นับวันขนมไทยไม่ว่าจะเวอร์ชั่นเก่าหรือใหม่ก็ยิ่งหาทานยากนะครับ

ถ้าไม่นับตามตลาดสดในยามเช้าหรือค่ำ หรือไม่ก็ร้านขนมไทยรถเข็นที่ผมเห็นตามกาดประตูเชียงใหม่ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะหาทานได้ที่ไหน

ยิ่งไอ้พวกขนมในตำนานยิ่งไม่ต้องพูดถึง อย่าได้ตามหาให้มันเมื่อยตุ้มกันเลยครับพี่น้อง พูดไม่เกรงใจกันต้องบอกว่า “หากินยาก”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนเทศกาลน้ำกระฉูด ผมมีโอกาสไปแวะเวียนแถวหอประวัติศาสตร์เชียงใหม่ เจอพี่คนนึงแกชวนให้มาร่วมงานไหว้สา ผญามังราย เห็นเขาบอกมาชวนกันทำขนมปาดกัน ไอ้ผมก็สงสัยขนมปาดนี้ มันขนมอะไรกัน ไฉนถึงได้มีความสำคัญกับงานในระดับนี้

ขนมปาด "ขนมในตำนานของชาวล้านนา"

ถึงวันพอแวะไปดอมๆมองๆ ก็เจอหลายคนกำลังช่วยกันอย่างขยันขันแข็ง ทั้งผู้ใหญ่ วัยรุ่น คนเฒ่าคนแก่ ช่วยกันคนละไม้ละมือกันทำขนม ผมมองเห็นเป็นกระทะใบใหญ่เขื่องข้างในมีอะไรเหนียวๆหนึบสีน้ำตาลเข้ม กำลังถูกไม้พายหลายด้ามคนมันอยู่

สำหรับเรื่องราวของขนมปาดนั้น ความสำคัญมันคือขนมพื้นบ้านของทางภาคเหนือที่มีประวัติยาวนานมากกว่า 60 ปี  ซึ่งเมื่อถึงเดือนเมษายนเมื่อไหร่ ในเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่เมือง กรณีอย่าง อ.ฮอด นั้นเขาจะเตรียมทำขนมปาด เพื่อนำไปทำบุญในวันปีใหม่ ไทย และเลี้ยงแขกที่มาเที่ยวบ้านตอนสงกรานต์  ส่วนอีกงานคือ งานปอยเข้าสังข์ โดย 1 ปีมีเพียง 1 ครั้งเท่านั้น  ก็จะมีการทำขนมปาดเช่นกัน

ขนมปาด "ขนมในตำนานของชาวล้านนา"

รูปร่างหน้าตาของขนมปาดนั้น สีของมันออกจะน้ำตาลเข้มๆ หน่อยๆ ครับ มีรสชาติหวานมัน เวลาเคี้ยวจะกรุบกรอบในปากเล็กน้อยจากมะพร้าวเเละงาที่ใช้ในการทำขนม ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ขนมปาด มีให้หาทานกันอยู่ แต่ก็เป็นบางสถานที่เท่านั้นที่มีให้ได้ลิ้มรสกัน

ส่วนวิธีการทำนั้นก็ไม่ยุ่งยากมากความ เริ่มจากการนำแป้งข้าวเจ้า มาร่อนเพื่อเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ออกด้วย จากนั้นนำแป้งที่ร่อนได้มาผสมกับน้ำอ้อยพร้อมผสมน้ำปูนใสลงไป โดยใช้ไม้พายคนเพื่อให้แป้งละลายเข้ากับน้ำอ้อย จากนั้นให้นำผ้าขาวบางกรองเอาน้ำ  และเทน้ำลงกระทะทองเหลือง นำไปตั้งไฟ ใช้ความร้อนปานกลาง ใช้ไม้พายกวนจนแป้งสุก เทใส่ถาดและทิ้งไว้ให้เย็นด้วย จากนั้นตัดขนมปาดเป็นชิ้น ๆ ขนาดพอเหมาะกับการรับประทาน แต่งหน้าขนมปาดให้สวยๆ ด้วยมะพร้าวขูดผสมเกลือเล็กน้อยเท่านั้นเอง ก็เป็นอันเสร็จพร้อมทานกันแล้ว

ถือซะว่าเอามาเล่าให้ฟังกันนะครับ เพราะคาดว่าหลายคนยังไม่รู้

เรื่องราวของล้านนา เอาไว้บอกลูกบอกหลานท่านผู้อ่านที่รัก

ฝากความคิดเห็น ...