การกินอาหารที่ดีต้องเริ่มจากคุณภาพของอาหารที่ต้อง “ใหม่” “สด” “สะอาด” ยิ่งถ้าเป็นอาหารทะเลยิ่งแล้วใหญ่เพราะว่าถ้าหากคุณภาพไม่ดีจริง ไม่สด ไม่สะอาด หรือที่แย่ไปกว่านั้นคืออาหารทะเลของบางที่อาจจะมีการปนเปื้อนของสารฟอร์มาลีน ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย แล้วยิ่งพวกเราอาศัยอยู่ที่เชียงใหม่ดินแดนน้อยๆ ในป่าใหญ่ที่อยู่ไกลจากท้องทะเล เรื่องการจะกินอาหารทะเลสดๆ ก็จะต้องตัดสินใจกันให้ดีล่ะนะว่าจะกินของร้านไหนกันดี วันนี้รีวิวเชียงใหม่ได้ออกเดินทางกันไปทั่วเชียงใหม่เพื่อตามหาเทพเจ้าโพไซดอนทั้งหลายในเชียงใหม่มาให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักกันครับ

ร้านซีฟู้ดเชียงใหม่

——————–

1. นิว บ.กุ้งเผา เชียงใหม่ – เอามันกุ้งของฉันมา

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

กุ้งแม่น้ำคัดเกรดพิเศษขายตามขนาด

ที่ตั้ง : ใต้โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ
เวลาเปิด-ปิด : 15.00 – 23.00 น.
เบอร์โทร : 063-565-9232
Facebook : นิว บ.กุ้งเผา เชียงใหม่

ดำเนินกิจการเรื่องอาหารทะเลมากว่า 20 ปี ภายใต้การกุมบังเหียนของ “เฮียเบี้ยว” โดยเปิดสาขาแรกอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก อาหารทะเลของที่นี่มีอยู่มากมายหลายอย่างแต่ถ้าเป็นเรื่องของที่ขึ้นชื่อก็แน่นอนแล้วล่ะว่าจะต้องเป็นเมนู “กุ้งเผา” อย่างแน่นอน กุ้งเผาของที่ร้านจะใช้กุ้งแม่น้ำส่งตรงมาจากพม่า ทางร้านมีกุ้งให้ลูกค้าเลือกอยู่ 3 ขนาดด้วยกันแล้วลูกค้าจะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่ เผา นึ่ง หรือเอาไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้ เช่น ผัดพริกเผา, ผัดผงกะหรี่ โดยจะต้องบวกเงินเพิ่มเอง 60 บาท แต่ว่ามามาร้านกุ้งเผาทั้งที มันก็ต้องกินกุ้งเผาสิครับ กุ้งตัวโตๆ ผ่าครึ่งแล้วเอาไปเผาจนสุกดีทั้งตัว ตรงหัวก็เป็นมันสีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมจนยากที่จะห้ามใจ นี่แหละใช่เลย !!
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ปลาหมึกกับหอยทำอะไรก็อร่อย

 

——————–

 

2. ท่าจีนชมจันทร์ซีฟู้ด – ความหิวพุ่งกระฉูดเพียงได้กลิ่น


กุ้งลายเสือเผาตัวอวบอ้วนพร้อมเสิร์ฟ

 

ที่ตั้ง : ซอยโพธาราม 2 ตำบลช้างเผือก
เวลาเปิด – ปิด : 17.00 – 24.00 น.
เบอร์โทร : 081-797-8790
Facebook : ท่าจีนชมจันทร์

