การเป็นคนโดดเดี่ยวแล้วไปเที่ยวคนเดียวที่ไหนซักที่ นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นคนอาภัพ ขาดคนรักไร้ญาติขาดมิตร เป็นโรคเหงาลิสซึ่มซึมเศร้าเคล้าน้ำตา สละแล้วซึ่งการคบหากับผู้คนอะไรทำนองนั้นนะครับ แต่เป็นที่บางที บางช่วงซึ่งมันอาจเป็นจังหวะเวลาที่แฟนติดธุระ เพื่อนฝูงไม่ว่าง หรือถ้าว่างก็ตกลงกันไม่ได้สักทีว่าจะไปหรือไม่ไป ทั้งที่มันเป็นวันหยุดของเราซึ่งนานทีปีหนจะมีซักครั้ง  — แล้วเราจะมัวมาโอ้เอ้รอใครรออะไรกันอีกล่ะ จะมัวมาเสียเวลากลัวเหงา เศร้าซึมเพราะกลัวไม่มีเพื่อนคุย กลัวไปไหนไม่ถูก กลัวโน่นกลัวนี่กันอยู่ทำไม ก็คนไทยด้วยกันทั้งนั้น ถ้ากายพร้อมใจพร้อมและตังค์พร้อมเมื่อไหร่ เราก็ไปกันได้เลยครับ

   คงเพราะเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยว ถึงทำให้ที่นี่มีร้านค้าทั้งร้านอาหารและร้านที่ให้บริการอื่นๆอยู่หลากหลายรูปแบบ และเป็นเมืองที่มีร้านค้ามีสไตล์หรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในเรื่องของการตกแต่งร้านหรือการให้บริการอยู่มากมายหลายรูปแบบไปหมด ซึ่งรีวิวเชียงใหม่ของเราก็ได้แนะนำให้ได้รู้จักกันไปมากมายหลายร้านแล้ว

ชนแก้ว

    แต่สำหรับโดดเดี่ยวเที่ยวเชียงใหม่ของเราในตอนนี้ เราจึงลองอยากแหวกแนวหาสถานที่ที่แหวกๆแปลกๆไปจากแนวเดิมดูบ้าง คือเป็นร้านค้าธรรมดาๆที่ทำมาค้าขายกันตามปกตินี่แหละ ไม่ต้องเลิศหรูมีสไตล์ภายนอกอะไรกัน แต่ทุกร้านที่เรานำเสนอในครั้งนี้ พวกเขากลับมีสไตล์ที่อยู่ภายในซึ่งเด่นชัดจนเราสัมผัสได้จริงๆ – ครับสไตล์ของพวกเขาก็คือความเฟรนด์ลี่มีรอยยิ้มเสียงหัวเราะและการให้บริการที่ไม่ใช่ระหว่างผู้ขายกับลูกค้า แต่เป็นการดูแลช่วยเหลือและหัวเราะเย้าแหย่กันแบบเพื่อนกับเพื่อนเป็นสไตล์หรือจุดขายประจำตัว

     และถ้าสงสัยว่า เราแนะนำร้านเหล่านี้เพราะต้องการค่าโฆษณาจากเขา เลยหาเรื่องมาแนะนำว่าเหล่านี้เป็นร้านค้าสุดเฟรนด์ลี่ นั่นก็แปลว่าคุณคิดผิดหรือมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว กรุณาอ่านให้จบหรือจะไปทดลองด้วยตัวเอง ก่อนจะตัดสินดีกว่าครับ

      1 Chom Car Rent

       พิกัด ละแวกคูเมือง เยื้องๆธนาคารไทยพาณิชย์สาขากาดสมเพชร
ติดต่อ 082-6256908 | 084-0416858

ถ้านักเขียนระดับชาตินามชาติ กอบจิตติ บอกว่า “เพื่อนคือศาสนาของเขา” พี่แม๊กซ์เจ้าของร้านเช่ารถคนนี้ก็คงจะนับถือศาสนาเดียวกันกับนักเขียนชื่อดังคนนั้น

