เคยได้ยินคำคมที่กล่าวว่า “แค่มีชีวิตอยู่นั้นไม่เพียงพอ แต่คนเราจะต้องมีแสงแดด อิสระ และดอกไม้เล็กๆด้วย” และก็ช่างประจวบเหมาะอะไรอย่างนี้ที่เชียงใหม่เต็มไปด้วยสถานที่ชมดอกไม้มากมาย ซึ่งจะไปฉายเดี่ยวเติมความสดชื่นให้กายใจ ไปกันเป็นแก๊งเพื่อเก็บความทรงจำดีๆ หรือชวนคู่จิ้นไปบอกรักก็ได้ทั้งนั้น แต่คงต้องรีบหน่อยแล้ว เพราะดูเหมือนว่ากำลังจะใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายเข้าไปทุกทีสำหรับฤดูแห่งการชมดอกไม้ โดยเฉพาะต้นนางพญาเสือโคร่งที่จะผลิดอกช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม ยืดเวลาได้นานอีกนิดอย่างมากก็กุมภาพันธ์เท่านั้น ดังนั้นเราเลยรวบรวม “13 จุดสะดุดรัก แวะพักชมดอกไม้เมืองเชียงใหม่” มาให้ซะเลย เรียกได้ว่าเป็นนาทีทองที่ปีนี้ใครยังไม่ได้ชมดอกไม้ ต้องรีบคว้าโอกาสไว้ซะแล้ว


พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-114133-6
Facebook : ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)

พีคสุดๆและฮอตฮิตได้อีกสำหรับที่นี่ เพราะนอกจากจะเป็นจุดถ่ายภาพดอกนางพญาเสือโคร่งที่เบ่งบานไปตามถนนสายเล็กๆ จนกลายเป็นภาพที่งดงามมากแล้ว ยังเป็นโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำละครและภาพยนตร์อีกหลายเรื่องเลยล่ะ นอกจากนี้ภายในศูนย์วิจัยยังมีแม่น้ำขุนวางซึ่งเป็นต้นน้ำที่สำคัญอีกสายหนึ่งไหลผ่าน แล้วยังมีแปลงไม้ดอกไม้ประดับและไม้ผลพืชผักเมืองหนาวอื่นๆอยู่ด้วย ทั้งสาลี่ พลัม ท้อ สตรอเบอร์รี่ ฯลฯ


ภาพโดย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง
ช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานเต็มที่ ดอกจะบานสะพรั่งฟูฟ่อนไปทั้งต้น และถนนทั้งสายก็จะกลายเป็นสีชมพู


ภาพโดย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง
กลีบดอกที่ร่วงหล่นลงบนพื้นดิน เหมือนพรมอ่อนนุ่มสีชมพู


ภาพโดย ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงขุนวาง
มีพนักงานต้อนรับพิเศษเป็นเจ้าสี่ขาที่คงอยากออกมาชมดอกไม้กับคนเขาเหมือนกัน

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหมายเลข 108 (เชียงใหม่ – ฮอด) ตรงไปถึงอำเภอจอมทอง มีทางแยกขวามือขึ้นดอยอินทนนท์ ให้ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1009 ราวกิโลเมตรที่ 30-31 มีสามแยกตรงหมู่บ้านขุนกลาง ก็เลี้ยวขวาอีก 16 กม. เป็นอันว่าถึงหมู่บ้านขุนวาง


2. ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารี


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
วิวจากฝั่งทะเลสาบที่มองเห็นต้นนางพญาเสือโคร่งยืนเรียงรายอยู่ เห็นเป็นภาพสะท้อนใต้ผืนน้ำ

พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-355728
Facebook : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีคือโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยและเพาะพันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนน์ที่มีความสวยงามแต่กลับใกล้จะสูญพันธุ์เข้าไปทุกที  แต่นอกจากจะได้ชมกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์และพันธุ์กล้วยไม้อื่นๆอีกมากมายแล้ว ยังเป็นจุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูซึ่งเบ่งบานอยู่ริมทะเลสาบด้วย ทำให้เกิดภาพสะท้อนของดอกไม้ที่บานสะพรั่งใต้ผืนน้ำด้วย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและทำให้จิตใจรู้สึกสงบได้อย่างน่าแปลกใจเลยทีเดียว


