1200

“  ..  จากข้อมูลบันทึกทางประวัติศาสตร์ มีการบันทึกเอาไว้ว่า การดื่มกินหลังเลิกงานครั้งแรกของโลกนั้น เกิดขึ้นในราวปี คศ.1872 ที่ประเทศอังกฤษ โดยเป็นการดื่มกินระหว่างท่านเค๊าน์จอห์น แรนดอล (John Randoll) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเหล็กกับนายริคกี้ แฮตตั้น (Ricky Hatton) ซึ่งเป็นกรรมกรในโรงเหล็กที่บังเอิญเดินผ่านทางมาเจอกิออสขายเหล้าเล็ก ๆ ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งสองจึงชวนกันแวะนั่งดื่มพูดคุยกันถึงเรื่องงาน นินทาคนในที่ทำงาน บ่นรำพันกันในเรื่องของกีฬาข่าวสารบ้านเมืองและปรับทุกข์กันเรื่องของเมียอ้วน ๆ ที่บ้าน และเมื่อดื่มกินกันจนวูบวาบ มึนหัวได้ที่ด้วยเวลาไม่นานนักคือประมาณหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม ทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับ แต่ในวันต่อๆมาหลังเลิกงานในทุก ๆ เย็นทั้งสองก็พากันมานั่งดื่มกันอีกจนกลายเป็นตำนานและเป็นวัฒนธรรมที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และนอกจากการดื่มกินในครั้งนั้นจะถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่พูดคุยกันระหว่างท่านเค๊าน์กับนายริคกี้ก็ยังถูกใช้เป็นแพทเทิร์นเดิม ๆ ซึ่งยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะบรรดาขี้เมาส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นเป็นประชามติโลกว่า หลังเลิกงานเราควรดื่มและคุยกันประมาณนี้แหละดีที่สุดแล้ว เพราะถ้ามากกว่านี้พรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหว …” จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เราได้อ้างอิงไปแล้วนั้น  ถ้าใครเชื่อหรือใครอ่านแล้วเอาไปใช้อ้างอิงต่อ ๆ ไปในทางวิชาการ เราก็ขอแช่งให้กินเหล้าเท่าไหร่ก็ไม่เมากินเหล้ายังไงก็ไม่สนุก ไร้เพื่อนคู่คิดไร้มิตรร่วมวงไปยาวๆสักสามร้อยชาติ เพราะข้อมูลที่เขียนไว้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่เอาไว้อำกันเล่นในวงเหล้าหลังเลิกงาน พอให้รู้สึกว่าการกินเหล้าที่ดีบางทีก็มีสาระเหมือนกัน ถึงจะออกไปทางสาละวนเลอะเทอะดูเปรอะ ๆ ไปหน่อยก็ตาม ในข้อแม้ของการสรรหาร้านเหล้าสำหรับนั่งดื่มหลังเลิกงานของเรา นอกจากจะต้องเป็นร้านยอดนิยมของคนทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ ยังต้องเป็นร้านที่มีกับแกล้มอร่อยพอให้รองท้องได้ก่อนกลับบ้าน เป็นร้านที่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากการพูดคุย และเป็นร้านที่ราคาย่อมเยาว์ ถูกใจคอเหล้ากระเป๋าบางจนต้องผูกขาดเป็นขาประจำกันประเภทต้องเมากรึ่มๆแล้วถึงจะเดินซึมๆกลับบ้านกันได้สบายอุรา ส่วนถ้าเป็นวันศุกร์หรือวันหยุดตามเทศกาลใครที่ออกจากร้านนี้ไปแล้วใคร่จะไปไหนกันต่อก็ค่อยหารือกันอีกที

– – – – – – – – – – – – – – –

1. ป้าแดงจิ๊นตุ๊บ

– กินจนยุบก็ยังไม่เลิก

เนื้อย่างจิ๊นตุ๊บ เมนูเด็ดร้านป้าแดง

ลายแทงร้าน : แยกสันคะยอม ถ้ามาจากกาดสามแยกติดไฟแดงให้เลี้ยวขวา แล้วยูเทิร์นกลับมาร้านเป็นเพิงอยู่ซ้ายมือเวลาเปิด – ปิด : ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงานถึงห้าทุ่ม