    ร้านเช่ารถเล็กๆร้านนี้มีทั้งหมดสองสาขาคือสาขาแรกที่ซอยกำแพงดิน(หลังออฟฟิตเอไอเอสเก่า) กับสาขาสองตรงเส้นคูเมืองเยื้องประตูท่าแพตรงข้ามกับธนาคารไทยพาณิชย์สาขากาดสมเพชร ที่นี่ก็เหมือนร้านอื่นๆที่ให้บริการทั้งรถมอเตอร์ไซด์และรถยนตร์ แต่ที่แปลกและแตกต่างก็คือท่าทางของเจ้าของร้านและบรรยากาศในร้าน ที่บางวันอาจมีนักท่องเที่ยวคนไทยกำลังนั่งหัวเราะกันอยู่ หรือบางวันอาจเป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรปกำลังนั่งกินข้าวซอยที่เจ้าของร้านซื้อมาเลี้ยงและบางวันอาจมีคนญี่ปุ่นชายหญิงมานั่งต้มราเมงให้ชิมกันฟรีๆในร้าน หรือบางวันอาจมีวงเหล้าเล็กๆของบรรดานักท่องเที่ยวนานาชาติที่เจ้าของร้านชวนมานั่งคุยกัน

    “คือผมชอบไปเที่ยวไง นึกถึงเวลาเราไปเที่ยวไหน แล้วไม่รู้จักใครไม่รู้จักทาง บางทีเราก็งง พอมาทำร้านเราก็ไม่อยากให้คนมาเที่ยวเขารู้สึกอย่างนั้น บางคนพอมาเช่ารถมาถามทางมากๆ ถ้าผมว่างบางทีผมก็ชวนมันไปเที่ยวกันเลย ง่ายดีไม่ต้องคิดอะไรมาก พอนานๆไปก็กลายเป็นเพื่อนกันมันก็จะมาทุกปี ก็ยิ่งสนิทกันไปใหญ่ ”  ลูกค้าส่วนใหญ่ของที่ร้านจึงมีทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่เช่ากันแบบรายวันและรายเดือน ส่วนเรื่องราคาค่าเช่าก็อยู่เรทปกติไล่เลี่ยกับร้านอื่น แต่ส่วนจะดูแลแค่ไหนก็เอาเป็นว่าในวันที่เรานัดไปถ่ายบังเอิญมีลูกค้าเอารถไปล้มจนรถพัง พี่แม๊กแกยังรีบพาลูกค้าไปโรงพยาบาลก่อนทั้งที่ไม่ได้เป็นไรมาก ส่วนเรื่องค่าซ่อมรถเขาบอกว่า “เอาไว้ค่อยว่ากัน”

    อ่อ ลืมบอกไปอย่างชื่อ ชมคาร์เร้นท์ มาจากชื่อภรรยาของเจ้าของร้านครับ

   2  วลัยเฮ้าส์

   พิกัด ในซอยสันติธรรม ตรงวงเวียนสังเกตุตรงป้อมตำรวจแล้วเลี้ยวเข้าซอยสันติสุข3
ติดต่อ 0 5335 7321, 0 5321 5627, 08 6428 9269

    “หลักๆคือที่นี่มันมีบรรยากาศที่เป็นLocal คือเป็นบ้านเป็นชุมชนของชาวบ้านธรรมดาๆที่มันมีวิถีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่บรรยากาศแบบที่พักทั่วไปนะคะ มันเลยทำให้นักท่องเที่ยวหรือคนที่มาเขาชอบที่นี่กัน” คุณแอน อธิบายถึงลักษณะคร่าวๆของวลัยเฮ้าส์ เกสท์เฮ้าส์สีสดสะดุดตาในซอยสันติธรรม (พอถึงวงเวียนในซอยสันติธรรมให้หมุนเข้าทางป้อมตำรวจ แล้วเข้าซอยสันติสุข 3)

        “ที่นี่พอคนมาพัก ก็จะกลายเป็นลูกค้าประจำ อย่างป้าบาบาร่าที่เป็นคนฝรั่งเศส แกก็จะมาทุกหน้าหนาวเพราะแกบอกว่าแกทนอากาศหนาวที่ฝรั่งเศสไม่ไหว ก็จะมาที่นี่อยู่กันเป็นซีซั่นเลย แล้วเวลามาแกก็จะมีของติดมือมาฝากตลอด ไม่น้ำหอมก็ช็อกโกแลตจนเราต้องบอกว่า ปีนี้ไม่ต้องแล้วนะคะ” คุณแอนเล่าให้ฟังพร้อมเสียงหัวเราะสนุกสนาน 

