ชื่อร้าน :  J Kitchen by Vieng Joom On

ที่อยู่ : โครงการ Green Plus Mall 2 หลัง Big C Extra
เวลาเปิดปิด : เปิดบริการจันทร์ – เสาร์ 11.00 – 21.00 น. ปิดทุกวันอาทิตย์
โทร. : 053 851 815
เว็บ : facebook : jkitchencm / Intagram: jkitchencm

ลองเอ่ยปากชวนคนใกล้ตัวให้ไปทานอาหารมังสวิรัติดูสิ ปฏิกิริยาที่ตอบสนองกลับมาของส่วนใหญ่คงจะพูดว่า “ไม่” เพราะการติดภาพและจินตนาการของคำว่า “อาหารผัก” มันได้ฝังอยู่ในส่วนสมองของคนส่วนใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากอาหารมังสวิรัติและอาหารเจส่วนใหญ่ที่หลายๆ คนเคยพบเคยเห็นมาก็คงจะเป็นอาหารผัดน้ำมันเยิ้มๆ กลิ่นหืนจากผักหลายๆ ชนิดจนทุกคนเบือนหน้าหนี

แต่วันนี้อยากให้ทุกคนได้มาลองได้มาสัมผัสกับร้านอาหารมังสวิรัติแท้ๆ ล้านเปอร์เซนต์กับ J Kitchen by Vieng Joom On ซึ่งเป็นร้านอาหารเพื่อคนรักสุขภาพและต่อยอดความอร่อยมาจากร้านชาชื่อดังอย่างเวียงจุมออน กับคอนเซปต์ “ให้ J Kitchen ของเราเป็นครัวที่สองของคุณ” ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธิเบตและอินเดียพร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับบรรยากาศจึงทำให้ J Kitchen กลายเป็นมุมของคนรักสุขภาพที่ลงตัวซึ่งประกอบไปด้วยโต๊ะ 13 โต๊ะพร้อมมุมส่วนตัวไม่ว่าจะเป็นชั้นล่างหรือชั้นสองที่สามารถรองรับกลุ่มคนรักสุขภาพเป็นแบบกรุ๊ปหรือครอบครัวใหญ่ๆ ได้อย่างสบาย

หลังจากได้อบอุ่นสายตากับบรรยากาศสบายๆ และการตกแต่งของร้านแล้ว เราลองมาดูที่เมนูอาหารกันบ้าง วันนี้ได้คำแนะนำเรื่องอาหารและความรู้ของอาหารมังสวิรัติจากคุณแพร ผู้จัดการร้านใจดีของ J Kitchen ซึ่งในเมนูของร้านประกอบไปด้วยเมนูทั่วไปครับเริ่มจาก อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลักซึ่งจะสั่งเป็นแบบกับข้าวหรือแบบอาหารจานเดียวก็ได้แล้วแต่คนชอบ และในเมนูอาหารยังมีรูปกำกับอย่างชัดเจนเช่น รูปพริกเม็ดแดง หมายถึงอาหารรสเผ็ด รูปไข่กับนม หมายถึงอาหารมีส่วนประกอบของไข่กับนม เป็นต้น นอกจากอาหารแล้วยังมีการนำชาหอมกรุ่นจากเวียงจุมออนมามอบความสุขอีก 15 ตัวทั้งในรูปแบบเย็นและร้อน รวมไปถึงเค้กโฮมเมดและของหวานจาก J Kitchen

เปิดเมนูรักสุขภาพจารแรกกับ “เต้าหู้วากาเมะ” โดยทางร้าน J Kitchen นำเสนอเป็นเมนูพิเศษเพราะทางร้านเคี่ยวเต้าหู้เองพร้อมซอสสูตรพิเศษจากทางร้านและเพิ่มความอร่อยด้วยยำสาหร่าย เพียงคำแรกก็สามารถรู้สึกได้ถึงความสดและความนิ่มของเต้าหู้ที่แตกตัวในปากพร้อมกับรสชาติของซอสตัดความเลี่ยนของเต้าหู้ได้อย่างดีเยี่ยม