เปิดทำการมากว่า 10 กว่าปีแล้ว สำหรับท่าจีนชมจันทร์ ร้านอาหารทะเลชื่อดังที่ใครๆก็รู้จัก แต่จะเคยไปลิ้มลองรสชาติแล้วหรือยังนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาหารทะเลของที่นี่ต้องบอกว่าสดจริงๆ เพราะรับของใหม่มาเข้าร้านทุกวันจากอ่าวไทย ภูเก็ต มหาชัยและสุราษณ์ธานี เมนูขึ้นชื่อที่เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้า ซึ่งแนะนำโดยคุณนะ ผู้จัดการร้านท่าจีนชมจันทร์ คือ “ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ” หรือปลาจาระเม็ดดำซึ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึก โดยในหมู่นักกินชาวจีนยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดปลาทะเล เนื่องจากเป็นปลาเนื้อนิ่ม เนื้อสดและหวานมันจึงเหมาะที่จะนำไปลวกในหม้อไฟให้พอสุกเท่านั้น ซึ่งน้ำซุปของทางร้านนั้นเป็นสูตรลับที่ได้จากการเคี่ยวกระดูกปลาจนคอลลาเจนละลายออกมายิ่งเพิ่มความหอมหวานมันให้เนื้อปลา ตัดรสด้วยพริกไทยเข้มข้น ทานกับผักป๋วยเล้งสดลวก ทานในช่วงอากาศเย็นๆยิ่งเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี ส่วนสถานที่นั้นทางร้านแบ่งเป็น 2 โซน ทั้งโซนกลางแจ้งรับอากาศดีๆ และโซนห้องแอร์ที่สามารถนั่งทานไปชมการบรรเลงดนตรีเพราะๆยุค 60 ไปด้วยอย่างได้อรรถรสในการทาน


ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟ เมนูขึ้นชื่อของร้าน เพียงแค่จุ่มเนื้อปลาผ่านน้ำซุปเร็วๆก็สุกพร้อมทาน


หอยเชล์ล์เผาทรงเครื่อง เผาโชว์ลูกค้ากันสดๆบนเตาถ่านร้อนจัด


หอยเชลล์เผาทรงเครื่อง เนื้อเด้งหนึบหนับ กรุบกรอบ หอมกระเทียม เนยและซอสน้ำมันหอยอย่างดี


ปูทะเลผัดผงกะหรี่ ใช้เวลาเคี่ยวเครื่องแกงจากน้ำเป็นหม้อๆจนงวดเหลือพอขลุกขลิก ไม่ต้องบอกว่ารสชาติจะเข้มข้นขนาดไหน


บรรยากาศของร้านมีทั้งโซนกลางแจ้งในสวน และภายในห้องแอร์ เครื่องดนตรีมีเพียงเปียโนและดับเบิ้ลเบสพร้อมเสียงนุ่มๆของนักร้องก็กินขาดแล้ว

——————–

3. ภูเก็ตซีฟู้ด – ซี้ดสูดปาก ซาชิมิกุ้งสด


ปลาเก๋าดำนึ่งมะนาว และซาชิมิกุ้งลายเสือ เมนูเด่นคราวนี้

ที่ตั้ง : ถนนเลียบคันคลองชลประทาน ตำบลช้างเผือก
เวลาเปิด – ปิด :  11:000 – 23:30 น.
เบอร์โทร : 053-414024 / 083-608-3692
Facebook : ภูเก็ตซีฟู้ด จ.เชียงใหม่

พูดถึงร้านอาหารทะเล เป็นๆ จะไม่ให้นึกถึงร้านนี้ได้ยังไง “ภูเก็ตซีฟู้ด” ร้านที่จับกุ้ง,หอย,ปู,ปลามาเป็นๆ ขึ้นเครื่องบินตรงจากทะเลใต้ ทุกวันจันทร์, พุธ และศุกร์ ปรุงสดตัวต่อตัว-จานต่อจาน เพื่อรอเสิร์ฟขึ้นโต๊ะลูกค้าทุกท่าน เน้นความสดถึงขนาดที่คำพูดติดปากของคุณพล(เจ้าของร้าน)ก็คือ “หากลูกค้าชิมแล้วไม่สด ไม่อร่อย ยินดีคืนเงิน” รับประกันขนาดนี้แถมด้วยระยะเวลาที่สั่งสมประสบการณ์การเปิดร้านมากว่า 10ปี จะไม่ให้ไปลองชิมได้ยังไง ซึ่งเมนูซีฟู้ดเป็นๆ ของร้านก็มีหลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นกั้งแก้วตัวใหญ่ๆ กุ้งลายเสือ กุ้งแม่น้ำ กุ้งมังกรเจ็ดสี กุ้งล็อบสเตอร์ ปูอลาสก้า ปูเนื้อ ปูม้า ปลาเก๋าเสือ ปลาเก๋าดำ ปลากะพงแดง ปลากะพงขาว หอยหวานแท้ หอยตะเภา หอยแครงตัวใหญ่ๆ หรือหอยนางรมตัวใหญ่ๆ รวมถึง ปลาเต๋าเต้ยสดๆ กุ้งแม่น้ำยักษ์ตัวเขื่องๆ ปลาหมึกสดมากๆ และแมงดาทะเลเป็นๆ ลูกค้าสามารถสั่งปรุงได้ทุกเมนูที่มีในร้านตามวัตถุดิบ โดยไม่คิดค่าทำอาหารเพิ่ม แนะนำเป็นพิเศษสำหรับเมนูใหม่ที่คิดค้นขึ้น กุ้งลายเสือเป็นๆซาชิมิจับคู่มากับวาซาบิและน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยเด็ดแบบสดฉ่ำขย้ำหัวใจชะมัด