ภาพโดย Chowwart Pongarant Tua
จะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด


ภาพโดย Chowwart Pongarant Tua
เหมือนอยู่ในภาพฝันแสนหวาน


ภาพโดย Chowwart Pongarant Tua
ให้โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพูสดใส

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม (ดอกนางพญาเสือโคร่ง) / มกราคม – มีนาคม (กล้วยไม้รองเท้านารี)

การเดินทาง : ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตั้งอยู่เส้นทางเดียวกับขุนวาง จากถนนเส้นหลักดอยอินนทนน์ประมาณ ก.ม. ที่ 31 จะมีซอยเลี้ยวเข้าไป ตรงไปเรื่อยไปทางขุนวางถึงก.ม. 8 จะเห็นป้ายศูนย์อนุรักษ์ ฯ


3. พระตำหนักดอยผาตั้ง


ภาพโดย ‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
ต้นนางพญาเสือโคร่งที่นี่จะขึ้นอยู่เนินหญ้าสีเขียวขจี

พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-355728
Facebook : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

เรือนรับรองพิเศษในพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งบ้านไม้หลังใหญ่ชั้นเดียวปลูกเป็นทรงชาเล่ต์นี้คือหนึ่งพระตำหนักอันงดงามในฤดูหนาว โดยทัศนียภาพของพระตำหนักจะเต็มไปด้วยต้นนางพญาเสือโคร่งซึ่งปลูกเรียงรายอยู่บนเนินหญ้าสีเขียว สลับกับต้นเมเปิ้ล สวนดอกไม้เมืองหนาว ไร่สตรอว์เบอร์รีและต้นพลับ พิเศษกว่านั้นก็คือการที่เราจะได้มีประการณ์ชมดอกไม้ร่วมกับฝูงแกะมากกว่า 100 ตัวที่ถูกเลี้ยงไว้และปล่อยให้เดินไปมาภายในบริเวณนั้นอย่างอิสระ นอกจากนี้พระตำหนักดอยผาตั้งยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นยอดดอยอินทนนท์และน้ำตกสิริภูมิได้อย่างชัดเจนกว่าที่ไหนๆอีกด้วย


ภาพโดย ‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
นอกจากจะเป็นสถานที่ที่สวยงามมากแล้ว อากาศก็ยังดีด้วย


ภาพโดย ‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
เมื่อขึ้นรวมกันเป็นกลุ่มแล้ว ต้นนางพญาเสือโคร่งกลับดูคล้ายต้นซากุระมาก สมฉายา “ซากุระเมืองไทย”


ภาพโดย ‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
กลับดอกดูบอบบางน่าทนุถนอม


ภาพโดย ‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
บริเวณนั้นแกะที่เลี้ยงไว้จะถูกปล่อยออกหากินอย่างเป็นอิสระ

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : เลยที่ทำการอุทยานฯดอยอินทนนท์ไปเล็กน้อยจะมีทางแยกซ้ายมือ มีป้ายบอกทาง ขับรถเข้าไปอีกประมาณ 6 – 7 กิโลเมตรจะถึงพระตำหนักดอยผาตั้ง


4. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง


ภาพโดย ขนมโฟโต้
กลุ่มบ้านพักถูกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางดงดอกนางพญาเสือโคร่ง ถ้าหากได้นอนสักคืนคงดีไม่น้อย

พิกัด : อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-969489
Facebook : สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

