Humans of Chiang Mai : สาริสา ธรรมะลังกา อายุ 27 ปี

“เปิดโอกาสในทุกๆด้านให้กับตัวเอง” อยู่เคียงคู่กับ “คนสู้ชีวิต” มาต่อเนื่องยาวนาน เราอยากนำเสนอชีวิตของ “โอชิน” ผู้หญิงข้ามเพศที่เก่งและแกร่ง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค เธอตรากตรำทำงานตั้งแต่เด็ก หาเงินส่งตัวเองเรียนจนถึงปริญญาโท สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นโอชิน ผู้ที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ไม่ต้องรวย ไม่ต้องไปอยากได้อยากมี ไม่ต้องไปแข่งกับใคร

สาริสา ธรรมะลังกา หรือ โอชิน นักร้องนำวงมัชฌิมา วงอินดี้เชียงใหม่ ปัจจุบันได้หันมาใช้ชีวิตแบบสโลวไลฟ์ด้วยการเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในสวนหลังบ้านของเธอ เธอบอกกับเราว่า เธอเป็นเพียงมนุษย์ผู้ทดลองหาความสุขให้กับชีวิต ฟังดูแล้วช่างน่าสนใจทีเดียว ผู้หญิงข้ามเพศคนนี้มีแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างไร เราไปทำความรู้จักพร้อม ๆ กันดีกว่า

ชื่อดูญี่ปุ่นจังเลย เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นเปล่าหรือว่าแอบมีเชื้อญี่ปุ่น ?

มันเป็นฉายาที่รุ่นพี่ตั้งให้ ประกอบกับเพื่อน ๆ เห็นว่าเราทำงานหนัก บวกกับมีคนชอบบอกว่าหน้าตาเหมือนเด็กญี่ปุ่น เค้าก็เลยเรียกว่าโอชิน ตามชื่อละครญี่ปุ่นเรื่อง โอชิน สาวน้อยหัวใจแกร่งอ่ะ (หัวเราะ)

ได้ฉายามาจากละคร แล้วคิดว่าชีวิตจริงโอชินสู้ชีวิตอย่างในละครไหม ?

ก็สู้ชีวิตนะ  ก็มีลำบากมากในหลายๆช่วงของชีวิต ก่อนหน้านี้ครอบครัวสมบูรณ์ดี แต่ต้องมาลำบากเพราะพ่อเป็นโรคแอลกอฮอล์ลิซึ่ม เลยหยุดงานกลางคัน แม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เราเลยต้องทำทุกอย่างแทนแม่ ดูแลพ่อและน้องชายฝาแฝดซึ่งอยู่ในช่วงกำลังโต ดูแลบ้าน ซักผ้า ทำกับข้าว แล้วก็ต้องหาเงินในช่วงที่ยังเรียนอยู่ด้วย

เริ่มหาเงินใช้เองตั้งแต่ตอนอายุเท่าไหร่ ทำอะไรบ้าง ?

ก็ตั้งแต่เข้ามัธยมเลยเกิดจากที่เราอยากได้อะไรแล้ว ขอพ่อแม่ไม่ได้เพราะที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน ก็ต้องหาเองแล้วล่ะ เริ่มจากทำงานง่าย ๆ ไปซื้อด้ายมาถักเป็นสร้อยข้อมือ สะสมน้ำยาทาเล็บ เปิดโต๊ะรับทาเล็บ พอช่วงงานนิทรรศการก็ไปซื้อของมาทำอาหารขาย เก็บเงินทีละนิดทีละหน่อย จนซื้อคอมได้ก็เอาแผ่นมาก๊อปปี้ขาย ทำธุรกิจมืด (หัวเราะ)

เพราะว่าดูแลงานต่าง ๆ ภายในบ้านรึเปล่าฮอร์โมนถึงเปลี่ยนไป ?

ไม่ ไม่เกี่ยว ด้วยความที่ตั้งแต่เด็กเรารู้สึกว่ามันมีฮอร์โมนอะไรบางอย่างที่ทำให้เราสนใจความเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว เรียกว่า “บอร์น ทู บี กะเทย” เลย สมัยอนุบาลสองเราก็ชอบการ์ตูนผู้หญิงอย่างซินเดอเรลล่าก็จะหยิบอะไรที่มันเป็นผู้หญิง วาดรูปการ์ตูนก็วาดรูปผู้หญิงเลย ไม่ได้มาจากสังคมความเป็นอยู่อ่ะ มันคือ “บอร์น ทู บี กะเทยเลยอ่ะ มีความเป็นกะเทยด้วยตัวของตัวเองเลย ซึ่งมันน่าจะเกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกายมากกว่า แล้วเราก็รู้มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วว่าเรานั้นเป็นเพศที่แตกต่างเป็นเพศทางเลือก

เคยคิดว่าการเป็นกะเทยมันลำบากหรือเป็นอุปสรรคบ้างไหม ?