จัดว่าเป็นตำนานของร้านนั่งดื่มหลังเลิกงานของหนุ่มน้อยใหญ่ชาวสันทรายก็ว่าได้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ป้าแดงได้พัฒนาสูตรอาหารเฉพาะตัวอันเป็นที่ชื่นชอบถูกปากนักดื่มยิ่งนัก เมนูเด็ดขึ้นชื่อของร้านเห็นจะไม่พ้น จิ๊นตุ๊บ (เนื้อทุบ) เป็นการเอาเนื้อมาย่างจนแห้งดี จากนั้นนำไปทุบบนเขียงด้วยค้อนเหล็กเสียงดังตุ๊บตั๊บ จากนั้นไม่นานเนื้อเหนียวๆก็จะกลายเป็นเนื้อทุบที่เคี้ยวง่ายสบายเหงือก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มข่าสูตรเด็ดที่มีทั้งแบบแห้งและเปียก เข้ากันที่สุดในสามโลก จานเดียวไม่เคยพอ เมนูอื่นก็เด็ดขาดขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ทั้งจิ๊นส้มหมกไข่ (แหนมหมกไข่ย่าง) แอ๊บอ่องออ (ห่อหมกสมองหมู) รวมไปถึงอาหารปิ้งย่างอื่น ๆ ล้วนเป็นที่ชอบอกชอบใจของบรรดาชายฉกรรจ์เขาเลยทีเดียว

จิ๊นส้มหมกไข่ เด็ดโดนไม่แพ้เมนูอื่น
บรรยากาศร้านป้าแดงจิ๊นตุ๊บ และอุปกรณ์การทุบ

ร้านนี้ดังไปไกลถึงผู้ชายต่างประเทศ ป้าแดงตัวจริงกับ แอนดี้ pok pok 

– – – – – – – – – – – – – – –

2. เก๊าบ่าต๋ากบ แก้มแดง

– บอกเลยไม่แพงพี่ต้องมา

ซี่โครงย่าง แหนมย่าง ใครมาร้านนี้ต้องสั่ง

ลายแทงร้าน : แยกสันคะยอม ถ้ามาจากกาดสามแยกติดไฟแดงให้เลี้ยวขวา ร้านเป็นเพิงอยู่ซ้ายมือ สังเกตุจะมีต้นต๋ากบ (ตะขบ) อยู่หน้าร้าน จอดรถได้ทั้งสองฟากถนน
เวลาเปิด – ปิด : ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงานถึงสี่ทุ่มครึ่ง (สี่ทุ่มเช็คบิล)

อีกหนึ่งร้านยอดนิยมของชายฉกรรจ์หลังเลิกงาน ทำเลง่าย ๆ ก็คือตรงข้ามกับร้านป้าแดงในข้อหนึ่ง ชื่อต้นต๋ากบมาจากภาษาเหนือแปลว่า ต้นตะขบ มีอยู่หนึ่งต้นถ้วนบริเวณหน้าร้าน ส่วนแก้มแดงคือชื่อเจ้าของร้าน ร้านนี้เปิดมามากกว่าสิบปีตั้งแต่สมัยยังไม่มีโฮมโปรมาตั้ง เริ่มจากร้านเล็ก ๆ ทำกันสองคน ตอนนี้ขยายเพิ่มโต๊ะเข้ามาอีกเพียบ พร้อมพนักงานอีกหลายคนที่ยินดีพร้อมให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ตรงหน้าร้านจะมีป้ายบอกวันหยุดแต่ละเดือนอย่างชัดเจน ขาประจำควรอ่านทุกครั้งจะได้ไม่พลาด