นอกจากระหว่างทางจะเป็นเส้นทางชมดอกนางพญาเสือโคร่งแล้ว ที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางยังมีดอกซากุระญี่ปุ่นและดอกซากุระไต้หวันที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5,000 ต้นด้วย ซึ่งแต่ละต้นต้องใช้เวลาปลูกประมาณ 10 ปีขึ้นไปจึงจะพร้อมออกดอกให้คนได้ชื่นชมความสวยงาม และภายในสถานียังมีสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณให้เยี่ยมชมกันอย่างจุใจ ทั้งสวนกุหลาบอังกฤษ ไร่ท้อ ไร่บ๊วย ดอกคาเมลเลีย ดอกลาเวนเดอร์และดอกทิวลิป เป็นต้น แถมจุคเช็คอินพิเศษสำหรับสาวๆที่หลงรักสตรอว์เบอร์รีให้ได้เดินดมชมชิมในไร่สตรอว์เบอร์รีที่มีชื่อเสียงด้วย


ภาพโดย ขนมโฟโต้
นักท่องเที่ยวหลายรายตั้งใจมาถ่ายภาพดอกซากุระญี่ปุ่นโดยเฉพาะ


ภาพโดย ขนมโฟโต้
ต้นซากุระญี่ปุ่นยืนเรียงต้นตลอดสองฝั่งทางของสถานีเกษตร


ภาพโดย ขนมโฟโต้
มีรถเหมาสำหรับคนที่จะขึ้นมายังสถานีเกษตรด้วย

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : จากตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เส้นทางเชียงใหม่-ฝาง (ทางหลวงหมายเลข 107) เดินทางเรื่อยมาจนถึงอำเภอเชียงดาวบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 79 จะพบทางแยก(หมายเลข 1) ถ้าเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกจะผ่าน ต.เมืองงาย บ้านอรุโณทัย บ้านหลวง เส้นทางจะค่อนข้างแคบแต่จะไม่ค่อยลาดชันเท่าใดนัก (ควรเดินทางช่วงกลางวันเพื่อป้องกันกรณีฉุกเฉินแล้วไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ เพราะเส้นทางนี้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์)

หากยังไม่เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกหมายเลข 1 ให้ขับรถจนถึงหลักกิโลเมตรที่ 137 จะถึงเส้นทางหมายเลข 2 ตามที่แสดงในแผนที่ เมื่อมาถึงปากทางขึ้นดอยอ่างขางจะมีป้ายบอกด้านซ้ายมือ ให้เลี้ยวซ้ายแล้วขับรถตามถนนขึ้นมาเลย ทางเส้นนี้จะค่อนข้างลาดชันมาก จึงมีบริการเช่าเหมารถคิวสองแถวหน้าปากทางให้ขึ้นมาส่งได้ แต่หากจะนำรถขึ้นมาเองก็ควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ


5. ขุนแม่ยะ


ภาพโดย I am a traveler by มาเรีย ณ ไกลบ้าน
อยู่บนดอยสูงก็มีไปรษณีย์ด้วยแฮะ … ลองส่งโปสการ์ดให้ตัวเองจากบนยอดดอยก็ไม่เลว

พิกัด : อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-263910
Facebook : อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง จ.เชียงใหม่และจ.แม่ฮ่องสอน

เป็นสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่เพิ่งเป็นที่รู้จักไม่นานนี้สำหรับขุนแม่ยะ ซึ่งอาจจะเพราะการเดินทางที่ยังไม่สะดวกมากนักและตั้งอยู่ยังห่างไกล ณ จุดรอยต่อของสองจังหวัด คือ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่แม้ระยะทางจะเป็นอุปสรรค ทว่าก็ไม่อาจปิดกั้นความงดงามของสถานที่แห่งนี้ได้ ยิ่งในช่วงฤดูดอกไม้บานแล้ว กลีบดอกสีชมพูของนางพญาเสือโคร่งจะปกคลุมให้ทั้งขุนเขากลายเป็นสีชมพู จนได้รับการขนานนามจากบรรดานักท่องเที่ยวที่ได้ไปเยือนว่า “เป็นสถานที่ชมดอกซากุระเมืองไทยแห่งศตวรรษ” และเรียกขุนแม่ยะว่า “ดอยสีชมพู” เลยทีเดียว


