เจ๋งไปเที่ยวมาอีกแล้วครับ คราวนี้หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งทอดหุ่นจิบกาแฟมื้อเช้าที่เชียงใหม่พอหมดแก้ว เราก็ออกเดินทางลงใต้กันเลย แหม! ฟังดูดีมีระดับจนน่าถีบเลยนะครับเช้ากินกาแฟที่เชียงใหม่ พอบ่ายๆก็ไปหาอาหารทะเลกินกันพอเพลินๆที่สุราษฎร์  อ่อ อย่าเพิ่งหมั่นไส้กันสิครับ จริงๆทริปนี้เป็นการเดินทางโดยสายการบิน Air Asia ซึ่งเปิดเที่ยวบินตรงจากเชียงใหม่-สุราษฎร์ธานี พร้อมมีบริการต่อรถต่อเรือไปจนถึงเกาะสมุยกันเลยทีเดียว รายละเอียดอ่านที่นี่ได้เลยครับ

ลำนี้ที่พาเราบินตรงมาจากเชียงใหม่ เป็นเที่ยวปฐมฤกษ์

สนามบินเชียงใหม่

                     เหมือนเป็นธรรมเนียมของ Air Asia ที่แถวมักจะยาวตลอดเพราะความที่ราคาประหยัดใครๆก็บินได้ แนะนำว่าถ้าไม่มีกระเป๋าต้องโหลดใต้เครื่องควรใช้เครื่องคีออส check-in จะสะดวกกว่า ปี๊ดๆก็ปรินท์ตั๋วออกมาได้แล้วไม่ต้องต่อแถวให้เมื่อยตุ้ม (โหลดน้ำหนักได้ 7 กก.ต่อคน เกินกว่านี้คิดราคาตามน้ำหนัก)

เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้ Gate 11 และเพิ่งรู้ว่าต้องลงมาข้างล่างเพื่อขึ้นรถบัสมารับเราไปขึ้นเครื่องอีกที

แปลกดีทุกทีขึ้นจากทางเดินงวงช้าง อันนี้ต้องมาขึ้นบันได ก็ดีได้ถ่ายรูปเครื่องชัดๆ

Take off แล้วมองออกมั้ยว่าเป็นส่วนไหนของเมืองเชียงใหม่

เพิ่งเคยลองอาหารบนเครื่องของ Air Asia ครั้งแรก มีอาหารหนึ่ง ของหวานสอง กับโค้กหนึ่งกระป๋อง กล่องแดงๆคือ ผัดหมี่สิงคโปร์ อร่อยครับ ขนาดกินข้าวมาแล้วก็ยังกินจนหมด เป็นเนื้อไก่ไม่ต้องกังวลกินได้ทุกชาติศาสนา ส่วนของหวานคือข้าวเหนียวมะม่วงกับลูกตาลลอยแก้วก็อร่อยเหมือนกัน กินหมดไม่เหลือ

มาถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี ฝนตกมาต้อนรับเลยทีเดียว เย็นชุ่มฉ่ำครับ สนามบินเขาเล็กๆน่ารักดี

เล็กกว่าสนามบินเชียงใหม่พอสมควรเลย ฝนตกไม่ต้องกลัว Air Asia เขามีร่มบริการครับ

สองสาวสวยในชุดมโนราห์ ยืนถือป้ายต้อนรับอยู่หน้าทางเข้า

เป็นอีกหนึ่งความน่าประทับใจ กับการต้อนรับในชุดการแสดงรำมโนราห์

สุราษฎร์ – สมุย

จากสนามบินสุราษฎร์ธานี นั่งรถตู้ประมาณ 1 ชั่วโมงถึงท่าเรือดอนสัก ทั้งนี้ วิธีการไปเกาะสมุยมีสองวิธีคือ ทางเรือและทางอากาศ เราเลือกแบบที่หนึ่งคือทางเรือ (เรือเฟอร์รี่หมายถึง เรือรับส่งข้ามฟาก) เป็นเรือที่ใหญ่แปลกตาสำหรับคนเหนือ สามารถนำรถส่วนตัวหรือแม้แต่รถบรรทุกขึ้นเรือไปด้วยได้  แต่ละวันจะมีตารางเวลาเดินเรือชัดเจน ราคาค่าโดยสารคนละ 140 บาทต่อเที่ยว และ 450 บาทสำหรับรถยนต์ส่วนตัว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ตารางเดินเรือ ของท่าเรือ ราชาเฟอร์รี่

บนเรือมีร้านขายของด้วย มีทุกอย่างมาม่า เบียร์ ขนมขบเคี้ยวต่างๆ

รถบรรทุกก็ขึ้นเรือเฟอร์รี่ได้เหมือนกันนะ

บนดาดฟ้ามีจุดยืนชมวิวถ่ายรูปได้ แต่จะเหม็นควันนิดนึงเพราะท่อไอเสียอยู่ด้านหลังเรือ ต้องดูทิศทางลมให้ดี

ความงามของทะเลสีฟ้าอันสงบนิ่ง กับมนต์เสน่ห์ของทะเลที่กว้างใหญ่ไร้เขตแดน

มุมถ่ายรูปทิวทัศน์ระหว่างทางสวยๆเยอะมาก แล้วแต่ช่างภาพจะหามุมกันเลย

พอถึงเกาะสมุยก็ตามระเบียบคือต้องไปกินอาหารทะเล เรามากันที่ร้านครัวชาวบ้าน บรรยากาศสบายๆริมหาด

ปูนึ่งตัวใหญ่ๆ

จานนี้เป็นกุ้งตัวโต นำมาเผาส่งกลิ่นหอม ทานกับน้ำจิ้มซีฟู๊ด

เมนูนี้เด็ด หอยเป็นหอย จัดไปอย่าให้เสีย

แต่ที่เด็ดสุดขอเสนอเมนูนี้เลยครับ เป็นเมนูที่ยังไม่เคยเห็นไม่เคยกิน เรียกว่า วายต้มกะทิ วายคืออะไรค้นในอินเตอร์เน็ตไม่เจอหลังจากทดลองกินดูพบว่า มันคล้ายๆปลาหมึกเหนียวๆ

***ทริปของเรายังไม่จบ อ่านต่อตอนที่สองกันได้ที่ “เหาะจากเชียงใหม่ ไปดูปะการังที่เกาะแตน”


ท่านใดมีทริปเดินทางท่องเที่ยวน่าสนใจแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...