อยากดูเมนูเพิ่มเติม ตามลิงค์นี้ : เมนูร้านภูเก็ตซีฟู้ด


ปลาเก๋าดำนึ่งมะนาว ราคาขีดละ 90 บาท ตัวนี้ราคา 450 บาท เนื้อปลาสดและเด้งมาก


ซาชิมิกุ้งลายเสือ จับมาสดๆเป็นๆ ก่อนจะแล่เสิร์ฟมาในน้ำแข็ง ขายในราคาขีดละ 130 บาท แตะวาซาบิจุ่มโชยุซอสหรือน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยอย่างเหลือเชื่อ


ในเมนูซาชิมิกุ้งลายเสือ นอกจากซอสโชยุแล้วก็มีน้ำจิ้มซีฟู้ดและน้ำจิ้มสามรสให้เลือกแซ่บกัน ส่วนหัวกุ้งทางร้านจำนำไปทอดจนหอมเหลืองแล้วเสิร์ฟมาให้เราทานเล่น


กุ้งคั่วพริกกระเทียม หอม เผ็ด เต็มปากเต็มคำ


ส้มตำปูม้าก็มีให้เป็นทางเลือกสำหรับสาวๆที่ชอบความแซ่บ


คุณพลเจ้าของร้าน นำปูทะเลไซส์จัมโบ้ของจัมโบ้มาโชว์พร้อมกับแอบเก็บภาพอาหารของร้านไว้ด้วย

——————–

4. สามย่านซีฟู้ด – บุฟเฟ่ต์อร่อยคุ้ม ซุ่มไอเท็มลับ


หอยนางรมไซส์ใหญ่แบบสามย่านพี่จัดให้ ซึ่งนี่ถือว่าขนาดกลางๆสำหรับที่ร้านนะ ปกติใหญ่กว่านี้อีก เนื้อหวานสดอร่อยโดยไม่ต้องเพิ่มเติมอะไร
(ไซส์นี้ราคา 100 บาท/ตัว หรือ 450 บาท/ Set 5 ตัว)

ที่ตั้ง : ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลฟ้าฮ่าม (ติดร้านสเต็กบราวนี่)
เวลาเปิด – ปิด : 11.00 – 14.00 น. / 17.00 – 22.00 น.
เบอร์โทร : 086-654-4082
Facebook : สามย่านซีฟู้ดเชียงใหม่- Samyanseafood chiangmai

หนึ่งในเจ้ายุทธจักรอาหารทะเลอีกร้านในเชียงใหม่ที่มีทั้งเมนู A la carte ให้เลือกสั่งหรือจะทานแบบบุฟเฟ่ต์ก็ได้ สโลแกนที่น่าจะเหมาะสมกับร้านนี้ก็คือ “เล็กๆไม่ ใหญ่ๆจัดให้” ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกสัตว์ทะเลเล็กๆเขาไม่เสิร์ฟ แต่อยากอวดว่าอาหารทะเลที่นี่เขาคัดไซส์แบบใหญ่จัดเต็มจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นปูทะเล(ปูเนื้อแบบเป็นๆ) หอยนางรมสดที่น้ำหนัก 30 กิโลกรัมจะมีจำนวนเพียง 30 ตัวเท่านั้น กุ้งลายเสือ กุ้งม้าลาย(แชบ๊วยหางม่วง) และอาหารทะเลอื่นๆอีกมากมาย สำหรับเมนู A la carte แนะนำของที่นี่ คือ กุ้งซอสมะขาม น้ำซอสจะออกรสชาติหวานนำอมเปรี้ยวเล็กน้อย หอมซอสมะขามมาก ทานกับกุ้งตัวใหญ่เนื้อแน่นๆ ชนิดที่ทานแค่ 2-3 ตัวก็เกือบอิ่มได้เลยสำหรับคุณผู้หญิง การทานเมนู A la carte ก็เหมือนกับร้านอาหารทะเลทั่วไป คือสั่งซื้อกุ้ง หอย ปู ปลาเป็นกิโลกรัม หากจะให้ทางร้านปรุงเป็นเมนูใดก็เพิ่มเงินอีกเล็กน้อยตามเมนูแต่ละชนิด ส่วนบุฟเฟ่ต์นั้นนอกจากอาหารทะเลแล้ว ที่นี่ยังเสริมเนื้อเป็ดปักกิ่งให้ทานแทนเนื้อวัวอีกด้วย ซึ่งการทานแบบบุฟเฟ่ต์นั้นต้องปิ้งย่างเอง จานแรกทางร้านจะนำเนื้อสัตว์ทั้งหมดที่มีในไลน์บุฟเฟ่ต์มาเสิร์ฟก่อน จานต่อๆไปลูกค้าสามารถเลือกสั่งเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ต้องการจะทานได้ ราคาเพียงท่านละ 399 บาท/1 ชั่วโมง 45 นาที และเป็นราคาที่รวมเครื่องดื่มทั่วไปและเครื่องดื่มพิเศษไว้แล้วด้วย