อาหารร้านต๋ากบมีพ่อครัวเพียงหนึ่งคน และบอกไว้ชัดเจนในเมนูว่าถ้าคนเยอะอาหารอาจต้องนอนานสักนิด อาหารยอดนิยมก็ได้แก่จำพวกปิ้งย่าง ซี่โครงย่างถือเป็นตัวเด็ด แหนมย่างกินพร้อมพริกกระเทียมจัดว่าโดน คอหมู คางหมูย่าง มีทั้งแบบกรุบกรอบและแบบนุ่มชุ่มลิ้น สนนราคาไม่แพงเลย จานละ 40 – 60 บาท ส่วนราคาเครื่องดื่มก็ตามมาตรฐานแถมโซดายังแช่เย็นอีกด้วยนะพวกเธอ

ร้านโปรดของบรรดาเหล่าชายหนุ่ม
เซ็ตอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยมร้านเก๊าบ่าต๋ากบ
เหล่าพ่อครัวแม่ครัวขมักเขม้นปิ้งย่างมือเป็นระวิง

– – – – – – – – – – – – – – –

3. ฮิมโก้ง

– โล่งโจ้งกันไปเลย
ร้านฮิมโก้ง
บรรยากาศคึกคัก

พิกัด : เลยแยกข่วงสิงห์ มาทางเส้นจะไปแม่ริมแล้วเลี้ยวซ้ายไฟแดงแรก
ที่จอดรถ : จอดได้บริเวณสองข้างทางในละแวกร้าน
ร้านหยุด : ทุกวันจันทร์
โทร. : 083-9401827

ลัดเลาะจากแยกข่วงสิงห์ เข้าเส้นแม่ริม แล้วหักซ้ายตรงไฟแดงแรก ค่อย ๆ โค้งไปตามถนนสักหน่อยตามที่มาของชื่อร้านที่อยู่ช่วงริมโค้งหรือฮิมโก้งในภาษาเมืองก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือ เสน่ห์ของที่นี่คือความโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด แถมยังมีบอลให้ดูกันพอเพลิน ๆ และนอกจากจะมีเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างแขกกับเด็กเสริฟในร้าน ร้านนี้ยังอาวุธลับที่เป็นไม้เด็ดอยู่อีกสองอย่าง นั่นคือเรื่องของราคาเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ถูกจนน่าตกใจ คือกับแกล้มที่นี่จะอยู่ในระหว่าง 39 – 59 ส่วนเครื่องดื่มประเภทเหล้าเบียร์ก็ราคาไล่เลี่ยกับร้านขายของชำ

และนอกจากเรื่องราคา อาวุธลับสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องของรสชาติกับแกล้มฝีมืออ้ายตู๋กับน้องฝน สองผัวหนุ่มเมียสาวเจ้าของร้านนั้นถือว่าเข้าขั้นเยี่ยมยุทธ์ โดยเฉพาะกับแกล้มจำพวกย่างรวมหมูของอ้ายตู๋ เปื่อยนุ่มและหอมกลิ่นเครื่องเทศพร้อมกลิ่นหอมควันจากเตาย่างที่ชิมแล้วการันตีได้ว่าจะต้องติดใจ ส่วนฝีมือของน้องฝนที่เน้นไปทางพวกต้มแซบร้อน ๆ ก็เปรี้ยวแซบลงตัวแบบไม่ขาดไม่เกินหรือถ้าใครอยากจะชิมกับแกล้มประเภทตำ ที่นี่ก็ยังมีตำมะม่วงสูตรโบราณรสชาติถึงใจเอาไว้ให้น้ำลายสอกันด้วย ช่วงไคลแม็คของร้านจะอยู่ที่ประมาณหกโมงเย็นไปถึงสามทุ่ม เรียกว่าคนนั่งกันแน่นจนโต๊ะเต็มหมดทั้ง 28 โต๊ะกันเลยทีเดียว

เจ้าของร้าน

– – – – – – – – – – – – – – –

4. เก๊าฉำฉา

– หลบเมียจ๋ามานั่งชิล

 เก๊าฉำฉา

พิกัด : ริมถนนเส้นหลังโรงเรียนปริ๊นช์
ที่จอดรถ : จอดได้บริเวณสองข้างทางในละแวกร้าน
เวลาเปิด – ปิด : เปิด 09.00น. – 23.00น. ปิดทุกวันอาทิตย์
โทร. : 081-8826547, 081-5316047

