info.วัดพระธาตุหริภุญชัย อ.เมือง จ.ลำพูน

“คุณหนุ่มถึงไหนแล้วครับ”

เสียงปลายสายเรียกผมในยามเช้าประมาณเก้าโมง เมื่อต้องการอยากรู้ว่าผมจะไปถึง ททท. เชียงใหม่กันตอนไหน

“รถออกตอนหกโมงเย็นไม่ใช่เหรอครับ ตามกำหนดการที่ส่งมาทางเมล์” ผมตอบกลับในขณะที่กำลังงงๆอยู่ว่าตกลงผมต้องไปดูโขนที่ลำพูนกันตอนเช้าหรือเย็นกันแน่

เสร็จจากวางสายไป จับใจความได้ว่า รถออกกันตอนเช้า แต่จะมีตอนเย็นอีกคันที่จะตามไป ซึ่งไอ้ผมก็คงต้องไปตอนเย็น ว่าแต่รถมันออกสี่โมงเย็นนี่หว่า ฮ่าๆๆ

ไหนๆตอนเช้าไปไม่ทัน ขับมอเตอร์ไซค์ไปกันดีกว่า ใกล้ๆแค่นี้เอง กะอีแค่เชียงใหม่ – ลำพูน 30 กิโล เรื่องจิ๊บๆ ขนาดขอนแก่น – เชียงใหม่ ผมก็ยังขับมาแล้ว

ออกสตาร์ทสองล้อหมุนกันตอนสี่โมงเย็นกว่าๆ  แปบเดียวก็พาตัวเองมาถึงวัดพระธาตุหริภุญชัยแล้วเรียบร้อย

ไปถึงยังงงๆกันอยู่ ไม่ทันไร ก็ไปเจอทางคณะสื่อมวลชนเชียงใหม่ พร้อม ททท. กำลังนั่งล้อมวงบนผืนเสื่อในกาดหมั้วแลงหละปูน  กินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย

ผมเดินไปเจอคุณแอร์ ททท.เชียงใหม่บอก นี่ๆ เขามีเบี้ยแจกให้เอาไปซื้อของกินในกาด 1 เบี้ย เท่ากับ 5 บาท อยู่ในถุงน่าจะมีซัก 80 บาทเห็นจะได้

ผมเอ่ยถาม “แล้วเขาเล่นโขนกันตรงไหน?”

“น่าจะข้างในวัดแถววิหารนะ” คุณแอร์ตอบผมด้วยน้ำเสียงแบบรีบๆ อารมณ์ประมาณหิวข้าว ในเมื่อจับอารมณ์ได้ว่ากำลังหิว ก็ไปหาอะไรกินกัน

ในกาดหมั้วแลงหละปูน แบบเฉพาะกิจเนื่องในวาระครบรอบ 102 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากรและร่วมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า บรรยากาศของตลาดดูอบอุ่นน่ารักดีครับ มีนักท่องเที่ยว ชาวบ้านแถวนั้นมาเดินซื้อของกิน ของที่ระลึกกัน ในส่วนของอาหารนั้นก็เป็นแบบอาหารพื้นเมืองของชาวล้านนา ทั้งของหวานและของคาว ไม่ว่าจะเป็น แอ๊บหมู จิ้นส้มหมก ข้าวเงี้ยว ขนมไทย ยำจิ้นไก่ ไส้อั่วและอื่นๆอีกสารพัด

ของกินมีให้กิน ดนตรีโฟล์คซองคำเมืองก็มีบรรเลงให้ฟังกันอย่างเสนาะหู แต่ที่โดนในผมจนหยุดไม่อยู่คือ การได้ใช้เบี้ยแทนเงินสดซื้อของ

ขอบอกว่ามันเป็นอะไรที่น่ารักมั่กมากนะครับ อารมณ์มันจะประมาณว่า เรากำลังอยู่ในยุคล้านนาสมัยเก่ากับบรรยากาศวิถีชีวิตแบบจำลองย้อนยุค ยิ่งผมเป็นคนอีสานมาเจออะไรแบบนี้ก็ดื่นเต้นสนุกชีวิตมีรสชาติดีไปอีกแบบ