ไลน์บุฟเฟ่ต์จะเสิร์ฟจานแรกเพื่อโชว์อาหารทั้งหมดให้ก่อน จากนั้นลูกค้าจึงเลือกสั่งทานตามใจชอบ
(มีกุ้งม้าลาย กุ้งขาว กุ้งลายเสือ หอยแครงไซส์ใหญ่ ปูม้า ปลากระพงและปลาหมึกหอม)


ปิ้งเองเผาเอง แทบล้นเตาสำหรับไลน์บุฟเฟ่ต์ หัวละ 399 บาท รวมเครื่องดื่มและอาหารทะเลไม่อั้น ถือว่าคุ้มมาก


ในไลน์บุฟเฟ่ต์นั้น นอกจากอาหารทะเลแล้ว ก็ยังมีสันคอหมู หมูสามชั้น เบคอน และทีเด็ดคือเนื้อเป็ดปักกิ่งมาให้ด้วย


กุ้งซอสมะขาม ปรุงจากกุ้งลายเสือไซ์ใหญ่ จานนี้เป็น A la carte รสชาติหวานอมเปรี้ยวและหอมมาก


ปูทะเล(ปูเนื้อ)เป็นๆ ไซส์นี้ขายในประเภท A la carte


บนขวา – คุณโดม เจ้าของร้านมาแนะนำรายการอาหารด้วยตนเอง
บรรยากาศของร้านกว้างขวางมาก สังเกตลูกค้าที่มาทานจะอยู่ในกลุ่มวัยผู้ใหญ่

——————–

5. ก้าวย่าง Premium – นึกว่าเชฟกระทะเหล็กมาจัดจาน


หน้าตาอาหารน่าทานทุกอย่าง พอจับมาใส่ไอเดียแล้ว การทานเมนูซีฟู้ดก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ในรูปนี้คือถังใส่ Set Seafood ไซส์ L ให้ความรู้สึกเหมือนเราไปงมมาเองจากทะเล

ที่ตั้ง : ถนนเจริญเมือง ตำบลวัดเกต (ขับลงจากสะพานนวรัฐ ตรงมาเล็กน้อย ร้านอยู่ขวามือ)
เวลาเปิด – ปิด : 17.00 – 24.00 น.
เบอร์โทร : 083-320-2033
Facebook : ก้าวย่างpremium

หลังจากเก้าย่างสาขาแรกที่แยกลิขิตชีวันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เจ้าของร้านรุ่นใหม่ไฟแรงจึงขยายสาขา 2 มาเป็นเก้าย่าง Premium ที่ถนนเจริญเมือง ใกล้กับร้านซาลาเปาวิกุล โดยสาขานี้จะอัพเกรดวัตถุดิบขึ้นมาเป็นอีกระดับหนึ่งเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายขึ้น ภายใต้บรรยากาศการตกแต่งร้านแนว Street Bar นอกจากอาหารทะเลจะสดแล้ว อาหารและเครื่องดื่มของทางร้านยังใส่ไอเดียไว้ทุกเมนู ด้วยการนำเสนอที่แปลกตานี้เองจึงยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการทานอาหารให้มากขึ้นไปอีกขั้น เมนูแนะนำที่ต้องสั่งคือ Set Seafood ปิ้งย่าง โดยจะมี 3 ไซส์ด้วยกัน ไซส์S ราคา 399 บาท ไซส์M ราคา 699 บาท ไซส์L ราคา 999 บาท ซึ่งไซส์Lนี้น่าจะถูกใจนักชิมหลายๆท่าน เพราะมีทั้งล็อปสเตอร์ กุ้งลายเสือ กุ้งลายม้า กุ้งแม่น้ำ ปูม้าและหอยทะเลที่มีมาให้ลองทานกว่า 6 ชนิด เช่น หอยเชลล์ฮอกไกโด หอยหวาน หอยชักตีน และหอยหลอด เป็นต้น


