ครั้งสุดท้ายที่คุณนั่งรถสามล้อถีบคือตอนไหน?

ผมรู้จักสามล้อถีบครั้งแรกเมื่อสมัย 8-9 ขวบ ที่ทำความรู้จักกันได้เพราะมีเหตุต้องติดสอยห้อยตามคุณแม่สุดที่รักเวลาไปซื้อของในเมือง แล้วใช้บริการสามล้อถีบพาผมกับแม่ส่งไปยังที่หมาย ทุกครั้งที่นั่งสามล้อถีบผมตื่นเต้นทุกครั้ง เนื่องจากเป็นยานพาหนะที่แปลกประหลาดในความรู้สึกผมสำหรับตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็น ที่นั่ง รูปทรงรถ สไตล์การขับขี่ รวมทั้งคนขับ เมื่อทุกอย่างเหมารวมกันแล้ว สามล้อถีบสำหรับผมตอนนั้นเข้าขั้นเจ๋งมาก

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งสำหรับคนถีบสามล้อคือคนถีบต้องนุ่งกางเกงขาสั้น สวมหมวกทุกครั้ง พร้อมรองเท้าหนังหรือผ้าใบ จากการค้นคว้ามานาน ไม่เคยมีพงศาวดารเล่มไหนจารึกไว้เลยว่าคนถีบห้ามใส่ขายาว สวมรองเท้าคอมแบท หรือใส่หมวกคาวบอย ซึ่งเมื่อคำนวณด้วยสายตาระดับพญาเยี่ยวแล้ว อาจจะด้วยจังหวะในการปั่นมันคล่องตัวกว่า ชุดที่ผมเห็นเลยการเป็นเอกลักษณ์สำคัญเฉพาะตัวของคนขับไป

หลังจากคุยกันเรื่องชุด มาต่อที่สภาพร่างกายของคนปั่นที่ต้องฟิตจัด ประเภททนแดดทนฝนทนหนาว ไม่ว่าสภาพอากาศเช่นไร คุณต้องปั่นต่อไปอย่างไม่สะทกสะท้านในความยากลำบาก ตรงนี้ถือว่าเป็นจุดขายหรือไม้ตายสำคัญที่เวลาผมนั่งสามล้อถีบแล้วต้องกลับมานั่งอีก เหตุผลไม่มีอะไรมากนอกเสียจากชื่นชมในความทรหดของพวกเขา

ด้วยความที่โลกหมุนไปตามกาลเวลา เทคโนโลยีในวันนี้แทบจะกลืนกินสิ่งมีชีวิตมากขึ้น การคมนาคมขนส่งเริ่มสะดวก ไม่ลำบากลำบนเหมือนสมัยก่อน การหานั่งสามล้อถีบในสมัยนี้ดูเป็นเรื่องยากมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย ถ้าเป็นที่จังหวัดอุดรธานีที่ผมเคยไปอยู่ตั้งแต่เด็ก สามล้อถีบในเมืองยังพอมีให้นั่งกันอยู่ แต่ถ้าเป็นเชียงใหม่เริ่มหายากขึ้นไปทุกที เท่าที่สังเกตคือมีแถวกาดหลวงและกาดประตูเชียงใหม่ คนถีบส่วนใหญ่อยู่ในวัยชรา ส่วนคนนั่งหนีไม่พ้นอาม่า อาซิ้ม หรือคนแก่ทั้งหลาย ที่เคยชินกับการนั่งสามล้อถีบมากันแต่สมัยยังหนุ่มยังสาว

เหตุผลประการสำคัญที่อยากแนะนำให้ลองนั่งสามล้อถีบสำหรับคนที่ไม่เคยนั่งหรือไม่ได้นั่งนานแล้ว คือเวลานั่งจะรู้สึกสบายใจ เหมือนเราไม่ต้องใช้ชีวิตเร่งรีบ ระหว่างทางค่อยๆ มองดูวิถีชีวิตคนทั่วไปตลอดสองฝั่งของถนน อาจมีการแลกเปลี่ยนความคิด พูดคุยกับคนถีบสามล้อ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตเขาบ้างตามแต่สถานการณ์จะพาไป โอเค…ใช่อยู่ที่คุณอาจมีรถยนต์ขับ มีบิ๊กไบค์สุดเท่ มีสี่ล้อแดง รถเมล์ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คอยบริการในเมือง แต่หากคุณไม่รีบเร่ง อยากใช้ชีวิตให้ช้าลงเวลาเที่ยว หรือไปไหนมาไหนแถวคูเมือง ลองนั่งสามล้อถีบซักตั้งในชีวิตนี้

แม้ว่าสามล้อถีบอาจจะไม่โฉบเฉี่ยวไฉไล วิ่งไวเหมือนรถตุ๊กๆ แต่ที่สนุกคือความคลาสสิคที่ขายได้ในตัวเองเด้อพ่อแม่พี่น้อง

ปล. สำหรับใครที่ขับขี่ยวดยานบนท้องถนนแล้วเจอสามล้อถีบ กรุณามีน้ำใจด้วยนะครับ เพราะอย่าลืมว่าพวกเขาใช้ “แรง” ในการขับเคลื่อน ซึ่งบางครั้งไม่เอื้อต่อการจราจรบ้าง แต่จงโปรดมีน้ำใจและเข้าใจกันหน่อย สังคมจะได้น่าอยู่

ฝากความคิดเห็น ...