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

ทีแรกที่ได้ยินชื่อร้านเป็นภาษาเมืองก็ให้สงสัยว่าเก๊าฉำฉาแปลว่าอะไร พี่เหน่ง เจ้าของร้านร่างใหญ่ท่าทางเป็นคนสนุกสนานเลยยิ้มและชี้ไปที่ต้นฉำฉาต้นใหญ่ ที่อยู่เหนือเพิงในบริเวณร้านให้ดู เพราะคำว่าเก๊านั้นเป็นคำเมืองที่เขาใช้เรียกต้นไม้ใหญ่ ร้านนี้อยู่ตรงริมถนนเส้นหลัง รร.ปริ๊นซ์ เป็นกึ่งร้านกึ่งเพิงขนาดใหญ่ สังเกตุได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องอธิบายทางหรือต้องเลาะเลี้ยวเสาะหากันไปให้มากความ พี่เหน่งเจ้าของร้าน อดีตหนุ่มโรงปูนซีเมนต์ไทยเล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่มาทำต่อจากคุณน้า เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัวและเป็นร้านที่คอเหล้าทั้งรุ่นใหม่ยันรุ่นลายครามรู้จักกันดี ซึ่งเดิมทีก็มีขายทั้งเหล้าและเบียร์ รวมถึงเหล้าตอง แต่ตอนนี้งดขายเครื่องดื่มมึนเมา ลูกค้าเลยต้องหิ้วเครื่องดื่มมาเอง ส่วนไม้ตายของเก๊าฉำฉายังอยู่ที่รสชาติของกับแกล้มประเภทปิ้งย่างที่ย่างกันร้อน ๆ ส่งกลิ่นยั่วยวนเรียกลูกค้ากันอยู่หน้าร้าน โดยเฉพาะเนื้อโคขุน เสียบไม้ย่างที่ขายเพียงไม้ละ 10 บาทเท่านั้น

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

นอกจากนี้กับแกล้มอื่น ๆ ประเภทลาบหรือยำและต้มแซบต่าง ๆ ที่นี่ก็มีไว้บริการ ทีเด็ดอีกอย่างของร้านคือร้านนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ใครจะบอกเจ้านายว่าจะไปหาลูกค้าหรือไปติดต่องานข้างนอกแล้วจะแวะไปนั่งดื่มกินกันตั้งแต่กลางวัน แล้วไหลยาวไปจนถึงกลางคืน อันนี้ก็ไม่ว่ากันแต่คงต้องบอกก่อนว่าร้านนี้อยู่ริมถนน ถ้าหลบงานมาก็หลบเข้าไปนั่งโต๊ะใน ๆ หน่อยก็แล้วกัน … อ่อ ลืมบอกไปอีกอย่าง ที่นี่เขาเคยวัดสถิติการดวลเหล้ากันด้วยนะ มากสุดก็เหล้าตอง 11 แก้ว ซึ่งพี่เหน่งเจ้าของร้านแกฝากท้าทายมาด้วยว่า ถ้าใครคิดว่าตัวเองเจ๋งกว่านั้นก็เชิญให้มาท้าทายทำลายสถิติกันได้เลย

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

– – – – – – – – – – – – – – –

5. บัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

– โล่งไปถึงไส้ติ่ง

บัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

พิกัด : ถ้าเข้าทางซอยวัดอุโมงค์จะอยู่ทางขวามือ สังเกตที่เตาย่างและป้ายหน้าร้าน
ที่จอดรถ : สามารถจอดชิดซ้ายใกล้ ๆ บริเวณร้าน
ร้านหยุด : ทุกวันอาทิตย์

