info.ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 11 ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00-00.00 น.
โทร 081-5319161 และ 081-5314765  เว็บไซต์ beerrepublicchiangmai.com

“การเรียนรู้เป็นศิลปะการใช้ชีวิต”  ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งสวนทูนอิน บอกไว้เช่นนั้น…

จะทำอะไร ก็ต้องศึกษาเรียนรู้ให้ถ่องแท้ แม้กระทั่งการร่ำสุรา เพราะทุกอย่างในโลกนี้มันคือศิลปะ!

หลังจากพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดย่อหน้าแรก ผมเลยจะพาท่านผู้อ่านที่รัก มาเรียนรู้ศิลปะแห่งการดื่มของเครื่องดื่มสีอำพัน ในนามของร้าน Beer Republic แถวซอยนิมมานฯ 11 ครับ โดยเฉพาะสำหรับใครที่เป็นคอเบียร์ ขอบอกว่า ร้านนี้คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

บรรยากาศร้านตกแต่งกันแบบสบายๆ นั่งดื่มกันเพลินๆ ชอบแบบไหนยังไงก็จิ้มเลือกกันเอา

ที่ผมไปลองมา เป็นเบียร์เซ็ทมาแบบ 10 แก้วครับ เรียงลำดับความแรงตามระดับ โดยเริ่มจากอ่อนไปถึงแรงสุด เรื่องแบบนี้ใครไม่เจ๋งจริง ขอบอกว่าอยู่ไม่ได้นะครับ

เอาเป็นว่าผมจะขอไล่เรียงไปเป็นแก้วๆนะครับ โดยจะบอกชื่อของเบียร์ และรสชาติเปรียบเทียบกันไป ซึ่งแม้ว่าการเปรียบเทียบรสชาติมันจะยากลำบากแสนเข็ญ เพราะต้องต่อสู้กับความเมา แต่สำหรับเราในเมื่อจะทำเพื่อประชาชน งานนี้ก็ต้องสู้กันสุดฤทธิ์ และจะเค้นรสชาติเบียร์เอามาแบบให้ได้อารมณ์สุดๆ เท่าที่จะอธิบายสาธยายได้

ว่าแล้วก็กรุณานึกภาพและอารมณ์ตามกันเลย…

1.Stella Artois, Premium Pilsner (สเตล่าอาร์ทัวส์, พิลสเนอร์) ของเบลเยี่ยม รสชาตินุ่มลิ้น ละเลียดฟองเบียร์กันแบบสบายอารมณ์

2.Warsteiner, Verum Pilsner (วาร์ชสไตเนอร์, พิลสเนอร์) ของเยอรมัน  รสชาติแรงขึ้นกว่าแก้วแรงนิดๆ แต่ไม่มากเท่าไหร่

3.Weihenstephaner Original Wheat Beer (ไวเฮนสเตฟานเนอร์ ออริจินอล ไวเซ่น)  ของเยอรมัน  รสชาติออกหวานนิดๆ กลมกล่อมใช้ได้ทีเดียว

4.Schneider Weisse Mein Blonders Tap 1 (ชไนท์เดอร์ แทป1 ไมน์บรอนด์ไวซ่า) ของเยอรมัน  รสชาติออกหวาน ของดอกฮอป ถือเป็นแก้วที่ยอดเยี่ยมกว่าใครตั้งแต่ลองมา  3 แก้วแรก

5.Paulaner, Hefe-Weissbier (พอลลาเนอร์, เฮฟเฟ่ ไวเซ่น) ของเยอรมัน  รสชาติออกเข้มฝาด

6.Greene King, Indian Pale Ale (กรีน  คิง ไอพีเอ เอ็กซ์พอร์ต เอล) ของอังกฤษ รสชาติแรง ขม ตามสไตล์คนอังกฤษ

7.Morland, Old Speckled hen Ale (มอร์แลนด์, โอลด์สเปกเกิลเฮน เอล) ของอังกฤษ รสชาติยังเข้มไม่ต่างจากแก้วที่ 6 แถมกินยากชะมัด

8.Leffe, Abbey Blonde Ale (เลฟ, เอบเบย์บลอน เอล) ของเบลเยี่ยม รสชาติออกหวาน มีขมปนแซมนิดๆ แต่รสชาติดีสุดกว่าทุกแก้วที่ดื่มมา

9.Leffe, Abbey Brune Ale (เลฟ, เอบเบย์บราว เอล) ของเบลเยี่ยม ตัวนี้รสชาติออกเข้มครับ เข้มกว่าแก้วที่ 8 ซะด้วย แต่ไม่มีรสหวาน