ภาพโดย I am a traveler by มาเรีย ณ ไกลบ้าน
ป่าทั้งป่ากลายเป็นสีชมพูงดงาม


ภาพโดย I am a traveler by มาเรีย ณ ไกลบ้าน
ลานกางเต็นท์ก็มี สามารถสอบถามข้อมูลจากทางอุทยานได้เลย


ภาพโดย I am a traveler by มาเรีย ณ ไกลบ้าน
เมื่อยามแสงแดดอ่อนๆส่องมาทักทายดอกนางพญาเสือโคร่ง

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : เริ่มต้นที่แยกถนนสายแม่มาลัย – ปาย ขับตรงไปทางเข้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังจนเจอด่านตรวจของทหาร  ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปหน่วยต้นน้ำขุนแม่ยะ เป็นระยะทางประมาณ 8 กม.


6. สถานีวิจัยและฝึกอบรมเกษตรที่สูงขุนช่างเคี่ยน / ขุนช่างเคี่ยน


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
มองรูปนี้ผ่านๆนึกว่าประเทศญี่ปุ่นซะอีก

พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-222014

ที่นี่เป็นสถานีวิจัยเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์กาแฟของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงผลไม้เมืองหนาว เช่น ท้อและบ๊วย ซึ่งมีฤดูกาลและลักษณะการออกดอกคล้ายคลึงกับต้นนางพญาเสือโคร่ง แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็หนีไม่พ้นหมู่มวลต้นนางพญาเสือโคร่งที่ยืนต้นทั้งตามสองข้างทางและภายในศูนย์วิจัย เมื่อออกดอกจึงทำให้ทั้งหุบเขากลายเป็นสีชมพูเลยทีเดียว นอกจากนี้นี้ที่ขุนช่างเคี่ยนยังถือได้ว่าเป็นสถานที่ชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ค่อนข้างใกล้เมืองมากที่สุดอีกด้วย


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
ดอกสีชมพูตัดกับท้องฟ้าคราม ดูสดใสและอ่อนหวาน

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับการไปดอยสุเทพและพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นเส้นทางลาดยาง เดินทางได้สะดวกแต่ชันและแคบมาก รวมถึงมีโค้งหักศอกตลอดทาง คนที่ไม่ชำนาญทางควรจอดรถไว้ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพแล้วเหมารถสองแถวไปแทน


7. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์


ภาพโดย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
หมอกหนาจัดปกคลุมตลอดพระตำหนัก

พิกัด : ดอยบวกห้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-223065
Facebook : พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์

จากพื้นที่กว่า 400 ไร่ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ได้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมได้ถึง 200 ไร่ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2504 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะ และได้กลายเป็นที่ประทับในคราวที่เสด็จแปรพระราชฐาน เมื่อทรงเยี่ยมเยียนเหล่าพสกนิกรทางภาคเหนือเป็นประจำเสมอมา ภายในพระตำหนักเต็มไปด้วยพรรณไม้ดอกเมืองหนาวที่หาชมได้ยากซึ่งนำเข้ามาปลูกจากต่างประเทศ แต่นางเอกก็คือดอกกุหลาบหลากร้อยสายพันธุ์ที่บานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมอยู่ทั่วบริเวณพระราชนิเวศน์นั่นเอง


ภาพโดย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
ดอกไม้นานาพรรณนอกจากสีจะสวยงามแล้วยังส่งกลิ่นหอมคลุ้งอีกด้วย แค่เฉพาะดอกกุหลาบก็มีจำนวนมากกว่า 200 สายพันธุ์แล้ว


ภาพโดย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
เห็นแปลงกุหลาบข้างๆบันไดหินแบบนี้ ทำให้นึกถึงประเทศทางฝั่งยุโรป


ภาพโดย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
ดอกกุหลาบเลื้อยไปตามวงโค้งประตู


ภาพโดย พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
ที่นี่มีครบทั้งแสงแดด สายหมอกและดอกไม้