        “คือข้อเด่นของวลัยเฮ้าส์คือเราอยู่ใกล้กับโรงเรียนสอนนวดของเชียงใหม่ มันก็จะมีชาวต่างชาตที่เขามาเรียนนวดไทยมาพักกัน เปิดห้องนวดเอาไว้ให้ซ้อมนวดกันเลย(หัวเราะ)” ซึ่งถ้าใครจะไปซ้อมนวดในห้องนี้ ทางเกสท์เฮ้าส์ก็ไม่ได้ คิดค่าใช้จ่ายอะไร นอกจากขอทิปบ็อกส์เป็นการช่วยค่าน้ำค่าไฟบ้างตามแต่จะให้

       “จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ก็คือเรื่องของความปลอดภัย ดึกดื่นมืดค่ำคุณจะเดินไปไหนก็ไม่มีอันตราย”

        ส่วนเรื่องของอาหารการกินคุณแอนบอกว่า เรามีครัวเปิดเอาไว้ให้ใครอยากทำไรกินกันได้เลย หรือบางวันจะไปซื้ออะไรมานั่งกินด้วยกันหรือตั้งวงดื่มคุยกันก็ได้เลย เพราะเราอยากให้มีบรรยากาศแบบนั้น มันสนุกกว่าต่างคนต่างแยกกันอยู่ในห้อง มาคุยมาจอยส์กันมันดูน่าสนุกกว่า”

       3 Cafe blanco

       พิกัด เข้าซอยกำแพงดิน ด้านสำนักงานเอไอเอสเก่า
ติดต่อ 0948959751

       พี่สยามเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าเขาเคยพานักท่องเที่ยวที่รู้จักกันไปปั่นจักรยานเล่นกันอยู่ประจำ กอปรกับภรรยาของเขาที่เป็นชาวญี่ปุ่นอยากจะเปิดร้านกาแฟเล็กๆซักร้าน ไอเดียในการทำcafe blanco เลยเริ่มขึ้น

         แต่เดิมร้านนี้อยู่แถววัดช่างฆ้องในซอยกำแพงดิน แต่ปัจจุบันย้ายมาอยู่อีกที่หนึ่งในละแวกกำแพงดินเหมือนกัน (พิกัดคือเข้าซอยกำแพงดินทางสำนักงานเอไอเอสเก่าแล้วเลี้ยวขวาแยกเล็กๆแยกแรกตรงไปตามทางจะเจอร้าน สังเกตุง่ายๆจากศาลพระภูมิต้นใหญ่หน้าร้าน)

          แรกทีเดียวทางร้านคิดจะทำเป็นร้านกาแฟและซอฟดริ้งค์ที่เปิดตั้งแต่เช้า แต่ตอนหลังเครื่องชงกาแฟเกิดเสีย แต่ลูกค้าก็มานั่งดื่มเบียร์ ซอฟดริ้งค์หรือคอ๊อกเทงอื่นๆกันอยู่ประจำ ทางร้านจึงยังไม่คิดไปซ่อมเครื่องและเปลี่ยนเวลาให้บริการมาเป็นช่วงเย็นๆค่ำๆแทนช่วงเช้า

 ซันไรซ์เครื่องดื่มทีเด็ดของร้าน

          ร้านนี้ไม่มีบริการอาหารและดนตรีใดๆ แต่มีเพลงแจ๊สที่ภรรยาเจ้าของร้านชอบฟังเปิดอยู่ตลอดเวลา แต่อาจมีกล้วยบวชชีไข่ต้มหรืออะไรแปลกๆ กระทั่งอาหารญี่ปุ่นในบางวันที่ทางร้านทำให้ลูกค้าทานกันฟรีๆ และไม่ใช่เฉพาะลูกค้าประจำที่เจ้าของร้านจะตักให้ ต่อให้คุณเป็นแขกใหม่ที่เพียงมานั่งดื่มโค้กสักขวดเขาก็จะรีบตักมาให้คุณชิมทันที ส่วนลักษณะพิเศษอื่นๆก็คงจะเป็นของเล่นต่างๆที่อยู่ในร้านทั้งกีตาร์ เกมส์และอื่นๆคุณก็สามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้เลย