ก็เคยคิดว่าเป็นกะเทยนี่ลำบาก เป็นกะเทยนี่มันแย่ว่ะ คือคุณต้องได้ผ่านจุดที่เป็นอุปสรรคในชีวิตแล้วก็ประจักษ์ได้เองว่าจริง ๆ แล้วว่าเราเกิดมาทำไมและชีวิตเราอยู่เพื่ออะไร การเป็นกะเทยมันเป็นเพศที่ไม่ถูกต้องเหรอ ? ก็ไม่ เพราะทุกคนมีอวัยวะครบ 32 ประการ ถ้าเราย้อนกลับไปมองคนที่พิการ เค้าไม่มีโอกาสทำแบบนี้ แต่เราเกิดมาสมประกอบแล้ววันๆทำอะไร ไม่ใช่มาบอกว่าเป็นกะเทยแล้วลำบาก สุดท้ายแล้วเรามองว่า ถ้าปิดโอกาสตัวเองแล้วเราก็จะไม่มีโอกาสเริ่มอะไรดี ๆ ให้กับชีวิต เพราะฉะนั้นการเป็นกะเทยตัดออกไปได้เลย ไม่เคยคิดว่า การเป็นกะเทยแล้วจะมีผลอะไรกับชีวิต

ให้เปรียบเทียบกับผู้หญิง คิดว่าการเป็นกะเทยดีกว่าหรือแย่กว่า ?

ไม่มีอ่ะ คือไม่มีเพศไหนดีกว่าเพศไหน เรามองว่าทุกอย่างเสมอภาคกัน บอกแล้วว่าทุกคนมีอวัยวะครบ 32 ประการ มีสมองเหมือนกันแล้วแต่ว่า ใคร เพศไหนจะเอามาใช้ยังไง ถ้าทุกคนมีเงิน 5 บาทเท่ากัน คุณจะเอาไปใช้ยังไงให้มันเกิดประโยชน์ เอาไปซื้อแค่ลูกอม เอาไปซื้อดินสอปากกาหรือจะเอาไปทำอะไรที่ต่อยอดกว่านี้ก็ได้ คนเรามีต้นทุนทางชีวิตเท่าๆกัน ทรัพยากรในตัวเองมีเท่ากันๆ อยู่ที่ว่าคุณจะเอาไปใช้ยังไง ไม่ได้มองว่าใครดีกว่าใคร


อะไรคือจุดเปลี่ยนจากการร้องเพลงมาเป็นทำอาหาร ?

เมื่อไม่นานมานี้ มีอาการลำไส้อักเสบไปตรวจมาแล้วว่าเกือบจะเป็นมะเร็งกลาย ๆ ก็เปลี่ยนมาดูแลตัวเองหันมากินอาหารที่สะอาดขึ้น เริ่มดูแลตัวเอง ไม่กินอาหารฟาสต์ฟู้ด หยุดใช้ชีวิตหนัก ๆ หยุดปาร์ตี้ หยุดร้องเพลงตอนกลางคืน รับแต่อีเว้นท์ แฟนก็ย้ายมาอยู่ด้วยกัน ก็เริ่มทำอาหารกิน พอมีโซเซียลก็ทำอาหารแล้วถ่ายรูปลงเฟสบุ๊ค เพื่อน ๆ ก็บอกว่าทำมาให้กินหน่อยสิ น่ากินจังเลยไรงี้ เราเลยเริ่มรู้สึกว่า อุ๊ย ! คนชอบอาหารของเราอ่ะ เลยคุยกับแฟนว่า “เราทำอาหารขายดีมั๊ย เอาเงินที่มีอยู่เนี่ย  5 พันบาท ไปซื้ออุปกรณ์ มาเปิดร้านกันเถอะ”

5 พันบาทก็ไม่ใช่เงินลงทุนที่เยอะนะ ทำไมโอชินถึงกล้าลงทุนล่ะ ?