ฤดูดอกไม้บาน : ตลอดทั้งปี

การเดินทาง : จากอำเภอเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนห้วยแก้ว ผ่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตรงไปจนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพวรวิหาร จากนั้นเดินทางต่อไปอีกเล็กน้อยจะเห็นป้ายบอกทางเข้าที่ทำการอุทยานดอยสุเทพ ให้ตรงไปอีกประมาณ 4 กม. จะถึงพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์


8. สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ (ดอยแม่ตะมาน)


ภาพโดย Chanon Wongkhunkao
เห็นแบบนี้แล้วอยากนอนราบลงไปบนพื้นดินและเงยหน้ามองท้องฟ้าจริงๆ

พิกัด : อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-222014 / 081-289-4139

เกี๊ยะ เป็นภาษาเหนือ แปลว่าต้นสน และที่ป่าสนนี้เองเป็นอีกหนึ่งจุดสำหรับการชมผืนพรมดอกนางพญาเสือโคร่งที่มีเสียงร่ำลือกันว่าแตกต่างจากที่อื่น เพราะเราจะมีโอกาสได้ยืนประชันหน้ากับดอยเชียงดาว ดอยสูงติดอันดับต้นๆของประเทศอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ไปพร้อมๆกันด้วย ในขณะเดียวกันก็ยังมีแปลงดอกฝิ่นและป๊อปปี้หลากสีสันที่อยู่บริเวณนั้นให้ได้ถ่ายรูปเล่นอย่างสบายใจ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง และในวันที่อากาศเป็นใจก็จะมีทะเลหมอกรอต้อนรับเราในตอนเช้าอีกด้วย เป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยาย


ภาพโดย Chanon Wongkhunkao
เป็นสถานที่ที่สวยงามและเงียบสงบจริงๆ


ภาพโดย Chanon Wongkhunkao
ซูมให้ดูกันใกล้ๆ


ภาพโดย Chanon Wongkhunkao
แปลงดอกไม้สีสันสดใสที่ชูช่ออยู่บริเวณนั้น

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหมายเลข 107จากเชียงใหม่ ผ่านแม่ริม แม่มาลัย แม่แตง ถึงบ้านแม่นะ จะมีทางแยก มีป้ายเขียนว่า “หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน” ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 21 กิโลเมตร จะพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวขวาสภาพทางเป็นลูกรังจะค่อนข้างชัน ผ่านหมู่บ้านปางโฮ่งและปางฮ่าง ทางจะขึ้นชันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงด่านที่จะแยกไปหน่วยพิทักษ์ป่าเด่นหญ้า ตรงไปสักพัก จะพบทางแยกไปโรงเรียนบ้านสันป่าเกี๊ยะ จากนั้นจะถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตรงไปอีกสัก 500 เมตรทางจะขึ้นสูงก็จะถึงสถานีวิจัยเกษตรที่สูงป่าเกี๊ยะดอยเชียงดาว (การเดินทางไปเที่ยวต้องใช้รถกระบะท้องสูง Hi-Lander, Prerunner หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น)


9. เมืองแกน


ภาพโดย Chowwart Pongarant Tua
บรรยากาศทุ่งดอกคอสมอสที่เมืองแกน มองเห็นกังหันลมเป็นฉากหลัง

พิกัด : ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-857360 ต่อ 18
Facebook : เมืองแกน

ทุ่งดอกไม้ที่กำลังมาแรงแห่งเวียงเจียงใหม่ในยุคนี้ ก็คือทุ่งดอกคอสมอสฝรั่งเศสหรือดอกดาวกระจาย แต่หากเป็นคนเหนือจะเรียกกันว่าทุ่งดอกคำแผ้แหล้ ซึ่งท่ามกลางพื้นที่กว่า 10 ไร่ในฤดูหนาวนี้มีดอกคอสมอสที่เบ่งบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวนับล้านต้น โดยเทศบาลเมืองแกนได้เนรมิตสถานที่ให้เป็นเหมือนประเทศฮอลแลนด์ นอกจากทุ่งดอกไม้สวยๆแล้ว ก็ยังมีกังหันลมขนาดใหญ่ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เป็นมุมถ่ายภาพได้ ซึ่งเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะถ่ายภาพเป็นช่วงประมาณ 7 โมงเช้านั่นเอง