ตกเย็นมากำหนดการเล่นโขนก็เริ่มกันตอนประมาณซักหนึ่งทุ่ม มีการมอบของที่ระลึกแก่ผู้หลักผู้ใหญ่ในงาน พร้อมกล่าวพิธีเปิดกัน จากนั้นก็เริ่มตัดเข้าสูการแสดงโขนกันทันทีทันใด

มาจะกล่าวบทไป การแสดงโขนถือเป็นอะไรที่หาดูยากพอๆกันกับหาสาวบริสุทธิ์ในรั้วมหา’ลัย เพราะการแสดงโขนนี้จะมีให้ดูเฉพาะกันในวัง ชาวบ้านร้านตลาดทั่วๆจึงหาโอกาสดูกันได้ยาก

ฉะนั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ไปสัมผัสกันกับอีกหนึ่งศิลปะการแสดงของเมืองไทย เพราะเท่าที่ผ่านมาผมเคยดูแต่โขนในหนังแบบผ่านๆ ส่วน หนังตะลุง หนังกลางแปลง หมอลำ งิ้ว ละครหุ่นเชิด ดูมาหมดกันแล้วครับ

ในใจตอนนั้นก็ได้แต่หวังว่าการแสดงอย่าออกมาในรูปแบบของหุ่นเชิดเลย เพราะผมดูแล้วก็ไม่เข้าใจ ขนาดเป็นคนไทยที่เคยอ่านรามเกียรติ์ตอนประถมก็ยังงงเป็นกันตาแตกอยู่ว่ามันอะไรกันเนี่ย และไม่ต้องไปพูดถึงฝรั่งที่มาเที่ยว ว่าเขาจะเข้าใจอะไรง่ายๆ

การแสดงโขนมากันในเรื่องรามเกียรต์ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์  เนื้อเรื่องสารภาพเลยว่าจำกันไม่ได้ (ไปหาอ่านเอานะครับ) เพราะตอนนั้นวิ่งไล่ถ่ายทั้งวิดีโอและภาพนิ่งจนหัวหมุน

จำเนื้อเรื่องไม่ได้ จะขอเล่าบรรยากาศแทนนะครับ  แรกๆเขาจะเล่าเรื่องย่อของการแสดงก่อนประมาณ 3 นาที จากนั้นโขนก็จะออกมาแสดงท่าทีกันไป โดยมีดนตรีบรรเลงอยู่ด้านหลังเวที พร้อมเสียงคนบรรยายประกอบมาในโทนละคร จักรๆวงศ์ๆ ยามเช้าของช่องเจ็ดสีทีวีเพื่อคุณ

ผมสังเกตทั้งคนเล่นโขนและคนบรรยาย ความยากง่ายก็ถือว่าพอๆกันครับ อย่างคนเล่นก็ต้องจำท่วงท่าแสดงอาการกันไป คนพากย์นิเหนื่อยหน่อยเพราะน้ำเสียง จังหวะต้องได้ ผมว่าจะฮามาก ถ้าได้ทีมงานพันธมิตรมาพากย์สมทบกัน ฮ่าๆๆ

ต้นๆเรื่องอาจจะดูเนือยๆไปนิดแต่พอช่วงหลังมา มีการใส่มุขเล่นกับคนดู บรรยากาศในการดูก็สนุกสนานกันไป คนดูทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น ผมสังเกตทุกคนดูมีความสุข ที่นั่งยังดูเต็มกันทั่วบริเวณด้านหน้าเวทีเพียบ

แสงแฟลชวูบวาบรัวยิงใส่เวทีไม่ขาดสาย ก่อนค่อยซาหายไปตามกาลเวลาและความเมื่อยของตากล้อง

สามชั่วโมงกับการดูโขนครั้งแรกในชีวิต ถือว่าสนุกพอตัวครับ ถ้าให้เทียบกับหมอลำซิ่งแถวอีสานบ้านผม ก็คงต้องบอกว่าสอดใส่ความทันสมัยในมุขตลกน้อยไปนิด แต่เรื่องความงามทางศิลปะนิต้องยกนิ้วให้เลย

หลังออกพรรษานี้ ผมโกนหัวบวชที่ขอนแก่นให้แม่ ลองจ้างโขนมาดูกันซักตั้งก็ดีไม่หยอกนะครับ


ดู วัดพระธาตุหริภุญชัย ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ฝากความคิดเห็น ...