ทุกวินาทีเราต้องทำให้เหมือนว่ามันสำคัญนะ ถ้ามันสุดทางเดินโอเคว่า ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่เราเชื่อว่าถ้าเราตั้งใจทำ มันต้องมีคนเห็นความตั้งใจของเราสิมันต้องไม่อับจนหนทางสิ ในคนหนึ่งคนอ่ะ ทำไมถึงจะทำไม่ได้ ถ้ามากลัวว่ามีเงินแค่ 5 พันแล้วจะไม่ได้ไรงี้ โอ้ย! ไปทำอย่างอื่นเถอะ ไม่ก็หยุดลมหายใจตายไปดีกว่า เราก็กล้าลงทุน กล้าทำก็ต้องหากำไร จริง ๆ แล้วตอนที่ลงทุนทำเบเกอรี่เราก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง เราก็ทยอยทำร้านทีละนิดทีละน้อย

ช่วยบอกที่มาของชื่อร้านหน่อย ?

คือไม่ได้คิดอะไรเลย (หัวเราะ) ก็มาคิดว่าใช้ชื่ออะไรดี แฟนบอกว่า ศรีนวลมั๊ย เอ่อ…ก็ชอบนะก็โอเค ไอ้เราก็คิดไปนู๊น เอสแอนด์พี ซ้ำกับเขาไปเรื่อย ศรีนวลฟังดูแปลกดี แฟนบอกว่าชื่อมันดูโบราณดีนะ สี สีนวล เอาเป็นสีที่มันดูนวล ๆ มั๊ย ? พูดแล้วนึกถึงสีพาสเทล เราเลยตกลงว่าจะใช้ สอ สระอี สีนวล แทนดีกว่า ก็กลายมาเป็น สีนวล

แล้วที่มาของสวนหลังบ้านล่ะคะ ?

ก่อนหน้านี้เราทำแค่เบเกอรี่ขายชื่อ “สีนวล สวีทคุ๊กกิ้ง” ปัจจุบันก็ทำอยู่ เราเอาไปขายทุกวันอังคาร ขายที่ มินิมอลและคณะวิจิตรศิลป์ ออร์เดอร์มีเยอะมาก ๆ ก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง เราเลยคิดว่าถึงเวลาแล้วนะที่จะต้องทำเป็นร้าน แล้วหลังบ้านเราก็มีที่ว่างอยู่ แต่ไม่ไหวแล้วอ่ะเป็นป่ารกมาก  ต้องจัดสวนใหม่เลยอ่ะ ก็จัดเองด้วยนะไม่ได้จ้างใคร เราอยากทำให้ร้านมันร่มรื่นบรรยากาศเหมือนอยู่บ้าน และอยากให้ลูกค้ามากินอาหารที่บ้านของเรา กินในสวนที่เราจัดเองก็เลยกลายมาเป็น “สีนวลในสวนหลังบ้าน”

ให้เทียบกับร้านอื่น ๆ ในเชียงใหม่ ร้านของโอชินแตกต่างอย่างไร ?

ร้านอาหารในเชียงใหม่มันมีเอากำไรอยู่ 3 อย่าง คือ เอากำไร เอากำไรมาก และ เอากำไรมาก ๆ อย่างในย่านฮิปสเตอร์นิมมานนี่อย่างน้อยเค้าก็ต้องใช้จ่ายหลายอย่าง ค่าพนักงาน ค่าเซอร์วิส ค่าเช่าสถานที่ก็แพงเนอะ เค้าต้องเอากำไรมาก ๆ อยู่แล้ว แล้วร้านเราขายแค่ 45 บาท คือไม่เกินนี้แล้ว เราไม่ได้เน้นกินสั้น ๆ เน้นกินยาว ๆ เอาสบายใจอยู่กันยาว สบายใจผู้ซื้อสบายใจผู้ขาย เราไม่มองว่ามันไม่ได้เลวร้ายนะราคานี้ในอนาคต ก็อาจจะขึ้นราคาตามวัตถุดิบที่มันจะขึ้น บาทสองบาทสามบาทไรงี้

คอนเซ็ปต์ของร้าน ?