กุ้งล็อปสเตอร์ กุ้งลายเสือ หอยเชลล์ หอยแครง หอยชักตีนและหอยหวาน เนื้อหวานอร่อยการันตีความสด
ต้มยำกุ้งรสชาติแซ่บสะใจมาก จัดโชว์วัตถุดิบมาในจานและให้เราได้สนุกกับหยิบลงใส่หม้อเอง


เมนูข้าวผัดปู เสิร์ฟน้องปูมานั่งประสานตากับเราเลย


ทานซีฟู้ดไป จิบค็อกเทลไป รีแลกซ์ได้อีก


บนและล่างซ้าย – ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของร้าน Kao Yang Fantastic เติมไฟให้ร่างกายรุ่มร้อน
บนขวา – Kao Yang Toddy ค็อกเทลที่คว้านเนื้อแอปเปิ้ลมาทั้งผล มาทำเป็นค็อกเทลสุดพิเศษ รสชาติเหมาะกับสาวๆมาก
ล่างขวา – คุณคุง เจ้าของร้านรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งออกแบบตกแต่งร้านเองและเปิดเพลงเจ๋งๆเองด้วย


เป็นร้านซีฟู้ดที่ใส่ไอเดียตั้งแต่ในจานอาหารยันผนังร้าน เหมาะมานั่งทานซีฟู้ดกับเพื่อนๆ หรือเครื่องดื่มเบาๆในคืนหนาวมาก


บรรยากาศร้าน ชิลสุดๆ แม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติก็ชอบมานั่งทานกัน
——————–

6. บ่อกุ้งบ้านสวน @บ้านมอญ – ราคาเดียว ราคาเดิม ไม่เพิ่มเติมให้ปวดใจ

ขึ้นชื่อว่าบ่อกุ้ง เมนูพระเอกของร้านก็คือกุ้งนั่นเอง ทั้งต้มยำกุ้ง กุ้งเผา กุ้งแช่น้ำปลา หรือปลาทอดสมุนไพรก็เด็ดไม่แพ้กัน

ที่ตั้ง : ถนนเชียงใหม่ – สันกำแพงสายเก่า (เข้าซอยเรือนแพ 1 ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร)
เวลาเปิด – ปิด : 11.00 – 22.00 น.
เบอร์โทร : 081-568-8144
Facebook : บ่อกุ้งบ้านสวนบ้านมอญ เชียงใหม่หากใครเป็นคนเชียงราย คงจะเคยได้ยินชื่อเสียงมาแล้วสำหรับร้านบ่อกุ้งบ้านสวนที่เปิดทำการมานานกว่า 10 ปี และร้านนี้ก็คือสาขาที่ 2 นั่นเอง เมนูเด่นของร้านนี้ก็คือกุ้งสดๆที่ส่งตรงมาจากทางเชียงราย โดยลูกค้าสามารถซื้อกุ้งและออเดอร์ให้ทำเมนูอะไรก็ได้ ถ้าหากนำไปเผาก็คิดเพิ่มแค่ 10 บาทเท่านั้น ส่วนการปรุงเมนูอื่นๆ คิดเพิ่มอีกเมนูละ 50 บาท ที่แปลกกว่านั้นก็คือทางร้านขายกุ้งราคาเดิมตลอด ไม่ว่าวัตถุดิบจะขึ้นราคาหรือไม่ก็ตาม โดยมีกุ้ง 3 เกรด กุ้งรวม ราคากิโลกรัมละ 450 บาท กุ้งคัด ราคากิโลกรัมละ 550 บาทและกุ้งคัดพิเศษ ราคากิโลกรัมละ 650 บาท นอกจากจะสามารถไปทานได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการปรับราคาแล้ว ร้านนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความใส่ใจลูกค้ามากอีกด้วย เมนูเด็ดนอกจากกุ้งเผาแล้ว คือต้มยำกุ้ง มีความโดดเด่นที่รสชาติกลมกล่อมมาก เปรี้ยว เผ็ด หวาน มันกำลังดี เป็นรสชาติสากลที่คนไทยทานได้ ฝรั่งก็ทานดี เมนูอื่นๆที่อร่อยไม่แพ้กันก็มีทั้งพล่ากุ้ง ปลาทอดสมุนไพร ปลาทอดน้ำปลาและกุ้งแช่น้ำปลาที่รับประกันความสด เป็นต้น

