เชียงใหม่เปิด”หอประวัติศาสตร์-พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นฯ”แหล่งท่องเที่ยวทรงคุณค่า

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 18 ธันวาคม 2555  ที่ผ่านมา นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และนายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดอาคาร หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ และพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา บริเวณภายในหอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ และศาลแขวงเดิม ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ท่ามกลางผู้แทนเจ้านายฝ่ายเหนือ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ภายใต้บรรยากาศแบบล้านนา กาดหมั้วคัวฮอม

ทั้งนี้  หอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ ตามหลักฐานระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของหอแก้ว ศาสนาสถานสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ภายในจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นับแต่การสร้างเมืองเชียงใหม่ จนกลายเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรล้านนาที่ขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง รุ่งเรืองด้านการค้า ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม ก่อนเข้าสู่ยุคสมัยที่เชียงใหม่อ่อนแอและตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า การต่อสู้จนได้มาซึ่งอิสรภาพ มีการจำลองภาพวัดอุโมงค์ สะพานนวรัฐ และภาพทางประวัติศาสตร์ที่หาชมได้ยาก


ส่วนพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา แสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในล้านนา ศิลปะที่ปรากฎในงานพุทธศิลป์ เครื่องใช้ทางพิธีกรรม สถาปัตยกรรม ประเพณี งานจิตรกรรม และงานหัตถศิลป์ของล้านนาในอดีต บ่งบอกถึงความหลากหลายที่สืบทอดกันมาเนิ่นนานจนถึงปัจจุบัน

นายธานินทร์ กล่าวว่า ภายในตัวอาคารทั้งสองแห่งมีความสวยงามด้วยเนื้อหาและเรื่องราวที่นำเสนอผ่านมุมมองที่หลากหลาย จึงอยากให้คนเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวได้เข้ามาชื่นชม เพราะบอกเล่าถึงตัวตนและที่มาของอดีตที่นำมาสู่ปัจจุบันของเมืองเชียงใหม่และชาวล้านนา ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีคุณค่าอย่างมาก


อย่างไรก็ตาม ทั้งหอประวัติศาสตร์เมืองเชียงใหม่ และพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในเวลา 08.30-17.00 น. ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ยกเว้นวันจันทร์และวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เสียค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างประเทศ 90 บาท เด็ก 40 บาท สนใจติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 053-217793 หรือ www.cmocity.com และ ww.facebook.com/cmocity

ที่มา : http://www.matichon.co.th

Relate Posts :