         อ่อ ลืมบอกไปอย่างร้านนี้เขามีน้องหมาพันธุ์เทอเรียผสมที่เจ้าของร้านรักเป็นลูกนั่งเล่นนอนเล่นอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ถ้ามาแล้วไม่เจอเจ้าของร้านอาจเป็นเพราะเขาหรือเธออาจพาหมาออกไปเดินเล่น ถ้าอยากดื่มอะไรง่ายๆสักขวดบอกลูกค้าด้วยกันที่อาจนั่งอยู่ก่อนแถวเค๊าน์เตอร์ให้เขาเปิดตู้เย็นหยิบให้ได้เลย

    4 แสงดี แกลลอรี่

     พิกัด เส้นสิริมังคลาจารย์ซอย 5 แล้วเลี้ยวเข้าซอยโรงแรมบีทู

      เมื่อถามว่าทำไมถึงชื่อแสงดีแกลอรี่ พี่โพหนึ่งในสองเจ้าของแกลอรี่ ก็ทำหน้าตายตอบทันทีว่า “ถ้าแสงไม่ดี รูปก็ออกมาไม่สวยครับ” เรียกว่าเป็นคำตอบเด็ดที่เรียกเสียงหัวเราะจากเราได้ฮาใหญ่ทีเดียว

     แสงดีแกลลอรี่ อยู่ตรงถนนสิริมังคลาจารย์ เลี้ยวเข้าในซอยโรงแรมบีทู เป็นแกลลอรี่แสดงงานศิลปะและมีสแน็คบาร์ พร้อมมีดนตรีสดหรือกระทั่งการแสดงหรืออื่นๆกระทั่งคาราโอเกะในบางวันเอาไว้สำหรับสลายความเงียบ บรรยากาศของที่นี่เป็นความเฮฮาและสนุกสนานอย่างมีศิลปะ ทั้งศิลปะในการดื่มกิน ศิลปะในการฟังดนตรีและศิลปะที่สัมผัสได้ด้วยตาจากการเดินดูรูปเขียน

มีดนตรีสดเล่นทุกคืน

      แต่อย่าเพิ่งคิดหรือนึกกลัวไปนะครับ ว่าที่นี่จะต้อนรับเฉพาะบรรดาพวกที่มีรสนิยมคลั่งไคล้ศิลปะ แต่คนธรรมดาจะเข้าไปไม่ได้หรือไม่กล้าเข้าเพราะกลัวจะโดนดูถูกว่าไร้รสนิยม กรุณาลืมความคิดเหล่านั้นได้เลยครับ

      เพราะเจ้าของแกลลอรี่ทั้งสองคือ พี่โพกับพี่อ้อ เขาจะไม่ปล่อยให้คุณเดียวดายจนแข็งตาย กลายเป็นงานศิลปะประเภทรูปปั้นอีกชิ้นหนึ่งในร้านแน่นอน

     “คือถ้าเห็นเขามานั่งคนเดียว แต่ไม่ใช่อยากจะอยู่เงียบๆ เพียงแต่รู้สึกเหมือนไม่รู้จักใคร เราก็จะถามว่ารอใครหรือเปล่าคะ ถ้าเราคุยอะไรกันอยู่เราก็จะถามว่าสนใจมาคุยด้วยกันไหมคะ” พี่อ้ออธิบายให้ฟังถึงรูปแบบและวิธีการดูแลคนในร้านของเธอ “อย่างน้องที่ร้านๆพี่อ้อก็จะบอกว่าให้เขาคุยกับคนที่มา ให้เขาดูแลเหมือนเราเป็นเพื่อนกัน ถ้าเพื่อนเรามาเราต้องดูแลยังไง”

เวอร์จิ้น แก้วนี้ไร้แอลกอฮอล์

     ตามโปรแกรมกิจกรรมในแต่ละวันและโปรแกรมแสดงงานศิลปะที่ต่อเนื่อง(ขณะนี้มีโปรแกรมยาวถึงเดือนพฤษภา58) รวมกับบรรยากาศและการพูดคุยภายในร้าน ทั้งของพี่โพกับพี่อ้อ รับประกันได้ว่าถ้านั่งที่นี่คุณสะกดคำว่าเงียบเหงาไม่ถูกแน่


อ่อ ที่สำคัญสแน๊คของที่นี่ ทั้งเต้าหู้ทอดและซัลซ่ากับขนมปังอร่อยมากครับ

     ท่านใดมีที่เที่ยวแหวกๆแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...