กุ้งเผาของร้าน จัดใส่จานมา 1 กิโลกรัมเต็มๆ ไม่มีขาด จานที่เห็นนี่คือไซส์กุ้งคัด ราคาประมาณ 560 บาท(รวมค่าเผาแล้ว)
กุ้งแช่น้ำปลา สดฉ่ำมากจริงๆ ขนาดทิ้งไว้นานกว่าจะทานเนื้อก็ยังเด้งมาก จัดใส่จานเล็กๆพร้อมทานเป็นคำๆ
ต้มยำกุ้ง รสชาติเปรี้ยว เผ็ด หวาน มันกลมกล่อมมาก โดดเด่นจนต้องมาชิมเองจริงๆสำหรับสูตรต้มยำกุ้งร้านนี้
คุณโจ๊กเจ้าของร้านแนะนำเมนูโปรด  2 เมนู
บนขวา – ปลาทอดสมุนไพรทรงเครื่อง ที่ทอดเนื้อปลาและสมุนไพรนานาชนิดมาได้กรอบอร่อยมาก
ล่างซ้าย – พล่าปลาทอด รสชาติโดดเด่นแตกต่างจากพล่าร้านอื่นอีกแล้ว เพราะใส่น้ำพริกเผาลงในพล่าด้วย รสชาติเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี แถมหอมน้ำพริกเผาสุดๆ


บรรยากาศรอบบริเวณร้าน มีมุมส่วนตัวให้เลือกนั่งค่อนข้างเยอะ ทั้งในสวนและศาลาริมน้ำ
บนขวา – มุมผิงไฟที่ทางร้านจะก่อกองไฟให้ลูกค้าได้มานั่งเล่นทุกๆคืนเพื่อคลายหนาว

——————–

——————–

7. เหมาะโอชา – อร่อยเหาะตั้งแต่ปู่ยังเฟี้ยว

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ตลาดอนุสาร
เวลาเปิด-ปิด : 10.30 – 24.00 น.
เบอร์โทร : 053-273008
การันตีฝีมือกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 ดังนั้นเรื่องรสชาติและคุณภาพจึงไม่ต้องเป็นห่วง รับประกันเลยว่า สด สะอาด อย่างแน่นอนวัตถุดิบของที่นี่ก็มีให้ลูกค้าได้เลือกกันอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปู กุ้งมังกร กุ้งลายเสือ กุ้งแม่น้ำ ล็อปสเตอร์ ปู หอยนางรม ปลาทะเลชนิดต่างๆ แล้วอาหารทะเลบางอย่างของที่นี่ก็ไม่ใช่เล่นๆนะ เพราะว่าเค้าสั่งตรงมาจากเมืองนอกอย่างแคนาดาและเวียดนาม เพื่อให้เราๆได้กินกันอย่างเอร็ดอร่อยกันเลยทีเดียว เมนูที่น่าสนใจของที่นี่ก็มีหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น “ปลากะพงนึ่งมะนาว” “ปูผัดผงกะหรี่” หรืออย่าง “กุ้งทอดเกลือ” ที่ใช้กุ้งตัวโตๆ ไปทำการคลุกเกลือปรุงรสสูตรเฉพาะให้ทั่วทั้งเปลือกนอกก่อนจะนำไปทอดทั้งอย่างนั้นแหละ เพื่อให้เกลือที่ติดบนนิ้วเราไปติดที่เนื้อกุ้งเวลาที่แกะกิน บอกเลยว่ามันเด็ดมากๆ เลยล่ะกับเมนูนี้ !!!
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
กุ้งทอดเกลือ ขายเป็นกิโล