แฟร์ฟู้ด แชร์ฟู้ด ขายอาหารในราคายุติธรรม ไม่ได้แบบเอากำไรเวอร์ ๆ มันเป็นแฟร์ฟู้ด กินของดี ๆ ในราคาที่สมน้ำสมเนื้อ ไม่ได้แพงจนเกินไป ในแต่ละเดือนก็จะมีเมนูพิเศษ สเปเชี่ยลของแต่ละเดือน ซึ่งเอาจริงๆก็ทำมาได้แค่สองเดือนอ่ะ ตอนนี้เพิ่มเมนูใหม่ก็มีขนม ปรับปรุงไปเรื่อยๆ เราอยากให้คนกิน กินแบบคุ้มค่ามีประโยชน์ วัตถุดิบที่เราหามาค่อนข้างคัดเลย เราจะให้เยอะอยู่แล้วด้วยแต่ถ้าใครกินไม่หมดก็ต้องบอก

มาถึงตอนนี้แล้ว โอชินพอใจกับร้านของตัวเองประมาณไหน แล้วในอนาคตมีแพลนว่าจะทำอะไรต่อ ?

ก็พอใจนะ ในระดับหนึ่ง ตอนนี้มันคือ ปัจจุบันของเราเนอะ เราไม่ได้กังวลอะไรมาก อดีตเราก็ไม่ได้ไปโหยหาล่ะ เพราะมันผ่านมาแล้ว ที่ทำอยู่ทุกวันก็คือตื่นเช้ามาทำอาหาร ในอนาคตแพลนไว้ว่าจะไปเรียนต่อ  คือร้านเรานะ เป็นโปรเจคแค่ 1 ปี จะไปจบในที่ปีหน้าประมาณเดือน ตุลา-พฤศจิกา หลังจากนั้น เก็บเงินพอได้แล้วจะไปเยอรมัน ไปเรียนทำอาหารแล้วขอทุนต่อ ป. เอก เพื่อไปเรียนต่อในสายอาร์ต แล้วจะไปเรียนศิลปะการทำอาหาร เป็นการเพิ่มเติมความรู้ในสิ่งใหม่ที่ตัวเองสนใจ คือตอนนี้เรียนด้วยตัวเอง ไม่ได้ไปเข้าคอร์ส จริงๆ ไม่ต้องไปเรียนก็ทำได้แต่เราควรจะใฝ่รู้แล้วก็เปิดโอกาสให้ตัวเอง

สุดท้ายนี้อยากให้โอชินฝากอะไรถึงผู้อ่านหน่อยค่ะ

มนุษย์เราเกิดมาแล้ว เจอปัญหากันทุกคนค่ะ แต่เมื่อเจอกับปัญหาอย่างแรกเลยต้องให้กำลังใจตัวเองก่อน  ทุกคนรู้สึกโมโหได้ รู้สึกท้อแท้ได้เป็นธรรมดา ไม่ต้องไปมองชีวิตว่า จะต้องไปหวังเงินหวังทอง กำไรอะไรมาก หวังเพียงความสุขก็พอ คนส่วนใหญ่ทุกข์ก็เพราะว่า เดินเข้าหามันเอง เราเลือกที่จะทุกข์เราก็ทุกข์ เราเลือกที่จะสุขเราก็สุข ส่วนเรื่องอารมณ์โมโหร้องไห้มันก็ต้องมี เราเป็นคนก็ร้องไป สุดท้ายก็ยิ้มได้ เพราะอารมณ์เราก็ไม่ได้มีอารมณ์เดียวในชีวิต ให้กำลังใจตัวเองเปิดโอกาสในทุก ๆ ด้านให้กับตัวเองเราจะมองเห็นหนทางต่อไป เปิดไฟให้ชีวิตแล้วชีวิตจะพบหนทางเองค่ะ

ร้านสีนวลในสวนหลังบ้าน
ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ในสวนดอกซอย 6 จากถนนสุเทพเลี้ยวเข้าซอยข้างโรงเรียนวัดสวนดอก ตรงไปจนสุดเจอซอย 6 เลี้ยวขวามือ ตรงไปอีกนิดร้านเป็นบ้านหลังสีขาวมีป้ายปักด้านหน้า
เวลา เปิด-ปิด : 10.00-18.00 น. (หยุดวันอังคาร)
โทร : 087-3040478

ตัวอย่างผลงานเพลงวงมัชฌิมา

เรื่องราวชีวิตของ  Humans of  Chiang Mai คนต่อไปจะเป็นใคร ติดตามกันได้ที่นี่ และถ้าหากใครมีบุคคลแห่งแรงบันดาลใจที่อยากแนะนำ ก็อย่าลืมแวะมาเม้นท์มาแชร์ให้เราได้รู้ตามช่องคอมเม้นท์ด้านล่าง หรือ

  
เจ๋งจะได้ตามไปเจาะลึกกันอย่างทันท่วงที ราตรีสวัสดิ์ครับพี่น้องชาวเชียงใหม่

ฝากความคิดเห็น ...