เห็นชื่อร้านแล้วอย่าเพิ่งตกใจ เพราะยังไม่คิดเปลี่ยนใจพาไปหาขนมหวานหรือบัวลอยนั่งกินกันคนละถ้วยหลังเลิกงานแล้วรีบแยกย้ายกันกลับบ้านหรอก แต่ร้านบัวลอย – ร่ำเปิงร้านนี้เป็นร้านเหล้าตองแบบเมือง ๆ แท้ ๆ หรือจะเรียกว่าเป็นร้านเหล้าสายฮาร์ดคอร์ในวัฒนธรรมการดื่มกินของชายฉกรรจ์ชาวเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ ด้วยเสน่ห์ของการรินเหล้าอย่างพิถีพิถันในแต่ละตอง ที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงการใส่ใจต่อเหล้าในทุกแก้วของลูกค้า พร้อมของแกล้มที่วางคู่กันเอาไว้ให้เปรี้ยวปาก ทั้งของฝาดของดองยั่วน้ำลาย ท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองกับบรรดาคอเหล้าขาประจำในละแวกนั้น เรียกว่าเป็นบรรยากาศของการดื่มหลังเลิกงานของชายฉกรรจ์ที่ออกรสและเข้มข้นใช้ได้เลยทีเดียว

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

แต่ตามเงื่อนไขที่เราตั้งเอาไว้ในนอกเหนือจากบรรยากาศ ในเรื่องของราคาและรสชาติของกับแกล้ม ที่ร้านป้าบัวลอยก็ใช่ว่าจะมีแต่ของแกล้มไว้สำหรับเหล้าตองอย่างเดียว เพราะป้าบัวลอยยังมีวัวน้อยหรือลูกวัวย่างรสเด็ด ที่มีกลิ่นรสของเครื่องเทศและน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ซึ่งไม่ว่าจะถามยังไงป้าบัวก็ไม่ยอมเปิดเผย เพราะเป็นสูตรลับเฉพาะที่หอมทั้งกลิ่นย่างและเนื้อนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ แต่ป้าบัวก็ยังแอบบกระซิบให้ฟังว่า ป้าต้องไปรับวัวน้อยเป็นตัวมาจากสันกำแพง เอามาหมักจนนุ่มเข้าเนื้อและย่างด้วยไฟอ่อน ๆ ตั้งแต่บ่ายโมง ค่อย ๆ พลิกค่อยๆกลับไปจนถึงสี่โมงเย็น เพื่อให้เนื้อสุกหอม แต่ต้องนุ่มชุ่มเนื้อไม่แห้งจนแข็งเด็ดขาด ส่วนราคาวัวย่างก็อยู่ที่จานละ 50 บาท หรือถ้าใครคิดว่าสั่งวัวย่างมาเป็นกับแกล้มอย่างเดียวมันน้อยเกินไป ป้าบัวก็ยังมีวัวน้อยหรือลูกวัวนึ่งร้อน ๆ จนเนื้อนุ่ม แต่ชุ่มเนื้อในและไม่เหนียว ที่เสริฟมาพร้อมกับน้ำซุปจากน้ำนึ่งวัว ให้มาซดพอคล่องคอแกล้มเหล้ากันอีกด้วย จานนี้ก็ราคา 50 เหมือนกัน แต่รับประกันความนุ่มและความหอมนวลชวนให้น้ำลายสอจริง ๆ

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

– – – – – – – – – – – – – – –

6. โฮงหมู

– กินจนร้องอู้หูว! เด็ดจัง

ร้านโฮงหมู

พิกัด : ตรงข้ามวัดสันติธรรม
ที่จอดรถ : จอดตรงใกล้ ๆ ร้านหรือหน้าวัดสันติธรรม
ร้านหยุด : ไม่มีวันหยุด
โทร. : 088-252-0436, 053-226897

พี่แหลมกับพี่ออยเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ที่ชื่อร้านโฮงหมูเพราะแต่เดิมเปิดอยู่แถวโรงฆ่าสัตว์แถวกำแพงดินที่เขาเรียกกันว่าโรงหมู หรือโฮงหมูตามสำเนียงภาษาเมือง แต่ต่อมาก็ย้ายมาเปิดเป็นร้านขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าวัดสันติธรรม ซึ่งนับจากเวลาที่ย้ายมาจนถึงวันนี้ก็ประมาณแปดปีเข้าไปแล้ว ส่วนความพิเศษของร้านนี้นอกจากบรรยากาศแบบร้านอาหารประเภทต้นตำรับ มีสูตรเด็ดที่หมูทอด เครื่องในหมูทอด จิ้นส้มหมกไข่ และไส้ทอดกรอบจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นจานเด็ดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