——————–

8. แหลมเจริญซีฟู้ด – ยกทะเลมาขึ้นห้าง ใครๆก็กินได้

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ชั้น 3 Central Festival Chiang Mai
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 21.00 น.
เบอร์โทร : 053-288799
แหลมเจริญ ซีฟู้ด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2522 ร้านอาหารแหลมเจริญ ซีฟู้ด สาขาแรก ตั้งอยู่ที่ ปากแม่น้ำ บริเวณแหลมเจริญ อ.เมือง จ.ระยอง จากร้านอาหารเล็กๆ ที่มีคุณภาพหลังจากการเก็บประสบการณ์อยู่นานปีจึงได้มาเปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ ที่บริเวณสี่แยกเหม่งจ๋าย และได้รับเสียงตอบรับท่วมท้นจนสามารถที่จะขยายสาขาไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างในปัจจุบัน เมนูเด็ดของร้านอย่าง “ปลากระพงทอดน้ำปลา” ถือว่าเป็นเมนูต้นตำรับเจ้าแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว ด้วยความกรอบ อร่อยไม่เหมือนใคร และ ราดด้วยน้ำปลาสูตรพิเศษของทางร้าน หากได้ทานพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดของทีนี่ด้วยแล้วล่ะก็ เด็ดเลยล่ะ !!
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
ปลากะพงทอดน้ำปลา 420 บาท

——————–

9. อันดามันซีฟู้ด – อร่อยใจป้ำ ไม่จำกัดเวลา

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ถ.มหิดลขาเข้า ก่อนถึงสี่แยกสนามบิน
เวลาเปิด-ปิด : 10.00 – 02.00 น.

ร้านบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลที่มีน้ำจิตน้ำใจกว้างดั่งมหาสมุทร ที่ผมพุดมาอย่างนี้ก็เพราะว่าที่ร้านนี้เค้าให้ผู้บริโภคอย่างเราสามารถนั่งกินบุฟเฟ่ต์ได้แบบ “ไม่จำกัดเวลา” กินได้เรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ แต่ห้ามกินเหลือแบบไม่น่าให้อภัย ค่าเสียหายต่อหัวก็มีให้เลือกอยู่หลายราคาโดยเริ่มต้นที่ 249/399/499 ไปจนถึง 599 บาทเลยทีเดียว ในส่วนของเด็กหากสูงไม่เกิน 120 ซม. ก็จะคิดให้เพียงครึ่งราคาเท่านั้น อาหารบุฟเฟ่ต์ของที่นี่เป็นในรูปแบบของ A la Carte Buffet คืออยากกินเมนูไหนก็สั่งครับ แล้วทางพ่อครัวก็จะปรุงใส่จานมาให้เลย ส่วนเราก็มีแค่หน้าที่นั่งรอและกินให้หมดแค่นั้นเอง เมนูแนะนำของที่นี่จะเป็นพวก “ปูผัดผงกะหรี่” “กั้งกระดานผัดพริกไทยดำ” “กุ้งแม่นำผัดซอสมะขาม”

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
ปูผัดผงกะหรี่

——————–

10. ป้าแป๊ด ทะเลมหาชัย – ไม่ต้องไปมหาสมุทร

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ถ.วงแหวนรอบกลาง หลังม.พายัพ
เวลาเปิด – ปิด : 11.00 – 21.00 น.
เบอร์โทร : 084-611-1953 / 086-920-4488
แค่ชื่อร้านก็รู้แล้วว่าร้านนี้อาหารทะเลจะต้องส่งตรงแบบสดๆ จากสมุทรสาครมาเพื่อชาวเชียงใหม่อย่างแน่นอนแถมยังวิ่งตรงขึ้นลงแบบทุกวันด้วยอย่างนี้ถ้าไม่สด ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว ในบางครั้งที่ร้านก็อาจจะมีเมนูแปลกๆ มาให้ลูกค้าได้ลองชิมกันด้วยถ้าหาวัตถุดิบได้ เมนูของที่ร้านนี้เด็ดหลายอย่างครับแต่ที่ผมรู้สึกชอบมากที่สุดคงจะเป็นเจ้าเมนูธรรมดาๆ อย่าง “กุ้งกุลาเผา” ที่กุ้งทุกตัวจะถูกเสียบไม้มาเพื่อไม่ให้ตัวกุ้งงอตอนที่เอาไปเผา กุ้งของที่ร้านนี้ขาว เนียน แน่น เต่งตึง หวาน กรอบ (นี่ผมพูดถึงกุ้งอยู่นะครับอย่าเข้าใจประเด็นผิดไป) กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู๊ดของร้านที่หอมกลิ่นมะนาวขั้นสุด บอกเลยว่าเอาอะไรมาแลกจานนี้พี่ก็ไม่ยอม !!
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
กุ้งกุลาเผา ราคาตามน้ำหนัก

