เมื่อสายลมเย็น ๆ โชยมากระทบผิวกาย เสมือนเป็นการส่งสัญญาณว่ากลิ่นอายของฤดูหนาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งสิ่งที่มักมาพร้อมกับลมหนาวอยู่เสมอ คือ โรคภัยไข้เจ็บ ทั้งโรคไข้หวัด หัดเยอรมัน อีสุกอีใสและอุจจาระร่วง  ฯลฯ แต่ทางที่ดีเราควรเริ่มที่จะดูแลร่างกายของเราก่อน ด้วยการทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์และคลายหนาวได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกัน !

ว่าแล้วเราก็มาเริ่มดื่ม นมร้อน กันก่อนดีกว่า  ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของใครหลายๆคน ที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารได้ทั้งโปรตีนและแคลเซี่ยมให้กับร่างกาย และนอกจากนี้ยังคลายหนาวได้เป็นอย่างดี  โดยการดื่มนมอุ่นๆ ประมาณ 37 องศาเซลเซียส หรือเท่ากับอุณหภูมิร่างกายของเราเอง จะมีผลดีมากที่สุด  เนื่องจากโปรตีนและแคลเซี่ยมจากนมจะสามารถแตกตัวได้ดีกว่าการดื่มนมเย็น นอกจากนี้การดื่มนมอุ่นยังส่งผลช่วยในการขยายหลอดเลือดฝอย ส่งผลให้สารอาหารต่างๆที่ลำเลียงผ่านหลอดเลือดเดินทางไปได้ดีขึ้น

น้ำเต้าหู้ หรือ นมถั่วเหลือง เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มที่ช่วยคลายหนาวได้เช่นกัน  โดยน้ำเต้าหู้สามารถให้พลังงานกับร่างกายเราได้มากพอกับนมวัว แม้ว่าปริมาณโปรตีน วิตามินและเกลือแร่จะน้อยกว่า  ข้อดีที่สำคัญอีกอย่างคือ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เนื่องจากในน้ำเต้าหู้มีไขมันไม่อิ่มตัวมากถึง 63% นอกเหนือจากคุณค่าในแง่ของพลังงานแล้ว ยังมีวิตามินอีในปริมาณที่สูง โดยมีส่วนสำคัญที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยดูแลเนื้อเยื่อร่างกายให้เป็นปกติ ทำให้ผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่ง ชะลอความแก่ ช่วยป้องการเกิดโรคกระดูกพรุน โรคหัวใจล้มเหลว ท้องผูก และลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ และริดสีดวงได้อีกด้วย

ชาและกาแฟ  หากพูดถึงเครื่องดื่มสองชนิดนี้หลายคนคงต้องยกให้เป็นที่หนึ่งในใจ  เพราะหาได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง  อย่างกาแฟก็เป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้ไม่ง่วง สมาธิในการทำงานดีขึ้นและยังลดอาการปวดเมื่อยเนื่องจากไข้หวัด  กระตุ้นอวัยวะของร่างกายและเป็นตัวลดน้ำหนักได้ด้วย ส่วนชาก็ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ขยายหลอดเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ป้องกันโรคหัวใจตีบตัน บรรเทาอาการเจ็บหน้าอก รักษาโรคหวัดและอาการปวดหัวได้ และในใบชายังมีสารโพลิฟินอล (Polyphenol) คาร์โบไฮเดรท และกรดอะมิโน เมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับน้ำลาย ก็จะช่วยกระจายความร้อนในร่างกายออกไปพร้อมๆ กับขับสารพิษในร่างกาย

                                  

สำหรับเครื่องดื่มต่อไปที่เราจะลืมไม่ได้ คือ โกโก้ร้อน  ที่หลายๆคนชอบดื่ม โกโก้ร้อน 1 ถ้วย ที่มักอุดมไปด้วยประโยชน์มากมายจริงๆทั้งสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีมากกว่าชา หรือ ไวน์แดงเสียอีก นอกจากนี้ยังมีไขมันเพียงแค่ประมาณ 0.3 กรัมเท่านั้นและเมื่อดื่มไปแล้วจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกายของเราได้จริงๆ

น้ำขิง  เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน สามารถช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและขับเหงื่อได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ยังช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืดเฟ้อ  คลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งยังช่วยขยายช่องทางเดินของเลือดลมทั่วร่างกาย ไล่หวัด ลดอาการอักเสบ บวมตามข้อต่างๆ รวมทั้งบรรเทาอาการปวดเมื่อยเนื่องจากข้อเสื่อมด้วย ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากจริงๆ

มะตูม เครื่องดื่มสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์มาก  ทั้งเป็นยาบำรุงร่างกาย รักษาธาตุ บำรุงธาตุไฟ  ยาระบาย  ช่วยรักษาอาการท้องร่วง ท้องเดิน โรคลำไส้  อาการท้องผูกเรื้อรัง  แก้หวัด  อาการไข้จับสั่น  แก้ลม แก้มูกเลือด และ รักษาอาการหลอดลมอักเสบได้ หากใครหนาวๆก็หาน้ำมะตูมดื่มลดหนาวกันได้เลย

สมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน นอกจากเครื่องดื่มที่คลายหนาวข้างบนแล้วนั้น สมุนไพรพื้นบ้านก็สามารถช่วยคลายหนาวและรักษาโรคได้เช่นกัน เช่น ดอกแคมะเขือพวง พริกไทย กระชายกะเพรา กระเทียม ขี้เหล็กสะเดา ชะมวง ผักชี หอมขิง มะขามเปียก มะขามป้อม   ชะเอม  กานพลู  กระวาน ยี่หร่า  และพริกไทยดำ ซึ่งสมุนไพรทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วนั้น มักจะเป็นตัวเพิ่มความร้อนให้แก่ร่างกาย รับรอง หายหนาว!

ส่วน แอลกอฮอล์ ที่ใครๆหลายคนเชื่อว่าสามารถเป็นเครื่องดื่มที่คลายหนาวได้  แต่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมายืนยันแล้วว่า  แอลกอฮอล์นั้นเพียงแค่ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกถึงความอบอุ่นที่ผิวกายเท่านั้น แต่กลับไปลดอุณหภูมิภายในแกนกลางของร่างกายอันจะนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดภาวะ ไฮโปเทอร์เมีย (hypothermia) ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะในร่างกายและหากรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้นหากใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มและสมุนไพรไว้คลายหนาว ก็สามารถหาซื้อ หาดื่มกันตามท้องตลาดได้เลย นอกจากนี้ก็อย่าลืมใส่เสื้อผ้าหนาๆ และออกกำลังกายด้วย เพียงแค่นี้สุขภาพร่างกายของคุณก็จะทานกับลมหนาวได้อย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม!!

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

http://www.greenerald.com

http://th.openrice.com

http://women.postjung.com

http://herbalssak.blogspot.com

http://www.dmh.go.th

ฝากความคิดเห็น ...