ภาพโดย Chowwart Pongarant Tua
ยิ่งแดดอ่อนๆส่องลงมายิ่งสวยงาม


สีชมพูอ่อนอมม่วงละลานตาไปทั้งทุ่ง

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ ให้ขับรถมุ่งหน้ามายังอำเภอแม่แตง โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 107 ขับไปจนบรรจบกับถนนหมายเลข 3038 เลี้ยวขวาขับผ่านโรงพยาบาลแม่แตง แล้วจะเห็นสถานที่จัดงานอยู่ทางซ้ายมือ


10. ม่อนแจ่ม


ภาพโดย ขนมโฟโต้
เด็กๆกับดอกไม้ที่ดอยม่อนแจ่ม

พิกัด : อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 081-806-3993
Facebook : ม่อนแจ่ม

สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บนสันเขาหมู่บ้านม่อนม้ง เดิมเป็นป่ารกร้างที่ชาวบ้านแผ้วถางไว้ จนกระทั่งโครงการหลวงหนองหอยได้ขอซื้อพื้นที่และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในที่สุด ภายในม่อนแจ่มมีพื้นที่ไม่กว้างมากนัก ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเที่ยวชมได้อย่างทั่วถึง นอกจากแปลงดอกไม้ แปลงผักและผลไม้ที่สวยงามตามจุดต่างๆแล้ว ที่นี่ก็ยังมีบ้านพักและสถานที่สำหรับตั้งแคมป์ได้อีกด้วย


ภาพโดย ขนมโฟโต้
ชมดอกไม้ท่ามกลางขุนเขา


ภาพโดย ขนมโฟโต้
แต่ละมุมจะมีการตกแต่งน่ารักๆที่เหมาะสำหรับใช้เป็นฉากถ่ายรูปมาก

ฤดูดอกไม้บาน : ธันวาคม – มกราคม

การเดินทาง : จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 107 สายเชียงใหม่-ฝาง ตรงไปถึงอำเภอแม่ริมบริเวณ เมื่อถึงกม. 17 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1096 สายแม่ริม-สะเมิง และเลี้ยวขวาที่กม. 15 บ้านโป่งแยก ตรงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตรจึงถึงที่หมาย


11. สะเมิง


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
วันที่แสนสดใสท่ามกลางทุ่งดอกเก๊กฮวย

พิกัด : บ้านอมลอง ต.แม่สาบ อ.สะเมิง
โทรศัพท์ : 053-317502 / 081-386-4307
Facebook : องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สาบ

สะเมิงดินแดนนี้ที่ใครๆต่างก็มีจุดมุ่งหมายเป็นไร่สตรอว์เบอร์รี แต่กลับมีดีอย่างไม่ลดละเมื่อที่นี่เป็นแหล่งปลูกดอกเก๊กฮวยขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ ซึ่งปกติเรามักจะเห็นดอกเก๊กฮวยในรูปของดอกไม้อบแห้ง แต่ใครจะรู้เลยว่าเมื่อมาอยู่รวมกันในทุ่งกว้าง เจ้าดอกไม้ที่นิยมใช้ทำเป็นเครื่องดื่มชาสมุนไพรจะสวยชวนฝันมากขนาดนี้ โดยทุ่งดอกเก๊กฮวยนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่มาแรงที่นักท่องเที่ยวมักไปถ่ายภาพสวยๆกันอยู่เสมอ เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวชมคือช่วงเช้าและเย็น (กลางวันจะร้อนมาก) ส่วนสวนแนะนำสำหรับเที่ยวชมนั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะยินดีต้อนรับแทบทุกสวน แต่หากอยากไปสวนที่ดอกเก๊กฮวยบานสะพรั่งสมบูรณ์แบบจริงๆ ควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนตามวันเวลาที่จะไป เนื่องจากแต่ละช่วงเวลาของเดือนพฤศจิกายน ดอกเก๊กฮวยของแต่ละสวนจะบานสะพรั่งไม่พร้อมกัน