——————–

11. ศรีพยงค์ทะเลเผา – จุดเตาร้อน เรียกว็อนท์นักศึกษา

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ข้างร้านลาบลุงน้อย
เวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 22.00 น. (ปิดทุกวันที่ 16)
เบอร์โทร : 081-603-5077
ร้านอาหารทะเลขวัญใจเด็กมหา’ลัย เพราะนอกจากเรื่องของความสด สะอาด แล้วก็ยังมีในเรื่องของราคาที่ถูกแสนถูกอีกด้วย เพราะอย่างในตอนแรกที่เปิดร้าน “เฮียแฉ่ง” ได้เริ่มขายเพียงจานละ 29 บาทเท่านั้นเอง สาเหตุหนึ่งมาจากต้นทุนที่สามารถควบคุมได้อย่าง กุ้งที่ใช้ประกอบอาหารอยู่ในร้านเป็นกุ้งที่มาจากบ่อเลี้ยงของทางร้านเอง จึงทำให้ราคาไม่สูงมากแต่ในปัจจุบันก็ได้มีการปรับขึ้นบ้างตามสภาพของเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้ปรับราคาสูงมากเพราะว่าความต้องการหลักๆ ของทางร้านคือต้องการขายในราคาที่นักศึกษา (และมนุษย์เงินเดือนน้อยๆ แบบผม) นั้นสามารถที่จะมากินอาหารทะเลได้บ่อยเท่าที่ต้องการ เมนูแนะนำของทางร้านก็จะเป็นพวก “อาหารทะเลเผา”
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
ทะเลเผา ราคาตามน้ำหนัก

——————–

12. ตลาดสดทะเลทอง – พี่ขอจองกุ้งแม่น้ำได้ไหมเธอ

ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ถ.วงแหวนรอบกลาง จากสี่แยก Big C หางดง ตรงไปทางคันคลอง
เวลาเปิด – ปิด : 11.00 – 23.00 น.
เบอร์โทร : 089-191-4219
Facebook : ตลาดสดทะเลทอง
เพราะว่าได้ผ่านการคัดเลือกมาแล้วจึงทำให้วัตถุดิบต่างๆจากท้องทะเลมารวมกันที่นี่ และเพราะเป็นของดีจึงมีค่าดั่งทองนี่คือสิ่งที่พอจะเข้าใจได้จากการสัมผัสอาหารของที่ร้านนี้ ในแต่ละวันที่ร้านจะสรรหาวัตถุดิบพิเศษต่างๆจากท้องทะเลเพื่อนำมาเสิร์ฟให้แก่ลูกค้าทั้งหลายของร้าน อย่างเมนูนี้ “ซาซิมิปูอลาสก้า” ที่อาจจะเรียกได้ว่าหาไม่ได้จากที่ไหนในเชียงใหม่อีกแล้ว หากอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองที่ร้านเลยครับ
ร้านอาหารทะเล เชียงใหม่
ซาซิมิปูอลาสก้า 450 บาท/ขีด

——————–

เอาล่ะ !! ก็เสร็จสิ้นลงแล้วกับการรีวิวในครั้งนี้ รอบหน้าเราจะพาท่านผู้อ่านไปทัวร์ที่ไหนอีกโปรดรอติดตามได้ที่นี่ ถ้าใครอ่านแล้วชอบก็ “แชร์” รู้สึกยังไงก็ “คอมเมนท์” กันได้ตามสบายเลย ส่วนถ้าใครอยากพูดคุยกันก็เข้ามาได้เลยที่หน้าเพจของเรา รีวิวเชียงใหม่ เรามีนายเจ๋งนั่งเฝ้าเพจรอคุยอยู่นะ
  
เราจะได้ตามไปรีวิวกันอย่างทันท่วงที

 

ฝากความคิดเห็น ...