หากคุณคือบุคคลผู้หลงใหลกับการนอนพักค้างแรมเวลาไปเที่ยวประเภทนอนกลางดิน กินกลางทราย อุปกรณ์สุดสำคัญในการพักแรมท่องเที่ยวเวลาค้างคืน ที่ขาดไม่ได้เลยคือ เต็นท์

เนื่องด้วยเต็นท์มีลักษณะพกพา เคลื่อนย้าย เก็บง่าย ถึงหายก็ซื้อใหม่ หรือไปหาเช่ามานอนได้ ซึ่งตามจุดบริการของนักท่องเที่ยวสถานที่แต่ละแห่งก็มีบริการกันอยู่แล้ว

ปัญหาก็คือ ตอนเราเรียนลูกเสือเวลาไปเข้าค่ายพักแรม กางเต็นท์ กว่าจะกางกันเสร็จที่นึง เพื่อนที่มาด้วยมันก็พากันง่วงงาวหาวนอนกันหมดแล้ว ฉะนั้นสำหรับใครที่ยังกางเต็นกันแบบเก้ๆกังๆ ไม่ไปไหนมาไหน ผมมีสุดยอดวิธีกางเต็นท์แบบรวดเร็วฉับไว  ทันใจวัยสะรุ่น เพื่อที่เวลาไปเที่ยวไหนจะได้ไม่ต้องมาเสียเวล่ำเวลามางมกางเต็นท์กันอยู่ สู้เอาเวลาที่เสียไปพวกนั้นไปหาไรเที่ยวมันส์ๆกันดีว่าครับ

และนี้ก็คือ 7 ข้อสุดยอดวิชากางเต็นท์ จากปรมาจารย์ผู้ผ่านสมรภูมิการกางเต็นท์มาแล้วพันกว่าหลัง (ผมเคยทำจริงๆครับ)

1.เคลียร์พื้นที่ให้โล่งประหนึ่งลานวัดแถวบ้าน ห้ามมีเศษเศษกิ้งไม้ ก้อนหิน หรือของแข็งอยู่ใต้เต็นท์ เพราะมันจะแทงตูด เอ้ย พื้นเต็นท์ ทำให้พื้นเต็นท์ชำรุดได้ง่ายและน้ำซึมเข้าเวลาฝนตก ที่สำคัญอย่ารองพื้นเต็นท์โดยแผ่นรองพื้น (Ground sheet) ในหน้าฝน เพราะไอ้เจ้าแผ่นที่ว่านี้นมีคุณสมบัติกันน้ำ เหมือนฟรายชีท ทำให้แผ่นรองพื้นเก็บกักน้ำเป็นอย่างดี เมื่อกางเต็นท์บนแผ่นรองพื้น ไม่ก็ไม่ต่างอะไรกันกับเรากางเต็นท์บนน้ำนั้นเอง และนั้นจะทำให้น้ำซึมเข้าเต็นท์ได้ง่ายขึ้น กว่าการกางเต็นท์บนพื้นหญ้าหรือพื้นดิน ที่น้ำสามารถซึมหายไปยังพื้นดินได้ทันที ถ้าจะรองก็ให้รองภายในเต็นท์จะดีกว่าเพื่อการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง และเพื่อความแห้งสบายเวลานอน สำหรับหน้าร้อน หรือฝนไม่ตก สามารถที่จะรองพื้นเต็นท์ด้วยผ้ารองพื้น (Ground sheet) ได้เลยทันที

สำหรับหน้าหนาว ทำเช่นเดียวกันหน้าร้อนหรือฝนไม่ตก แต่ต้องพับเก็บแผ่นรองพื้นเต็นท์ที่โผล่ออกมากจากตัวเต็นท์ทั้งสี่ด้านไม่ให้โผล่ออกมา ก็เพราะว่า หน้าหนาวละอองหมอกที่ตกลงมาเกิดการสะสมหรือรวมตัวกันทำให้เกิดเป็นหยดน้ำสะสมที่แผ่นรองพื้นเต็นท์จะทำให้พื้นเต็นท์แฉะจะเหมือนกรณีในหน้าฝนครับ