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
จะไปถ่ายรูปแบบหล่อๆก็ได้


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
สายลมที่พัดผ่านมา ยิ่งกระจายกลิ่นหอมของดอกเก๊กฮวยให้ฟุ้งไปไกล


ภาพโดย Thawit Akang Suntrakorn
สังเกตเห็นเนินแบบนี้ทีไหน ลองแวะไปติดต่อสอบถามดูได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่มักอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้

ฤดูดอกไม้บาน : พฤศจิกายน

การเดินทาง : จากในเมือง ใช้เส้นทาง 1269 ได้เลย


12. อุทยานหลวงราชพฤกษ์


ภาพโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์
แลนด์มาร์คของอุทยานหลวงราชพฤกษ์คือหอคำ ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พิกัด : ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ : 053-114110-5
Facebook : อุทยานหลวงราชพฤกษ์

แนะนำเส้นทางชมดอกไม้บาน หากไม่มีอุทยานหลวงราชพฤกษ์ติดโผคงจะน่าเสียดายแย่ เพราะที่นี่คืออุทยานชมพรรณไม้ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ทั้งสวนไทยที่จัดแสดงพืชสวนเขตร้อนชื้น (พืชทะเลทราย พืชเขตร้อนชื้น พืชไร้ดิน กล้วยไม้ สวนสมุนไพร) สวนองค์กรเฉลิมพระเกียรติ คือสวนที่องค์กรระดับแนวหน้าของประเทศร่วมจัดแสดงสวนเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีจำนวนถึง 23 สวนด้วยกัน และสวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่จัดแสดงสวนจากนานาชาติ จาก 22 ประเทศ 3 ทวีป เช่น สวนประเทศญี่ปุ่น สวนประเทศจีน สวนประเทศบังคลาเทศ สวนประเทศสเปน สวนประเทศเนเธอร์แลนด์ และสวนประเทศแอฟริกาใต้ เป็นต้น นอกจากนี้ในช่วงเทศกาลสำคัญๆแล้ว ยิ่งไม่ควรพลาดที่จะมาเที่ยวชม เพราะทางอุทยานมักจะนำดอกไม้สวยๆมาจัดนิทรรศการอย่างอลังการแสงสีเสียงอยู่เสมอๆ


ภาพโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์
พื้นที่จัดแสดงความงดงามของดอกกล้วยไม้


ภาพโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์
ดอกทิวลิปสีสันสดใสมาก


ภาพโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์
สีชมพูก็มี


ภาพโดย อุทยานหลวงราชพฤกษ์
บนซ้าย – ดอกบัวสีขาวบริสุทธิ์ มีผึ้งตัวน้อยบินตอมเกสรตลอดเวลา
บนขวา – ดอกกุหลาบก็เบ่งบานเต็มที่
ล่างซ้าย/ขวา – ดอกบัวดิน ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายดอกบัว

ฤดูดอกไม้บาน : ตลอดทั้งปี

การเดินทาง : จากเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนห้วยแก้ว (ทางหลวงหมายเลข 1004) เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนคันคลองชลประทาน (ทางหลวง หมายเลข 121) ไปอำเภอหางดงประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนราชพฤกษ์ประมาณ 2 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามถนนเชียงใหม่ – หางดง (ทางหลวงหมายเลข 108) แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนราชพฤกษ์ประมาณ 4 กิโลเมตร จะถึงอุทยานหลวงราชพฤกษ์


ขอขอบคุณช่างภาพ :
Thawit Akang Suntrakorn (084-040-3520)
Chowwart Pongarant Tua
ขนมโฟโต้
Chanon Wongkhunkao
‘เกี้ยวซ่า วาซาบิ
I am a traveler by มาเรีย ณ ไกลบ้าน

ท่านใดที่มีเส้นทางชมดอกไม้บานน่าสนใจ แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ

  

เจ๋งจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

ฝากความคิดเห็น ...