เปิดเมนูอาหารจานเดียวอย่าง “ราดหน้าคะน้าฮ่องกง” พร้อมหมี่กรอบขาวแยกถ้วยกับราดหน้าที่ประกอบไปด้วยผักคะน้าฮ่องกง ฟองเต้าหู้นมสด เห็ดและแครอท โดยเฉพาะเจ้าฟองเต้าหู้ถือเป็นทีเด็ดของจานนี้อย่างแท้จริง

ได้เวลาลองอาหารรสจัดกันบ้าง เปิดหัวด้วย “ยำมะม่วงเห็ดนางฟ้ากรอบ” รสชาติจัดจ้านตามสไต์อาหารไทย กรุบกรอบด้วยเห็ดนางฟ้าชุบแป้งทอด ราดด้วยน้ำยำมะม่วงเปรี้ยวเต็มรสชาติสามรส เผ็ด เปรี้ยวและหวาน

ต่อด้วย “ห่อหมกเห็ดมะพร้าวอ่อน” ที่นี่เสิร์ฟมาเป็นกระทงใบตองสีสันน่ารับประทานรสชาติพอเหมาะพอเจาะกำลังดีไม่มีกลิ่นเครื่องเทศมากเกินไปและไม่เผ็ดจนเกินไปทานง่ายเพราะมีมะพร้าวอ่อนคอยช่วยกลบรสจัดให้อยู่แล้ว

มาถึงอาหารจานหลักสไตล์อิตาเลียนแต่รสชาติแบบถึงพริกถึงขิงแบบ “สปาเกตตี้ผัดต้มยำเห็ดออริจิ” หลายๆ คนที่ไม่ชอบทานเผ็ดอาจจะเบือนหน้าหนีแต่ที่จริงแล้วจานนี้ทานง่ายเผ็ดน้อยแถมยังมีเห็ดออริจิสดกรอบให้จิ้มกิน

สำหรับเมนูสุดท้ายท้ายสุดปิดท้ายรายการได้แก่ “พะแนงเต้าหู้” จัดแจงมาในจานทรงยาวสวยงามราดน้ำพะแนงบนเต้าหู้ชุบแป้งทอดทานกับข้าวสวยร้อนๆ พอดีคำ รสชาติกลมกล่อมถึงเครื่องเทศแกงพะแนงอย่างแท้จริง

หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารคาวแล้วเรามาปิดท้ายด้วยของหวานอย่างเค้กโฮมเมดคาราเมล สตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่เสิร์ฟพร้อมกับชาดำร้อนกลิ่นมินท์และกุหลาบหอมเพิ่มอรรถรสในการจิบชาทานเค้ก

ร้านอาหาร J Kitchen ตั้งอยู่ที่โครงการ Green Plus Mall บริเวณด้านหล้ง Big C Extra พร้อมที่จอดรถกว้างขวางและสะดวกสบายต่อการเข้ามายังโครงการ

คุณรู้หรือไม่

1. อาหารเจกับอาหารมังสวิรัติแตกต่างกันตรงที่อาหารเจจะไม่มีส่วนผสมของไขมันสัตว์โดยเฉพาะนมและไข่ ซึ่งทาง J Kitchen รองรับอาหารทั้งสองประเภทไว้ในที่เดียวกัน

2. J Kitchen ใช้น้ำมันเมล็ดชาในการทำอาหารเพราะมีประโยชน์ต่อร่างกายมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลและยังมีวิตามินเอ บี ดี อีอีกด้วย

3. มุมโปรดของร้านคือมุมสีแดงของร้านที่มักจะมีคนมานั่งทานอาหารและถ่ายรูปอยู่เป็นประจำ

4. J Kitchen ไม่ใช้ส่วนประกอบของผักที่มีกลิ่นฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม กระเทียมโทน ใบยาสูบและผักกุ๊ยช่าย

 

ฝากความคิดเห็น ...