อีกอย่างหนึ่งเวลากางไม่ควรที่จะลากเต็นท์เพราะพื้นเสมือนเป็นกระดาษทรายดีๆ นั้นเอง ซึ่งทำให้พื้นเต็นท์ชำรุดได้ง่ายขึ้น ควรช่วยกันยกเต็นท์จะดีกว่า  การยกควรเอาสิ่งของที่หนักออกจากเต็นท์เสมออาจจะทำให้เต็นท์ขาดได้ง่าย

2. ต่อเสาเต็นท์ ที้งสองเส้น แล้วเสียบแบบทะแยง

3.ดันเสาขึ้นเต็นท์ขึ้นแล้วเสียบกับตัวเสียบที่ติดมาพร้อมกับมุมทั้ง 4 ของเต็นท์ ที่ละข้างและที่ละเส้น (เมื่อกางเต็นท์คนเดียว) หรือทำพร้อมกันทั้งสองข้างพร้อมกัน (กางเต็นท์ 2 คน)  ซึ่งจะเป็นเต็นท์โดมทันที

4.ตรงยอดเต็นท์จะมีเชือกหรือตัวเกี่ยว นำไปผูกหรือเกี่ยวกับเสาเต็นท์ที่ตัดกันตรงยอดเต็นท์ เพื่อให้เต็นท์ตึงและนำตัวเกี่ยวที่เหลือตรงเหลี่ยมเต็นท์เกี่ยวยึดกับเสาเต็นท์ให้หมดเพื่อให้เต็นท์แข็งแรงขึ้น เป็นอันเสร็จในการกางเต็นท์

5.ฟรายชีทหรือหลังคาเต็นท์  นำเสาฟรายชีทที่มาพร้อมกับเสาเต็นท์ (เสาสั้น) นำมาต่อกันแล้วนำไปเสียบในช่องที่เย็บติดกับฟรายชีท(ดังรูป) ทั้งสองเส้นแล้วนำเชือกที่เย็บติดกับฟรายชีทตรงกึ่งกลางผูกติดกับเสาฟรายชีทตรงที่ตัดกัน ตรงตะเข็บฟรายชีท(ตามแนวเสาฟรายชีท) จะมีตีนตุ๊กหรือเมจิกเทปอยู่ให้แกะออกแล้วนำไปยึดติดกับเสาฟรายชีท เพื่อยึดเสากับฟรายชีทเป็นชิ้นเดียวกัน

6.นำชุดฟรายชีทไปคล่อมหรือปิดหลังคาเต็นท์โดยเอาปรายเสาฟรายชีทไว้ตรงกับประตูเต็นท์ ทำการยึดด้วยตัวเกี่ยวที่ติดมากับมุมทั้ง 4 ของฟรายชีท ยึดเข้ากับมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ซึ่งจะมีห่วงเหล็กหรือพลาสติกติดมากับมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์ แล้วยึดเมจิกเทปหรือตีนตุ๊กแกตรงมุมตะเข็บของฟรายชีทเข้ากับตัวเต็นท์ เพื่อให้ฟรายชีทมั่นคง แข็งแรงขึ้น

7.นำสมอไปยึดกับมุมทั้ง 4 ของตัวเต็นท์เพื่อกันลมกระโชกและเพื่อให้เต็นท์มั่นคงและอยู่ตัว แล้วนำเชือกไปผูกกับปลายฟรายชีทตรงกลางระหว่างเต็นท์ด้านหน้าต่างและตรงตะเข็บด้านนอกดึงให้ตึงยึดด้วยสมอบก เพื่อไม่ให้ฟรายชีทติดกับตัวเต็นท์และให้มีช่องว่างให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกขึ้น วิธีนี้จะใช้กับฤดูฝนหรือฝนตก ส่วนฤดูร้อนกับหนาวจะทำหรือไม่ทำแบบนี้ก็ได้

เป็นอันว่า เสร็จสิ้นสมบูรณ์ทุกกระบวนท่ามหาประลัย ในการกางเต็นท์โดมทุกแบบทุกยี่ห้อครับ บางแบบ บางยี่ห้ออาจมีอุปกรณ์ไม่ครบ ก็ต้องหาทางประยุกต์ใช้กันเอาเองครับ

ฝากความคิดเห็น ...