10.O’Hara’s Irish Stout (โอ ฮาร่า ไอริช สเต้าท์เบียร์) ตัวสุดท้ายของเราในสภาพที่เริ่มเมามาย รสชาติจางกว่าแก้วที่แล้ว แต่ก็ทานยากกันอยู่ดี

สรุปกันแบบง่ายๆ เรียงตามลำดับความชอบของผมจะได้ดังต่อไปนี้ครับ  แก้วที่ 8, 4 และ 1 (เรื่องรสชาติมันอธิบายกันยาก เพราะบางคนอาจจะชอบขมหรือแบบนุ่ม จะพูดไปมันก็ทำนอง ลางเนื้อชอบลางยา)

อนึ่ง เพื่อเสริมความรู้ สำหรับเซ็ทที่ทางร้านจัดมาให้ 10 แก้ว ราคาตกอยู่ที่ 500 บาทครับ ถามว่าคุ้มมั้ย ก็ต้องบอกได้เลยเต็มปากว่าคุ้มมากกับการได้ละเลียดฟองเบียร์รสชาติดีๆ หลายแบบ

ในส่วนของการเรียงลำดับรสชาตินั้น ทางคุณจูนเจ้าของร้านเป็นคนจัดเซ็ทกันเองครับ ซึ่งระดับความแรงของเบียร์ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันกับปริมาณของแอลกอฮอล์ แต่จะเรียงตามลำดับความยากง่ายในการดื่มซะมากกว่า

นอกจากนี้การจะดื่มเบียร์ให้ได้รสชาติดีเยี่ยม มันก็ต้องมีอะไรทานเป็นเครื่องเคียงประกอบกันไป เพื่อเกื้อหนุนให้ทั้งเบียร์และอาหารรสชาติดีไปพร้อมกัน ยกตัวอย่างเช่น เมนู สลัด Republic ต้องทานคู่กันกับ Leffe, Abbey Blonde Ale หรือเมนู ไส้กรอกเยอรมันก็ต้องทานคู่กันกับ Warsteiner, Verum Pilsner หรืออาจจะเป็น Weihenstephaner Original Wheat Beer ซึ่งก็แล้วแต่จะสั่งมาทานกัน

หลังจากชำแหละรสชาติของเบียร์กันไปเป็นที่เรียบร้อย คราวนี้เราจะหันมาฝั่งเมนูอาหารของร้านกันบ้างนะครับ

ไปกันที่จานแรก เมนูแนะนำที่ใครมาเป็นต้องสั่งกับ สลัด Republic ได้อารมณ์รสชาติผักสดๆ มีชีสนมแพะที่หาทานยากมาประกบสานความอร่อยสัมผัสตรงโคนลิ้น

ไส้กรอกเยอรมัน ราดด้วยน้ำมัสตาร์ดทำเอง เสิร์ฟมาในจานพร้อมสลัดมันฝรั่ง โดยไส้กรอกมีกันสามแบบสามรส อันแรกรสชาติเค็มกรอบ อร่อย ชิ้นที่สอง รสออกเค็มบวกเปรี้ยวนิดและชิ้นสุดท้ายเปรี้ยวพอดีทาน

ตบท้ายกันไปเลย ด้วยสองเมนูกับพล่าปลาแซลมอน เนื้อปลานุ่มอร่อยลิ้น ผสมกับเครื่องปรุงรสจัดจ้านแบบไทยๆ ถึงพริกถึงขิง ทานทีหนึ่งคำ เล่นเอาตาสว่างจากความเมากันเลย ส่วนทอดมันปลาเห็ด อันนี้ก็รสเผ็ดจัดจ้านเหมือนกัน ทานไปจิบเบียร์ไปก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

นอกจากจะอธิบายรสชาติเบียร์และอาหารกันมายาวเหยียดแล้ว ทางร้านยังมีเบียร์รสชาติดีๆให้ได้ดื่มด่ำกันอีกเยอะนะครับ ซึ่งเมนูอาหารก็มีให้ลิ้มลองรสชาติอร่อยไม่แพ้เบียร์เช่นกัน ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่ 17.00-00.00 น. ครับ ส่วนเบอร์ โทรศัพท์กดไปสอบถามกันได้ที่ 081-5319161 และ 081-5314765

ใครกำลังมองหาร้านเบียร์รสชาติดีๆแบบนี้ ขอบอกเลยว่าต้องแวะไปกันอย่างเดียวครับพี่น้อง ไม่เช่นนั้นคำว่า “พลาด” จะประทับบนหน้าผากคุณจนยากจะลบเลือน…

ท่านใดมีร้านเบียร์แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

 เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

ฝากความคิดเห็น ...