จิ้นส้มหมกไข่

ทีเด็ดของร้านคือช่วงเวลาเปิด – ปิดร้าน ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักดื่มว่า ร้านนี้จะเปิดถึงตีสี่  ส่วนสนนราคาของกับแกล้มรสเด็ดและเครื่องดื่มกระชับมิตรของร้านนี้ ก็อยู่ในราคามาตรฐานทั่วไป แถมร้านนี้ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับขาเมาที่นิยมกับแกล้มเต็มโต๊ะ เพราะกับแกล้มที่นี่มีให้เลือกมากมายหลายเมนูและอร่อยเด็ดครบรสทุกจานจริง ๆ

ไส้ทอดกรอบ
– – – – – – – – – – – – – – –

7. เป็ดพะโล้บ้านยวม

– แหล่งรวมชายฉกรรจ์

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

พิกัด : เส้นตัดใหม่ทางไปสันกำแพง
ที่จอดรถ : โอ่อ่าอลังการ กว้างขวางมาก
ร้านหยุด : ทุกวันอาทิตย์ เปิดช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป
โทร. : 085-0321335

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านและรู้ว่าร้านนี้ขายเป็ดพะโล้เป็นหลัก ก็คิดว่ามันใช่ร้านเหล้าหลังเลิกงานแน่เหรอ ? แต่เมื่อถามแม่ทองสุขเจ้าของร้าน แม่ทองสุขก็บอกว่า ร้านนี้ไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด แต่ที่นี่ขายเป็ดพะโล้แกล้มเหล้า และเป็ดที่แม่ทองสุขบอกก็ไม่ใช่จะมีแค่เป็ดสับอย่างเดียว แต่ยังมีบรรดาอะไหล่เป็ดทั้งไส้ ข้อ ปาก ปีก และเครื่องในพะโล้จนเปื่อยนุ่ม ไม่มีอาการเหนียวจนต้องเคี้ยวกันแปดรอบเหมือนกินหนังสติ๊กแกล้มเหล้าแน่นอน  เรียกว่าทั้งเปื่อยทั้งนุ่มกันจนขากรรไกรแทบไม่ต้องออกแรง ยิ่งเมื่อได้จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดด้วยแล้ว คงไม่มีอะไรต้องอธิบายต่อกันเลยทีเดียว และนอกจากเรื่องของรสชาติอาหาร ที่นี่ยังมีบริการเหล้าตองตรงบาร์กว้างนั่งสบายต่างจากร้านอื่น แต่ขอโทษ ที่นี่ไม่มีสาว ๆ มารินเหล้าตองให้ แต่มีลูกชายของแม่ทองสุขท่าทางทะมัดทะแมงยืนเทเหล้าตองแบบเท่ ๆ แนว ๆ คอยดูแลนักดื่มอยู่ตรงเคาน์เตอร์อย่างเป็นกันเอง

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

สำหรับบรรดานักดื่มหลังเลิกงานที่อยากมาหาอะไรดื่มแกล้มเป็ดพะโล้นุ่มๆกันที่นี่ ก็เดินทางมาได้ตามเส้นทางไปสันกำแพง พอเลยแยกไฟแดงก็ชิดขวาแล้วชะลอรถสักหน่อย สังเกตดี ๆ ตรงที่มีต้นสนใหญ่ด้านขวามือจะเห็นป้ายร้านชัดเจนหาไม่ยากเลย และที่นี่ยังมีที่จอดรถขนาดกว้างขวางเอาไว้ให้บริการ ส่วนสนนราคาของเป็ดพะโล้ก็อยู่ที่จานละ 70 บาท อะไหล่อื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันไป เช่นเครื่องในสับก็ 40 – 50 บาทเท่านั้น เรียกว่าเหมาะการดื่มกันเบา ๆ เมากันแค่พอกลิ้งจริง ๆ เชียว

เป็ดพะโล้บ้านยวม

เป็ดพะโล้บ้านยวม

ท่านใดมีร้านอร่อยหลังเลิกงานแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

รับดูแลแฟนเพจ สื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย

ฝากความคิดเห็น ...