตกซิก

ที่ตั้ง : ถนนหมื่นด้านพร้าคต ซอย 13
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 9.00 – 19.00
เบอร์โทร : 083-9493125
Facebook : แตกซิก ซอย ๑๓

        สำหรับร้านนี้แค่ได้ยินชื่อก็แทบเหงื่อตกกีบ เสื้อชุ่มโชก เต็มไปด้วยน้ำที่ผุดออกมาจากรูผิวหนัง เพราะร้านนี้บอกได้เลยว่าถ้าได้มาลองแล้วเหงื่อไม่แตกซิกก็ให้มันรู้ไป! ร้านแตกซิกเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่อย่างสงบในถนนหมื่นด้ามพร้าคต ซอย13 ซึ่งปกติร้านนี้จะเป็นแฟรนไชส์ที่มาจากร้านหลักในกรุงเทพคือ อร่อยแตกซิก โดยคุณจุ๋มเจ้าของร้านบอกว่า “สำหรับชื่อแตกซิก ก็ตามชื่อเลยค่ะ คือเผ็ด กินแล้วเหงื่อจะแตกซิก” ซึ่งร้านนี้คุณจุ๋มได้ซื้อแฟรนไชส์มาจากกรุงเทพ โดยที่สาขากรุงเทพนั้นจะมีอาหารหลักคือก๋วยเตี๋ยว แต่ของที่ร้านนี้จะมีเมนูเด็ดอีกอย่างคือ ข้าวคลุกน้ำพริก “แต่ก่อนเคยทำขายที่ถนนคนเดิน ปรากฏว่าอร่อย คนชอบ เผ็ดสะใจ แล้วขายดีด้วย เลยเอามาลงในเมนูที่ร้าน แตกซิก ด้วยค่ะ” คุณจุ๋มบอก

        ปัจจุบัน ร้านนี้ยังเปิดให้คนมาพิสูจน์ถึงความแตกซิกอยู่เป็นเวลาปีกว่าๆเกือบสองปีแล้ว เมนูหลักที่ร้านก็จะมีทั้ง ก๋วยเตี๋ยว เนื้อตุ๋น หมูตุ๋น และข้าวคลุกน้ำพริก ใครอยากจะรู้ว่าจะแตกซิกสมคำร่ำลือแค่ไหน ก็เชิญมาลิ้มลองได้ที่ร้านนี้ อย่าลืมพกผ้าเช็ดหน้ามาด้วยล่ะ

7. สล่ามองโอสถ

ที่ตั้ง : ถ.ท่าแพ อ.เมือง เชียงใหม่
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 8.00 – 20.00
เบอร์โทร : 053-282297
Facebook : สล่ามองโอสถ

        มาถึงร้านเก่าแก่ร้านนี้ สล่ามองโอสถ คำว่าโอสถเราน่าจะแปลไม่ยากว่าหมายถึงยา แต่คำว่าสล่ามอง บางคนอาจจะเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย ซึ่งคุณรัตนาลูกสาวของเจ้าของร้านดั้งเดิมได้แจ้งแถลงไขกับเราว่าแท้จริงแล้ว สล่าก็แปลว่าช่างนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างอะไรก็ตามทั้งช่างปูน ช่างไม้ ช่างซ่อม หรือคนรับจ้าง ส่วนคำว่ามอง เป็นชื่อของบิดาผู้ก่อตั้งร้าน ก็เลยรวมกันเป็นร้านสล่ามองโอสถ ซึ่งคุณรัตนาเล่าให้เราฟังว่าร้านนี้มีประวัติมาอย่างยาวนานมาก คือมากกว่า100ปี “ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาก็เห็นร้านนี้แล้ว ดิฉันเป็นรุ่นที่สอง รุ่นแรก พ่อจะทำกับปู่ ทำกันตั้งแต่สมัยสงครามโลกโน้นเลย” ซึ่งในอดีตจนถึงปัจจุบัน คุณรัตนาเล่าให้เราฟังว่าที่ร้านจะขายเฉพาะยา เช่น ยาสมุนไพร ยาแผนโบราณ แต่ในสมัยคุณพ่อจะขายวัตถุดิบที่ใช้ทำยาด้วย แต่เนื่องจากต้องสั่งวัตถุดิบจากกรุงเทพปัจจุบันจึงไม่มีวัตถุดิบขายแล้ว จะมีแค่ยาสำเร็จรูปขายอย่างเดียว

        นอกจากนั้นที่ร้านก็ยังมีน้ำจำพวกสมุนไพรขายด้วย เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำบัวบก น้ำกระเจี๊ยบ เป็นต้น อีกสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากอดีตก็คือขวดยาที่ใช้บรรจุยา “เมื่อก่อนจะใส่ขวดแก้ว แต่ตอนนี้จะใส่ขวดพลาสติก ขวดนี่เป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงจากสมัยก่อน นอกนั้นทุกอย่างเหมือนเดิมค่ะ” คุณรัตนาทิ้งท้าย ปัจจุบันร้านนี้ยังคงตั้งอยู่อย่างมั่นคงและคอยเป็นตัวแทนในการรักษาโรคให้กับชาวเชียงใหม่อยู่อย่างต่อเนื่อง

8. ลักจุ่ม มุมตึก

ที่ตั้ง : 27 ซ.เวียงบัว ถ.เวียงบัว ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่
เปิด – ปิด : ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ 18.00 – 02.00
เบอร์โทร : 087-6610890
Facebook : ร้าน ลักจุ่ม มุมตึก

        ลักจุ่ม มุมตึก ชื่อนี้ฟังดูแล้วให้อารมณ์หลบๆซ่อนๆแอบๆน่าดู อาจจะเดาไม่ยากว่าอาหารของร้านนี้น่าจะเป็นสไตล์จิ้มจุ่มหรือหมูกระทะแน่นอน ซึ่งพี่สาย หุ้นส่วนของร้านบอกเราว่าชื่อร้านนี้คิดกันเองในหุ้นสวนและพอดีว่าร้านอยู่ในซอยแคบๆ รถเข้าไม่ได้ พอคุยไปคุยมา ชื่อนี้ก็เลยแว้บเข้ามาในหัว “ตอนแรกหาที่เปิดร้านเหล้า แต่เจ้าของที่เขาไม่ให้ เลยต้องเปลี่ยนเป็นร้านหมูกระทะครับ” พี่สายบอกกับเรา ปัจจุบันร้านนี้เปิดมาได้ปีนิดๆแล้ว ซึ่งบรรยากาศในร้านจะเป็นแบบเปิดโปร่งโล่งสบาย ไฟสลัวนิดๆ พอได้อารมณ์ย่างหมูเข้าปาก ซึ่งเมนูในร้านก็มีมากหลาย ทั้งพวกเนื้อสัตว์ ผัก เห็ด และของกินเล่นต่างๆ ใครสนใจอยากจะมาลิ้มลองหมูกระทะในอารมณ์ชวนหลบๆซ่อนๆแอบๆก็สามารถมาลองได้เลยครับ

ท่านใดที่มีร้านชื่อแปลกยิ่งกว่าแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ และอย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...