ด้วยความที่ชีวิตนี้มักเอาตัวเองไปคลุกคลีกับหนังสือบ่อยๆมาตั้งแต่เด็กจนถึงป่านนี้ ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา ซึม หัวเราะ มีปัญหา ผมใช้เวลากับการอยู่กับหนังสือไม่เคยว่างเว้นเปรียบๆ ไปมันก็เหมือนเพื่อนผมดีๆคนนึงเนี่ยแหละครับ ยิ่งช่วงก่อนหน้านี้ต้องทำงานอยู่ร้านหนังสือทุกวัน  เรียกได้ว่าแทบจะเป็นผัวเป็นเมียกันด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ พอหมดอะไรที่ท้าทายในร้านหนังสือ ความห่างหายก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนกันเป็นระยะๆ จากแต่ก่อนเจอหน้ากันทุกวัน เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็นอาทิตย์ละครั้งอารมณ์แบบนี้ มันไม่ต่างจากการเจอหญิงที่ตนรักชัดๆ ในเมื่อโดนปัจจัยหลายอย่างรุมเร้า และเหตุอันจำเป็น ว่าแล้วผมเลยต้องทำตัวให้เหมือนกิ้งก่าที่ต้องปรับเปลี่ยนสีไปตามสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต

และสถานที่ที่พอจะทำให้ทุเลาอาการหายอยากลงไปได้ก็คือหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำหรับหลายคนอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เชียงใหม่มีหอสมุดแห่งชาติกันด้วยแล้วถ้าถามว่าหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ เหมาะกับคนประเภทไหน

1.หนอนหนังสือทุกประเภท
2.คนที่รักการอ่าน แต่ไม่มีเงินพอจะหาซื้อหนังสือมาอ่านเอง
3.คนที่ต้องการค้นคว้าข้อมูลยากๆ และน่าเชื่อถือ โดยไม่สามารถหาได้ทางอินเตอร์เน็ต
4.คนที่รักในการตามล่าหาอ่านหนังสือเก่าๆ
5.ถูกทุกข้อ

เป็นผมก็ต้องขอตอบว่า ถูกทุกข้อครับ เพราะหนังสือมันเยอะกันจริงๆ ยิ่งหนังสือเก่าที่หาซื้อไม่ได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปนิ ไม่ต้องพูดถึง ที่นี้มีกันเพียบ

เปิดวันอังคารถึงวันเสาร์ ถ้าเราสะเออะไปวันอาทิตย์หรือจันทร์ ก็เจอประตูปิดกันแบบนี้ (ผมเจอประจำ ฮ่าๆๆ) ว่าแล้วก็ลองไปเช็คหมวดหนังสือกันหน่อยว่ามีอะไรให้ประชาชนตาดำๆอย่างเราได้เลือกอ่านบ้าง หมวดหนังสือทั่วไป ก็ไล่ไปตั้งแต่หมวดเบ็ดเตล็ด, หมวดปรัชญา, หมวดศาสนา, หมวดสังคมศาสตร์, หมวดภาษาศาตร์, หมวดวิทยาศาสตร์, หมวดวิทยาศาสตร์ประยุกต์, หมวดศิลปะ, หมวดวรรณคดี, หมวดประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์, นวนิยายไทยและเทศ, หนังสือภาษาต่างประเทศ, หนังสืออ้างอิงต่างๆ (Reference Book) และสิ่งพิมพ์รัฐบาล (Government publications) นอกจากหมวดหนังสือทั่วไปที่ว่า ก็ยังมีห้องวารสารและหนังสือพิมพ์ ห้องหนังสือท้องถิ่น ห้องภาษาโบราณ ห้องหนังสือเยาวชน หอศิลปวัฒนธรรมภาคเหนือ และห้องโสตทัศนวัสดุเห็นประเภทของสื่อความรู้แต่ละอย่างแล้ว ผมว่าหนอนหนังสือทั้งหลายตาลุกวาวกันแน่ๆ ฮ่าๆๆ หนังสือเยอะ บรรยากาศเงียบสงบ แอร์ก็เย็น แถมอ่านฟรี นี่ถ้ายืมกลับมาอ่านที่บ้านได้จะแจ่มแจ๋วมาก

ไปเถอะครับ ไปหาความรู้มาเติมสมองกัน ไปให้ผมเห็นชื่นใจซักครั้ง ในภาพบรรยากาศที่มันอัดแน่นไปด้วยผู้คนหลากหลายวัย ต่างพากันไปอ่านหนังสือ จะหนังสืออะไรก็อ่านกันไปเลย ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นหนังสือเรียน สำหรับคุณน้องๆหนูๆ จะนิยาย การ์ตูน อะไรก็อ่านไปเหอะ เพราะเกิดมาผมยังไม่เคยเห็นเลยว่าหนังสือมันทำร้ายใครจากเฉลี่ยอ่านหนังสือกันปีละ 8 บรรทัดสำหรับคนไทย จากนี้ไปขอเขยิบไปเป็น 10 บรรทัดก็ยังดีครับ ฮ่าๆๆ ก่อนจากกัน ขอทิ้งท้ายด้วยประโยคคมๆเกี่ยวกับหนังสือ

“คนที่ไม่รู้จักอ่านหนังสือดีๆ ไม่ได้มีข้อได้เปรียบคนที่อ่านหนังสือไม่ออกแต่อย่างใด”


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

 

ฝากความคิดเห็น ...